
วิวาทะจักรยานและรถยนต์ กับความสับสนของสังคมไทย
เฟซบุ๊ก สังคมวิพากษ์
เฟซบุ๊ก สังคมวิพากษ์
วิวาทะจักรยานและรถยนต์ กับความสับสนของสังคมไทย
============================================
"ถนนเมืองไทยไม่เหมาะกับการขี่จักรยาน"
"เมืองไทยควรรณรงค์ให้มีเลนจักรยาน"
"รถยนต์ชนมอเตอร์ไซค์ ยังไงรถใหญ่ก็ผิด"
ความคิดเพี้ยนๆ บิดเบี้ยวเหล่านี้ถูกปลูกฝังใส่หัวกันมาแต่เด็กกันเอง เลยได้ข้อสรุปแบบตื้นเขินกันออกมาว่า ถนนเมืองไทยไม่เหมาะกับการปั่นจักรยาน ที่สุดท้าย เมื่อสังคมยอมรับตรรกะแบบนี้ไป ก็กลายเป็นข้ออ้างอันชอบธรรมของคนขับรถไปซะอย่างนั้น ถึงกลับกล้ามาขับไล่ไสส่งคนขี่จักรยานหรือแม้กระทั่งคนเดินถนนให้พ้นออกไปจากสารบบการสัญจรทางถนน...
เราต้องการจะบอกว่า เพราะทัศนคติที่ผิดเพี้ยนในการแบ่งปันของส่วนรวม ที่ถูกปลุกฝังอบรมสั่งสอนกันมาตั้งแต่วัยเด็กแบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งนี้แบบไม่มีจบสิ้นอย่างที่เปิดประเด็นไปข้างต้น...
- คิดกันแต่ว่า ขับรถยนต์ปลอดภัยกว่า ขี่จักรยานไม่ปลอดภัย คนขี่จักรยานต้องรับความเสี่ยงเอาเอง ทั้งๆ ที่ ความเป็นจริงคือ ยานพาหนะไหนมีโอกาสก่อความเสียหายร้ายแรงกว่า ย่อมต้องใช้ถนนอันเป็นสมบัติส่วนรวมด้วยความระมัดระวังมากกว่า และด้วยความรับผิดชอบสูงกว่าเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เอาความปลอดภัยของตัวเองเป็นที่ตั้ง
- The great power comes the great responsibility เอามาใช้กับกรณีนี้ได้ชัดๆ มันเป็นหลักฟิสิกส์ จักรยานทำความเร็วได้มากกว่าคนเดิน มวลมากกว่า ก็มี momentum มากกว่า มีพลังงานจลน์มากกว่า รถยนต์ก็เช่นกัน เมื่อมีพลังงานมากกว่า ก่อความเสียหายมากกว่า ก็จะต้องถูกควบคุมและใช้งานบนท้องถนนอันเป็นสมบัติส่วนรวมด้วยความระมัดระวังมากกว่า ด้วยความรับผิดชอบที่มากกว่า ตามลำดับ
- แต่กับคนอีกกลุ่ม ที่อาจจะเหมือนมีความคิดแบบหัวก้าวหน้า เข้ารูปเข้ารอยอย่างที่ควรจะเป็น ด้วยการปลุกฝังการจัด priority ให้แก่ คนเดินถนน จักรยาน แล้วจึงให้รถยนต์ ตามลำดับ อย่างที่ควรจะเป็น แต่ก็กลายเป็นพวกหัวก้าวหน้าแบบสุดโต่งไปอีก เป็นประเภท ก็กูจะเดินขวางถนนแบบนั้นเพราะกูถือ priority สูงสุด คลั่งสิทธิจึงใช้สิทธิเต็มที่จนไปละเมิดสิทธิผู้อื่น จักรยานและรถยนต์ต้องยอมกู... หากสังคมคิดและยึดถือกันสุดโต่งแบบนี้ก็คงพังอีก เพราะนั่นเป็นการยึดเอาของส่วนรวมทั้งหมดไปใช้แต่เพียงฝ่ายเดียว... นี่อยากจะรวมไปถึงการรณรงค์เลนจักรยานด้วย เพราะในความเป็นจริง หลายๆ กรณี พวกรณรงค์เลนจักรยานก็ออกอาการเยอะเกินไป หลับหูหลับตาไม่ดูสภาพความเป็นจริงกันบ้าง ว่าหลายๆ สถานที่มันไม่ได้เหมาะจะทำเลนจักรยาน หากแต่ตราบใดที่การออกแบบถนนเพื่อการใช้สอยนั้นเปิดโอกาสให้คนทุกฝ่ายสามารถร่วมกันใช้ของส่วนรวมได้อย่างเท่าเทียมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยทัศนคติเรื่องความระมัดระวังและความรับผิดชอบที่ถูกต้องเป็นหลัก จะออกแบบแบบไหนก็ได้ทั้งนั้นไม่ได้จำเป็นจะต้องมีรูปแบบตายตัว ไม่มีการจับจองพื้นที่แบบตายตัว ไม่ต้องมีเลนจักรยานก็ได้ คนเดินถนนมี priority สูงสุดก็ใช่ว่าจะ take them all ได้ คนปั่นจักรยานก็ไม่ต้องเคร่งมากว่าจะต้องมีเลนจักรยาน ไม่มีขับไม่ได้จะดิ้นตาย พอมีแล้วรถยนต์ห้ามมาจอดโดยเด็ดขาดแม้จะเป็นเวลาหนึ่งนาทีสองนาทีเพื่อรับส่งคน ก็เพียงแค่ แบ่งปันกันไป คนเดินก็อย่าเดินเบ่ง คนขับรถก็ต้องเข้าใจ รู้จักหยุด รู้จักอดทนรออย่างเข้าใจบ้าง นี่น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องมากกว่าไม่ใช่หรือ
- เรื่องเมาแล้วขับ อาจจะไม่ต้องวิพากษ์กันมากนัก เพราะมันชัดเจนและเป็นที่รับรู้กันอย่างถูกต้องอยู่แล้วในสังคม ปัญหาอยู่ที่สันดานของคนไทยเองมากกว่า ที่มองผิดคนอื่นเท่าภูผา ผิดเราเท่าขนตา เวลาคนอื่นทำผิดก็จะถือหลักการชัดเจนถูกต้องแม่นยำเคร่งครัด เอามาด่าว่าคนอื่น แต่พอถึงเวลาตัวเองกลับหย่อนยาน ละเลย หลงตัวเองว่าแน่ ตัวเองพิเศษกว่าคนอื่นเสมอ เมาเหมือนกันแต่ขับได้ ตรรกะแบบอีโก้จัดจ้าน ที่สุดท้ายเกิดเหตุแล้วก็จ๋อยเป็นหมาหงอยใส่ queen collar กันทุกราย ก็เท่านั้น น่าทุเรศเป็นที่สุด ความหลงตัวเอง อีโก้ ยกตนข่มท่าน นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่คนไทยสังคมไทยต้องแก้ไข และเป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ สำหรับคนไทย ที่การลงโทษที่รุนแรงก็ไม่อาจแก้ไขได้เลยแม้แต่น้อย
- การกล่าวโทษแต่เรื่องระบบ กฏหมาย บทลงโทษ หรืองานทางด้านการออกแบบก่อสร้าง ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องปลายเหตุที่รังแต่จะทำให้เกิดการถกเถียงที่สับสน ทั้งๆ ที่เป็นข้อถกเถียงที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวของผู้คน ที่ไม่ยอมรับว่าตนเองก็มีส่วนร่วม และเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุของปัญหาด้วย ความเห็นแก่ตัวจนเอาแต่กล่าวโทษคนอื่นเช่นนี้ ก็มีมูลเหตุมาจากอีโก้และการเอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง เหมือนกับที่ได้กล่าวไว้ในประเด็น เมาแล้วขับ ข้างต้นนั่นเอง
- ทัศนคติที่วิปริตผิดเพี้ยนเหล่านี้ จะต้องได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง และต้องถูกปลูกฝังกันตั้งแต่วัยเด็กให้ลงไปถึงจิตใต้สำนึกกันเลยทีเดียว การจัดลำดับ priority ของผู้ใช้รถใช้ถนน คนเดินถนน จักรยาน จักรยานยนต์ รถยนต์และรถบรรทุก ตามลำดับ การตระหนักถึงความรุนแรงและความเสียหายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และโยงไปถึงความระมัดระวังและความรับผิดชอบในการใช้ถนนอันเป็นสมบัติส่วนรวมด้วย อย่าคิดแต่เพียงเอาความปลอดภัยของตัวเองเป็นที่ตั้ง และปัดความรับผิดชอบและความเสี่ยงให้ผู้อื่นทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายหากเกิดเหตุ สังคมจะต้องช่วยกันลบล้างทัศนคติที่ผิดๆ เพี้ยนๆ บิดเบี้ยวในหัวของคนที่คิดผิดคิดเพี้ยนไปหมดแล้วในเรื่องการใช้รถใช้ถนน แบบที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งมาตลอด และสร้างทัศนคติที่ถูกต้องแห่งการแบ่งปันสมบัติส่วนรวมอย่างเท่าเทียมกัน
ลดอีโก้ ยอมรับความจริง ลดความเห็นแก่ตัว เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง แบ่งปัน เสียสละให้กันและกัน ตระหนักถึงพิษภัยของยานพาหนะเหมือนตอนถือไม้ขีดไฟถือมีดหรือกรรไกร น่าจะเป็นหนทางที่ถูกต้องที่ทำให้เราทุกคนได้ใช้ถนนร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ







