posttoday
"NEWS CLICKBAIT" / ลิงก์ข่าวหลอกคลิ๊ก

"NEWS CLICKBAIT" / ลิงก์ข่าวหลอกคลิ๊ก

05 พฤษภาคม 2558

เฟซบุ๊ก Time Chuastapanasiri

เฟซบุ๊ก Time Chuastapanasiri

"NEWS CLICKBAIT" / ลิงก์ข่าวหลอกคลิ๊ก

ปัจจุบันเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ หรือ เว็บออนไลน์ข่าวสารต่างๆ ต่างก็พากันพาดหัวข่าวให้ยาวขึ้น เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อ่าน ด้วยการพาดหัวข่าวในลักษณะรูปประโยคที่จับสายตา ดึงดูดความกระหายใครรู้ ความสงสัย จากผู้อ่าน ด้วยวิธีการพาดหัวข่าวหลอกล่อ ปกปิด ซ่อนเร้นเนื้อหาสาระใจความของข่าวนั้นจริงๆ

เพชรมายา โอโหซ่า หรือเว็บอีเจี๊ยบเลียบด่วน กระทั่งเพจดราม่าต่างๆ ก็ใช้พาดหัวข่าว/และบทความเช่นนี้ในการโพสต์เรียกผู้อ่าน

บ่อยครั้ง เมื่อคลิ๊กเข้าไปดู ก็ไม่พบว่า "มีเนื้อหาสาระอะไร" มากนัก ก็แค่ข่าวสั้นๆ หรือบ่อยครั้ง ก็พบว่าข่าวมีลักษณะเขียนสั้นๆ เสียเวลาผู้อ่านมากที่ต้องเข้าไปกดดู

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ ต้องการเพิ่มยอดการคลิ๊กในเว็บไซต์ตนเอง "CTR-Click Through Rate" เพราะสามารถนำไปเพิ่มยอดการเข้าอ่าน และอ้างอิงไปสู่การซื้อ ขายยอดวิว และเม็ดเงินโฆษณาในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ได้

ผลคือ เว็บไซต์ข่าวปัจจุบันจะหลงลืมการพาดหัวข่าวแบบเดิม คือ "5Ws+1H" คือ ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน/เมื่อไหร่/ทำไม/อย่างไร (Who,What,Where,When,Why,How) ซึ่งเป็นพาดหัวข่าวในยุคสื่อหนังสือพิมพ์ที่ต้องแข่งขันกันสรุปความเพื่อช่วยให้ผู้อ่านรับรู้เรื่องราวได้จากพาดหัวข่าวที่สำคัญ แล้วค่อยเข้าไปอ่านรายละเอียดในข่าวจริงๆ

แตกต่างกับพาดหัวข่าว/หรือชื่อบทความออนไลน์สมัยนี้ ที่ต้องใช้รูปแบบ "ลิ้งก์หลอกคลิ๊ก" เพื่อทำให้ผู้ชม "ไม่รู้ หรือ รุ้บางส่วนของเรื่องราว และหมกเม็ดความจริง ข้อทเจริงบางชุดเอาไว้" เพื่อนำไปสุ่การคลิ๊กเปิดดูหรือเปิดอ่าน

หลังๆ มานี้ ผมจะปฏิเสธ หรือ มากกว่านั้น เริ่มรำคาญ จนกระทั่งกดงดรับติดตาม (unfollow) เว็บไซต์ข่าวนั้น เพราะรู้สึกว่าเว็บข่าวเหล่านี้ "เอาเปรียบ" และ "ดูถูกคนอ่าน" มาก (แน่ว่าบ่อยครั้งที่ผมเองก้หลงคลิ๊กเข้าไปอ่านเพราะอยากรุ้จริงๆ ว่ามันมีเนื้อหาอะไร หรือ แล้วที่จริงเราจะอึ้ง ทึ่ง เซอร์ไพรซื หรือ ไม่เชื่อแน่ๆ ตามที่พาดหัวข่าวมันบอกเช่นนั้นไหม)

พาดหัวข่าวแบบ "ลิ้งก์หลอกคลิ๊ก" (clickbaiting) ถูกพัฒนามาจากเว็บโฆษณาออนไลน์ ที่พยายามดึงดูดผู้อ่านให้เข้ามากดดูโฆษณาสินค้าหรือบริการ แต่ในยุคหลังๆ มานี้ เริ่มที่จะระบาดมาในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ จนกระทั่งสื่อบางสำนักในประเทศไทยก็ยังเริ่มเอาพาดหัวข่าวแบบนี้ไปใช้

ก็เป็นเรื่องน่าเบื่อ และเสียเวลา

หลังๆ มานี้ ผมเลยคลิ๊กเข้าไปอ่าน "ความเห็น/หรือคอมเม้นต์" จากบุคคลที่อ่านข่าวนี้ และอาจมีบางคน ที่ "อุตส่าห์ไปคลิีกอ่านเนื้อหาฉบับเต็ม และก๊อปปี้มาวางไว้ให้อ่านในกล่องความคิดเห็น" เพื่อประหยัดเวลา

ผมชอบนะ ที่มีคนท้าทาย "พาดหัวข่าวหลอกคลิ๊ก" (ยอมรับว่า บางครั้ง ผมก็เผลอๆ ใช้ไปเหมือนกันนะ)

ก็อยากจะบอกว่า "สื่อเองก็ควรระมัดระวัง" อย่าให้คลิปข่าวแบบลิงก์หลอกคลิ๊ก เช่นนี้ เพราะมันจะเข้ามาทำลายไวยากรณ์ของข่าว มันดูตลก ปัญญาอ่อน และไร้สาระมากขึ้น แต่แน่นอนว่าสำนักข่าวออนไลน์จะชอบ เพราะมันไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อที่ที่จำกัดของตัวพิมพ์บนหน้ากระดาษ พอเป็นสื่อออนไลน์จะยาวเท่าใดก็ได้ (3-4 บรรทัดยังมีเลย)

อยากให้ช่วยๆ กันแบน หรือไม่คลิีกอ่านข่าวพวกนี้นะครับ แต่คงยาก เพราะมันเร้าใจ ยั่วยวนคนอ่านให้สงสัยใคร่รู้จริงๆ

ขอเพียงว่า อย่าลามมาที่สื่อสารมวลชนวิชาชีพเลย!

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10152970487433732&set=a.483861243731.261519.720008731&type=1&theater

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท