posttoday
ผู้หลงใหลในดนตรีและเสียงเพลง

ผู้หลงใหลในดนตรีและเสียงเพลง

05 พฤษภาคม 2558

หน้าตาหน่วยก้านและน้ำเสียงถอดแบบคุณพ่อมาเป๊ะสำหรับ “ปอ-ธีรพิชญ์ สืบวงศ์ลี” ทายาทคนเล็กของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กับปราณี สืบวงศ์ลี โดยเพิ่งคว้าปริญญาตรีด้านการตลาดจากมหาวิทยาอินเดียนนา สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2556 และเดินทางกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว เริ่มต้นเรียนรู้งานด้านการตลาดและอื่นๆ ในบริษัท ต่อมาขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น และผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ไทรโลจี้ (Trilogy) ซึ่งเป็นสินค้าคอสเมติกประเภทออร์แกนิกนำเข้าจากนิวซีแลนด์ เป็นคนมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษและจีนทั้งทักษะการพูดและเขียน และได้ภาษาเกาหลีติดตัวมานิดหน่อย

หน้าตาหน่วยก้านและน้ำเสียงถอดแบบคุณพ่อมาเป๊ะสำหรับ “ปอ-ธีรพิชญ์ สืบวงศ์ลี” ทายาทคนเล็กของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กับปราณี สืบวงศ์ลี โดยเพิ่งคว้าปริญญาตรีด้านการตลาดจากมหาวิทยา
อินเดียนนา สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2556 และเดินทางกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว เริ่มต้นเรียนรู้งานด้านการตลาดและอื่นๆ ในบริษัท ต่อมาขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น และผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ไทรโลจี้ (Trilogy) ซึ่งเป็นสินค้าคอสเมติกประเภทออร์แกนิกนำเข้าจากนิวซีแลนด์ เป็นคนมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษและจีนทั้งทักษะการพูดและเขียน และได้ภาษาเกาหลีติดตัวมานิดหน่อย

การกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวของหนุ่มวัยย่างเบญจเพสคนนี้ต้องบอกเลยว่า ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจของครอบครัวจนโดดเด่นและแข็งแกร่งอย่างมาก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจความสวยความงามและลดน้ำหนัก

“เดิมธุรกิจบอดี้เชพทำเกี่ยวกับการลดน้ำหนักอย่างเดียว พอผมเรียนจบกลับมาก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลในส่วนของสินค้าที่อยู่ภายใต้บอดี้เชพทั้งหมด ตอนนั้นบอกเลยว่าแม้เป็นลูกเจ้าของก็ไม่ได้ทำงานราบรื่นนัก แต่พอทำไปสักพักก็เริ่มดีขึ้น คนรุ่นเก่าๆ ให้การยอมรับเพราะเห็นในความทุ่มเท การมีทัศนคติที่ดี ตลอดจนพัฒนาการของผมที่มีตลอดเวลา และด้วยทีมเก่าต้องไปซับพอร์ตในส่วนงานที่มีอยู่เดิม ผมจึงสร้างทีมใหม่เพื่อมาสร้างคอนเทนต์สินค้าให้ดูน่าสนใจ รวมทั้งขายสินค้าผ่านออนไลน์ พัฒนาธุรกิจขึ้นมาอีกหนึ่งขาที่ไม่ใช่แค่เซอร์วิส

“โดยสินค้าเราก็มีกาแฟ คอลลาเจน ครีมกระชับสัดส่วน อาหารเสริม สินค้าคอสเมติกนำเข้าจากนิวซีแลนด์เมื่อปี 2556 ซึ่งผมตั้งชื่อแบรนด์ว่า Trilogy ตอนนี้ติดตลาดไปแล้ว มีขายที่เดอะมอลล์ บางกะปิ และ
เอ็มโพเรียม รวมทั้งขายออนไลน์ด้วย ปัจจุบันมีลูกค้าประจำไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน อีกธุรกิจหนึ่งคือบอดี้ไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าความงามแบรนด์อื่นๆ ที่คุณภาพดีและติดตลาดโดยเฉพาะสินค้าดาราตอนนี้ถือว่ามาแรงที่คนให้ความสนใจ”

ถือเป็นความท้าทายสำหรับธีพิชญ์ แต่เมื่อหันมาดูความชอบส่วนตัวต้องบอกว่าเขาชอบดนตรีตั้งแต่เด็ก เล่นดนตรีมาหลายชนิด ทั้งเปียโน กีตาร์ กลอง เบส แซ็กโซโฟน และไวโอลิน (นิดเดียว) รวมถึงเทิร์นเทเบิลของดีเจก็ใช้มาแล้ว เล่นหนักสุดต้องยกให้เปียโนกับกีตาร์ ทว่าตอนหลังเริ่มห่างและหันไปเน้นการฟังเพลงมากกว่า

“ตอนเด็กผมชอบฟังเพลงที่ไม่มีเสียงร้อง เช่น ดนตรีคลาสสิกอย่างพวกบีโทเฟน โมสาร์ท มัธยมปลายชอบร็อก อย่าง Heavy Metal เข้ามหาวิทยาลัยชอบประเภทอีดีเอ็ม (Electronic Dance Music) คือที่เปิดตามผับ จังหวะแรงๆ หนักๆ สนุกๆ เรียกว่าชอบทุกสไตล์ซึ่งแต่ละสไตล์มีผลต่อความรู้สึก เช่น ถ้าฟังคลาสสิกจะรู้สึกสบายๆ ถ้าขับรถจะฟังแดนซ์ที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้น อยู่กับเพื่อนฟังเมนสตรีม (Mainstream) คือที่เปิดทั่วไป รวมทั้งเพลงป๊อป เพลงร็อก ส่วนใหญ่ผมชอบฟังจังหวะมากกว่าไม่ค่อยชอบฟังคำร้อง”

ด้วยความที่ชอบฟังเพลงมาก สิ่งที่เขาสะสมจึงหนีไม่พ้นเฮดโฟนหรือหูฟังซึ่งมีทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ หูฟังประเภทไร้สาย หูฟังแบบไฮเอนด์ สำหรับใช้ในสตูดิโอ หรืออาจไม่ใช้ในสตูดิโอ หรือคนที่อยากฟังเพลงลงลึกในเรื่องคุณภาพเสียง คุณภาพเบส และความกังวานของเสียงจากเพลง สุดท้ายคือหูฟังทั่วไปซึ่งแต่ละอันมีคุณสมบัติด้านเสียงต่างกัน สะสมอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Maxell, Sony, beats by dr.dre, Denon เป็นต้น

“บางตัวจะหนักเสียงเบส บางตัวหนักเสียงเทเนอร์ (Tenor) บางอันหนักที่เสียงร้องบางตัวหนักเสียงโอเปร่าก็คือเสียงที่กังวาน แต่ละตัวไม่เหมือนกัน คุณภาพเสียงหูฟังแต่ละอันจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเราชอบฟังเพลงแบบไหน เสียงกังวานหรือเบสหนักๆ หรือเสียงร้องชัดแจ๋ว แต่หูฟังไร้สายเสียงคุณภาพเสียงจะสู้อีกสองประเภทไม่ได้ เพราะใช้บลูทูธในการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือจึงไม่ได้ออกจากสายโดยตรง

“ผมมีหูฟังที่มีไดรฟ์เวอร์สามตัวในเครื่อง ทั่วไปหูฟังจะมีไดรฟ์เวอร์ตัวเดียว ผมมีหูฟังที่ไปลงทุนในคิกสตาร์ทเตอร์ (Kickstarter) ในราคา 3,000 บาท เป็นสินค้าจากสวีเดน ผมมีบีทส์ บาย ดร.เดร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ถือเป็นแฟชั่นเฮดโฟนที่ใส่การออกแบบที่ดูหรูหรา คุณภาพเสียงดี ราคาแพงปกติหลักหมื่น แต่ผมซื้อมา 9,000 บาท มีคุณสมบัติกันเสียงจากภายนอกไม่ให้รบกวน ใช้แบตเตอรี่ก้อนและอยู่ได้นานถึง 1 เดือน ซื้อมาจากอเมริกา

“นอกจากนี้ ผมมีหูฟังจากญี่ปุ่นที่ใช้ในสตูดิโอ เป็นสีขาว ถ้าสังเกตสายแจ๊กจะค่อนข้างแข็งแรง เป็นตัวที่นักฟังเพลงและผู้รู้เกี่ยวกับรายละเอียดของเสียงชอบใช้ฟัง ซื้อจากอเมริกาในราคา 6,000 บาท ผมมียี่ห้อเดนอน ถ้าเป็นนักฟังเพลงจะรู้เลยว่าเดนอนเก่งในเรื่องของการทำสเตริโอ โดดเด่นในด้านเสียงกังวาน นอกนั้นก็มีทั้งโซนี่เสียงดีเหมือนกัน และอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นเฮดโฟนทั่วไป ซึ่งผมไม่ได้ชอบตัวไหนเป็นพิเศษเพราะผมชอบฟังเพลงทุกสไตล์และแต่ละอันก็ตอบโจทย์ในการฟังเพลงแต่ละแนว อยากฟังดนตรีหนักๆ เบสหนักๆ ก็จะเลือกหูฟังสำหรับที่ใช้ในสตูดิโอ เป็นต้น ผมชอบดนตรี ผมชอบฟังเพลงเพราะการฟังเพลงทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟัง” ทายาทบอดี้เชพ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท