
โลกจับตาอินทรีเหล็กเปิดศึกสิงโตตำราม ฟ้าขาว ระดมอาวุธหนักยิง จังโก้
อินทรีหนักใจ
‘ชไวนี’ยังเดี้ยงบิ๊กแมตช์ประจำรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกเวิลด์คัพ 2010 ต้องยกให้คู่ระหว่างสองชาติมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังโลก ซึ่งเป็นคู่ปรับกันมาช้านานคือ
“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ที่จะบรรเลงเพลงแข้งกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษผลงานที่ผ่านมาในรอบแรก ทัพนักเตะเมืองเบียร์อาจจะดูดีกว่า แต่ได้โปรดกรุณาโยนฟอร์มที่ผ่านมาเหล่านั้นทิ้งไปได้เลย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้นในเกมรอบน็อกเอาต์นัดเดียวจบเช่นนี้
“
อังกฤษยังไงก็คืออังกฤษ พวกเขาเป็นทีมที่มีสปิริตนักสู้และสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมาก แถมมีประสบการณ์เหลือเฟือ แกนหลักของทีมอย่าง จอห์น เทอร์รี, แฟรงก์ แลมพาร์ด,สตีเวน เจอร์ราร์ด และ เวย์น รูนีย์ ล้วนเป็นนักเตะระดับชั้นนำของยุโรป” โยอาคิม เลิฟ กุนซือเยอรมนี กล่าวสภาพทีมอินทรีเหล็กไม่สู้ดีนัก คาเคา กองหน้าเชื้อสายแซมบา ลงไม่ได้จากอาการเจ็บกล้ามเนื้อท้อง รวมทั้ง เจโรม บัวเต็ง ที่ยังต้องรอเช็กอาการเจ็บน่องอีกครั้ง แต่คนที่กุนซือ โยอาคิม เลิฟ หนักใจที่สุดคือ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขา
“
บาสเตียนเป็นห้องเครื่องของทีมเรา ทั้งในเกมรุกและเกมรับ” เลิฟ กล่าว ซึ่งหากชไวนี ลงไม่ได้ โทนี ครูสมิดฟิลด์จากเลเวอร์คูเซน น่าจะได้ลงเล่นแทนด้านอังกฤษยังไม่สามารถใช้งาน เล็ดลีย์ คิง ที่ยังเจ็บ แต่ เจมี คาร์ราเกอร์ พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมลงยืนเป็นปราการหลังคู่กับ จอห์น เทอร์รี ส่วนตำแหน่งอื่นยังคงใช้ชุดเดิมจากนัดที่ชนะสโลวีเนีย 10 โดย เวย์น รูนีย์ จะยังมีคู่หูในแดนหน้าเป็น เจอร์เมน เดโฟ ที่ทำผลงานได้เข้าตาในนัดที่แล้ว
เกมนัดนี้ถูกมองว่าอาจสูสียืดเยื้อจนถึงการดวลจุดโทษอันเป็นของแสลงสำหรับอังกฤษในระยะหลัง ทำให้เหล่านักเตะทรีไลออนส์ต้องซ้อมยิงจุดโทษเตรียมตัวเอาไว้ ซึ่งมีรายงานว่ากุนซือ ฟาบิโอ คาเปลโล ได้วางตัว 5 เพชฌฆาตไว้รอทำหน้าที่แล้ว ได้แก่ แกเร็ธ แบร์รี, เจมส์ มิลเนอร์, แลมพาร์ด, รูนีย์ และ เจอร์ราร์ด
ขณะเดียวกันมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากแคมป์อินทรีเหล็กด้วยสำหรับ 5 เพชฌฆาตสังหารจุดโทษ ได้แก่ ชไวน์สไตเกอร์ (ถ้าได้ลง), ลูคัส โพโดลสกี, เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม และโคลเซ
อย่างไรก็ตาม อังกฤษพออุ่นใจได้ว่า เกมนี้พวกเขาจะใส่ชุดสีแดงล้วนลงสนามอีกครั้ง ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมา อังกฤษใส่ชุดนี้ลงเล่นยามใด พวกเขาสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น!!!
ผู้เล่นที่ต้องจับตามอง : มิโรสลาฟ โคลเซ (เยอรมนี) เจอร์เมน เดโฟ (อังกฤษ)
โคลเซทำผลงานได้ดีทุกครั้งเมื่อลงรับใช้ทีมอินทรีเหล็กในฟุตบอลโลก โดยลูกกลางอากาศคือจุดเด่นที่สุดของหัวหอกเจ้าเวหารายนี้ ซึ่งน่าจะสร้างความลำบากใจให้กับ เดวิด เจมส์ ไม่น้อย เพราะนายด่านจอมเก๋ารายนี้มักโชว์เหวอให้เห็นบ่อยๆ ในการออกมาตัดบอลกลางอากาศ ขณะที่ เดโฟ เล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมนัดที่แล้วจนกลบรัศมีของ รูนีย์ เสียสนิท
nมาร์เกวซลั่นจับตายเมสซีถอนแค้นจังโก้
อีกหนึ่งคู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน
“ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา พบกับ “จังโก้” เม็กซิโกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี เม็กซิโกโดนเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายจากน้ำมือของอาร์เจนตินาที่ต่อเวลาเฉือนชนะ 21 นี่จึงเป็นโอกาสดีที่ ราฟาเอล มาร์เกวซ ซึ่งอยู่ในทีมจังโก้ชุดเมื่อ 4 ปีที่แล้วจะได้ถอนแค้นเสียที
“
เหมือนมีหนามมาทิ่มแทงใจผมมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว และหวังว่าวันอาทิตย์นี้ผมจะถอนมันออกได้” มาร์เกวซ กล่าวหน้าที่สำคัญของ มาร์เกวซ ในเกมนี้คือการล็อกตายลิโอเนล เมสซี ไม่ให้กระดิก เนื่องจากรู้ไส้รู้พุงกันดีจากการค้าแข้งร่วมกันที่บาร์เซโลนา
“
ผมรู้จักเขาเป็นอย่างดี เขาเป็นคนที่เล่นด้วยยากมาก เราจะต้องไม่เปิดพื้นที่ให้เขาได้เล่น รวมทั้งตัดบอลไม่ให้มาถึงเขามากนัก”เม็กซิโกจะได้ เอเฟรน ฮัวเรซ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีม แต่ยังต้องลุ้นอาการเจ็บเอ็นหลังเข่าของ คาร์ลอส เวลา กองหน้าวัย 21 ปีจากอาร์เซนอล
ขณะที่อาร์เจนตินามี วอลเตอร์ ซามูเอล ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังเข่ารบกวน ซึ่งหากลงไม่ได้ นิโกลัส บูร์ดิซโซ ก็พร้อมลงทำหน้าที่แทน
ส่วนในแนวรุก กุนซือดีเอโก มาราโดนา เตรียมส่งอาวุธหนักลงเต็มพิกัด โดย กอนซาโล ฮิกัวอิน กับ คาร์ลอส เตเบซ ซึ่งได้พักในนัดที่แล้ว จะคัมแบ็กกลับมาประสานงานไล่ล่าตาข่ายร่วมกับ เมสซี ซึ่งในรอบแรกที่ผ่านมา อาร์เจนตินาเป็นทีมที่มีสร้างโอกาสยิงประตูได้มากที่สุดคือ 64 ครั้ง
แม้ทีมฟ้าขาวจะมีเกมรุกอันสุดยอด แต่มาราโดนา ยอมรับว่าผู้เล่นแดนหน้าของเม็กซิโกก็อันตรายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ กิเยร์โม ฟรังโก หัวหอกจอมเก๋าวัย 33 ปี
“
ผมไม่รู้ว่า เคาห์เตม็อก บลังโก หรือ กิเยร์โม ฟรังโก จะได้ลงสนาม แต่ผมหวังว่าจะไม่ใช่ฟรังโก เพราะเขาเด่นมากในลูกกลางอากาศ แต่ที่สุดแล้ว ผมเชื่อว่า ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ จะได้ลงเล่น เพราะเขาวิ่งหาพื้นที่ได้ดีทั่วแดนหน้า เรารู้ว่ามันจะเป็นเกมหนักของเราแน่ แต่ด้วยทีมและผู้เล่นที่เรามีอยู่ เราสามารถเข้ารอบต่อไปได้”ผู้เล่นที่ต้องจับตามอง : ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา) ราฟาเอล มาร์เกวซ (เม็กซิโก)
แม้จะยังยิงไม่ได้ แต่ เมสซี มีส่วนร่วมกับประตูของทีมฟ้าขาวเกือบทุกลูก และเป็นนักเตะที่สามารถพลิกสถานการณ์ให้กับทีมได้ทุกเมื่อ แต่เกมนี้ เมสซี จะต้องเจองานหนักจาก มาร์เกวซ ที่รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี







