
อุทยานทางทะเลเก็บเงินได้เท่าไหร่?
เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat
เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat
เคยสงสัยบ้างไหม #อุทยานทางทะเลเก็บเงินได้เท่าไหร่หนอ? พอผมนำเสนอเรื่องปฏิรูปอุทยานทะเล จึงเอาตัวเลขสถิติจากกรมอุทยานมานั่งดูก่อนกุมขมับ เชื่อมั้ยว่าอ่าวมาหยาและอุทยานพีพีมีนักเที่ยวต่างชาติวันละ 121 คน? อ่าวพังงามีนักเที่ยวต่างชาติวันละ 379 คน? #เพราะอุทยานเป็นสมบัติของชาติ #มิใช่สมบัติส่วนตัวของใคร #ทวงคืนอุทยานทะเล #รบกวนกดไลค์และช่วยแชร์ #ประเด็นนี้ดุเดือดครับ
ประเด็นนี้เป็นที่น่าสงสัยในหลายอุทยาน แต่ผมขอใช้เกาะพีพีและอ่าวพังงามาเป็นตัวอย่างครับ
อุทยานพีพีในที่นี้ผมเน้นเฉพาะเกาะพีพีเล เป็นพื้นที่อุทยาน 100% เช่น อ่าวมาหยา อ่าวปิเละ สถิติอุทยานบอกว่า ช่วงปีงบประมาณ 56 มีนักเที่ยวเข้าไปอุทยาน 324 คน/วัน หากนับเฉพาะชาวต่างชาติ ได้ตัวเลข 121 คน/วัน (เอาตัวเลขทั้งปีที่อยู่ในตารางมาหารด้วย 365 จะได้ผลลัพท์ดังกล่าว)
คำถามมีอยู่ว่า จากภาพที่แชร์กันในเนต หลายต่อหลายครั้งโดยหลายคนในหลายเวลา เชื่อไหมว่ามีชาวต่างชาติเที่ยวอ่าวมาหยา 121 คนต่อวัน ?
เพื่อให้ชัวร์ ผมเลยออกบินสำรวจในวันธรรมดา ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์หรือหยุดยาว ผมนับเรือด้วยตัวเองและถ่ายภาพมาให้พวกเรานับด้วย เริ่มจากอ่าวมาหยา เรือ 45 ลำ เสร็จแล้วก็บินข้ามไปอ่าวปิเละใช้เวลาบินไปไม่ถึงนาที ถ่ายภาพมานับได้เรือ 31 ลำ รวมแล้ว 76 ลำ
ตัวเลขนี้เฉพาะเรือที่ผมถ่ายภาพใน 2 อ่าวของเกาะพีพีเล อันเป็นเขตอุทยานแน่นอน ยังไม่นับเรือที่ไม่อยู่ในภาพถ่าย และเรือที่เกาะไผ่และเกาะยูงที่อยู่ในเขตอุทยานพีพีเช่นกัน
ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวรวม 324 คนต่อวัน เรือเฉพาะในภาพถ่าย 2 ภาพ 76 ลำ ลองคิดสิครับว่าเป็นไปได้ไหม ? และอย่าลืมว่าสถิตินักเที่ยวดังกล่าวเป็นตัวเลขรวมทั้งอุทยานพีพี ไม่ได้นับแค่อ่าวมาหยาและอ่าวปิเละ
พอมาดูสถิติยานพาหนะ ผมพบว่าไม่มีตัวเลขที่พีพีและอีกหลายอุทยาน งงเหมือนกันว่าเรือเป็นยานพาหนะหรือไม่? เรือเข้าไปประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในอุทยานต้องขออนุญาต แล้วไม่ทราบได้ไงว่ามีเรือเท่าไหร่?
เมื่อดูรายได้จากค่าธรรมเนียมอุทยานพีพี เราได้เงิน 1.75 ล้านต่อเดือน ใกล้เคียงค่าเช่าร้านในห้างหรู
ถ้าได้เงินแค่นี้ ผมว่าเปิดให้เอกชนรับเหมาเก็บค่าธรรมเนียมคนไปอ่าวมาหยาเพียงอย่างเดียว ในอัตราค่าธรรมเนียมเท่านี้แหละ แล้วจ่ายให้อุทยานเดือนละ 3 ล้าน ผมมั่นใจว่าถึงขั้นแย่งกันทำ เปิดเป็นการประมูลแข่งกันยังได้เลย
เวลาผมออกมาพูดเรื่องอนุรักษ์ บางคนบอกว่าให้คิดถึงการท่องเที่ยวบ้าง ผมก็อยากถามว่า รัฐได้เงินจากเกาะพีพีเดือนละไม่ถึง 2 ล้านบาท แลกกับแนวปะการังที่เสียหายไปมากมาย มันคุ้มไหมจ๊ะ แล้วจะเดือดร้อนอะไรกันหนักหนากับเกาะที่มีคนเที่ยวแค่หลัก 300-400 คนต่อวัน เกาะเกร็ดเมืองนนท์ยังมีคนเที่ยวเยอะกว่าเลย
มาถึงอ่าวพังงาบ้าง ที่นี่แหละเป็นอุทยานยอดนิยม ผมหมายถึง เขาพิงกัน เกาะตาปู ถ้ำลอด ฯลฯ
สถิติบอกว่าเมื่อเฉลี่ยแล้วตลอดปี มีคนไปเที่ยวอ่าวพังงา 596 คน/วัน หากนับเฉพาะชาวต่างชาติ ได้ตัวเลข 379 คน/วัน ที่ไปเที่ยวถ้ำลอด เขาพิงกัน เกาะตาปู เกาะห้อง ฯลฯ
ผมลงทุนไปบินถ่ายภาพมาให้ดู เฉพาะกิจการซีแคนูที่ถ้ำลอดเพียงแห่งเดียว ดูแล้วลองตัดสินเองนะครับ
ค่าธรรมเนียมอุทยานพังงา ได้ 2.75 ล้านบาท/เดือน ผมว่าถ้าให้เอกชนเหมาเก็บค่าธรรมเนียม จ่ายให้อุทยานเดือนละ 7-8 ล้าน มีคนประมูลแน่ครับ
ความน่าสงสัยดังกล่าว ไม่ใช่ผมสงสัยอยู่คนเดียว แม้แต่อุทยานก็ตั้งคณะกรรมการติดตามผลการเก็บเงินรายได้ ตั้งแต่ปี 2555 แต่ก็ไม่ทราบว่าทำไมท่านกรรมการไม่สงสัยอย่างที่ผมสงสัย (ตัวเลขสถิติที่ผมใช้เป็นปี 56 หลังจากตั้งกรรมการแล้วครับ)
ตัวเลขสถิติต่างๆ ที่ผมใช้ เป็นของกรมอุทยาน เปิดเผยให้สาธารณชนทราบ ผมก็โหลดมาจากเว็บไซต์ของอุทยานนั่นแหละ
เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้น ผมจัดประชุมอนุทะเล สปช. เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่น สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ATTA แต่เนื่องจากไม่ใช่ข้อมูลของผม ผมไม่ขอนำมาบอก ใครอยากทราบเชิญถามท่านเจริญ นายกสมาคมครับ
ในหน้าที่สปช. ผมผลักดันอันดามันมรดกโลก ต่อเนื่องถึงการปฏิรูปอุทยานทางทะเล ผมดีใจว่าข้อเสนอจากที่ประชุมของกรมอุทยานที่ร่วมกันจัดทำกับหลายฝ่าย มีเรื่องการพัฒนาระบบการเก็บค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน และยิ่งดีใจที่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบและสั่งการให้มีการติดตามเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม อุทยานเป็นสมบัติของชาติและของคนไทยทุกคน เราต้องมีส่วนร่วมในการรับรู้และสงสัยด้วยกัน รวมทั้งช่วยกันติดตามและผลักดันการพัฒนาระบบอันมืดมนนี้ เพื่อให้โปร่งใส ให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับชาติเต็มเม็ดเต็มหน่วย
การผลักดันดังกล่าว คงไม่ใช่แค่ตั้งกรรมการในส่วนของกรมอุทยานมาตรวจสอบอีก เพราะก็มีอยู่แล้วดังที่ผมบอกไว้ การผลักดันหมายถึงการปฏิรูประบบใหม่ทั้งหมด
สำหรับคำถามที่น่าสงสัย นับจำนวนคนอย่างไร? เก็บเงินกันแบบไหน? เรื่องนี้หรือเปล่าที่ทำให้ใครต่อใครอยากมาเป็นหัวหน้าอุทยานทะเล? คงเป็นเรื่องของสื่อมวลชนผู้อยากติดตามและหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ผมต้องการนำเสนอประเด็นว่าระบบมีปัญหาและจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนโดยอาศัยความเฉียบขาด มิฉะนั้น กลไกในการปฏิรูปเพื่อรักษาทรัพยากรจะไม่มีวันสำเร็จ เมื่อมันมีผลประโยชน์แอบแฝงมากมายอยู่ในนั้น
ทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงก็ติดตามประเด็นนี้อยู่ ผมจึงพยายามหาทางช่วยเท่าที่ทำได้
เอาใจช่วยท่านรัฐมนตรีและทุกคนทุกฝ่ายที่กำลังทำงาน เชื่อว่าพวกเราชาวไทยคงร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนฮีโร่ผู้จะทวงคืนอุทยานทางทะเลมาเป็นของคนไทยอย่างแท้จริงครับ
สำหรับผู้ต้องการตรวจสอบข้อมูล สามารถทำได้โดยเสิร์ช "จำนวนนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ" จะปรากฏเว็บไซต์ของกรมอุทยาน จากนั้นก็หาเครื่องคิดเลขมากดจิ๊กๆ ได้เลยครับ เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่ข้อมูลลับ หากใครอยากตรวจสอบทำได้เลยจ้ะ ไม่ต้องถามผมครับ
ที่มา https://www.facebook.com/thon.thamrongnawasawat/posts/1104565816225287







