
หยาดเหงื่อแรงงาน
300 บาท/วัน ค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดให้ใช้ทั่วประเทศมาตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556 ผ่านมาปีครึ่งยังไม่ปรับขึ้น
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
300 บาท/วัน ค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดให้ใช้ทั่วประเทศมาตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556 ผ่านมาปีครึ่งยังไม่ปรับขึ้น พี่น้ององค์กรลูกจ้างทั้งหลายเรียกร้องให้เพิ่มขึ้นเป็น 360 บาท แต่รัฐบาลยืนยันจะไม่ปรับจนกว่าจะผ่านสิ้นปีนี้
ค่าแรง 300 บาท สำหรับคนทั่วไปในสภาพแวดล้อมเมืองใหญ่ปัจจุบันไม่เฉพาะสังคมกรุงเทพฯ ยังรวมถึงต่างจังหวัดที่ยกระดับเป็นเมือง ท่ามกลางราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ธุรกิจแข่งขันผลิตของยั่วยวน เงินแค่นี้มันไม่พออยู่แล้ว นอกจากต้องใช้อย่างจำกัดจำเขี่ย
เฉพาะค่ารถเดินทางไปทำงานก็สาหัสไม่น้อย
กรุงเทพฯ ไม่มีทางที่เราจะเดินทางฟรีด้วยระบบรถจักรยาน เหมือนญี่ปุ่น จีนนอกจากจะยอมเสี่ยงชีวิต หันซ้ายไปเจอล้อรถสิบล้อ ข้างหลังเป็นเสียงคำรามของเจ้าบิ๊กไบค์ ชีวิตนักปั่นในเมืองเลยต้องสวดมนต์ไหว้พระท่องนโมสามจบก่อนออกศึกคุ้มครองให้ถึงที่ทำงาน
ค่ารถเดินทางทำงานไป-กลับ หนีไม่พ้น รถไฟฟ้า วินมอเตอร์ไซค์ รวมๆ ก็ร้อยกว่าบาท บวกค่าอาหาร ของหวาน ผลไม้หลากสี ไว้กลั้วคออีก คิดแบบชีวิตกลางๆ อยู่แบบพอกินจริงๆ เบ็ดเสร็จก็ 400 นิดๆ
ยังไม่นับ สันทนาการ บันเทิง ดูหนัง ซื้อของจำเป็นเข้าบ้าน พาครอบครัวไปเที่ยววันหยุดที่ต้องใช้ราคาไม่น้อยอีก โดยเฉพาะถ้าต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อาจต้องมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,500 บาท/วัน เฉลี่ยเดือนละ 3-4 หมื่นบาท ถึงจะอยู่อย่างพอมีหวัง ได้ฝันถึงอนาคต
ขนาดเด็กประถม มัธยม เดี๋ยวนี้หลายครอบครัวให้เงินไว้กินขนม เข้าแมคฯ เคเอฟซี วันละ 150-200 บาท ฟังแล้วต้องทำใจ
ย้อนนึกถึงสมัยตัวเอง สมัยเด็กอยู่ ป.1 ได้ 1 บาท ป.2 ได้ 2 บาท ป.3 ได้3 บาท กว่าจะก้าวกระโดดก็ตอน ป.4 ได้ 20 บาท
ภาวะข้าวยากวิญญาณกะเพราไก่ “ปิ่นโต” ที่แต่ก่อนเคยใช้หิ้วไปโรงเรียน วันนี้จึงเห็นพนักงานออฟฟิศหอบข้าวมาใส่ทัปเปอร์แวร์กิน นอกจากประหยัดเงินแล้วยังดีกว่าไปเสียเงินให้แม่ค้าอาหารตามสั่งไม่รู้ทำอะไรมาให้กิน รสชาติจืดชืด แถมยังต้องเจ็บใจกับไข่ดาวไซส์มินิที่ได้มา
แต่จะประหยัดได้แค่ไหนเล่า สุดท้ายก็ต้องมาซด กาแฟเย็น น้ำหวานอัดขวดชาเขียวใส่สี น้ำผลไม้สมูทตี้ปั่นคอยดูดเงินในกระเป๋าทุกวัน
ก็ชีวิตทุกวันนี้มันเสพติดความหวานที่มากับสีสันกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ออกมาล่อใจ แม้แต่ร้านกาแฟผุดขึ้นมากมายห่างจากเราไม่เกิน 100 เมตร
คำนวณแล้ว เงินแต่ละเดือนที่ต้องสูญไปกับกาแฟเย็น น้ำตาลปรุงรสใส่ขวด ถ้าเฉลี่ยวันละแก้ว แก้วละ 35-40 บาท อยู่ที่ 1,200 บาท/เดือน กับผลที่ได้จากใบตรวจสุขภาพประจำปีที่แจ้งมาว่า “คุณกำลังเริ่มอ้วน...โปรดลดของหวานโดยพลัน”
กระทรวงสาธารณสุขเตือนว่า โรคเบาหวานกำลังเป็นภัยเงียบกับคนไทยเฉลี่ยตายปีละ 8,000 คน ช่วงหลังเกิดกับเด็กสูง และผู้ที่กินหวานไม่ชอบออกกำลังกาย
เงินที่หายไปสุดท้ายกลับมาเป็นภัยสุขภาพตัวเอง
หลายครั้งเสร็จงานอยากคลายเครียด ฉลองเต็มที่บุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่น สุกี้ใบเสร็จที่ออกมาราคาความอร่อย 1 มื้อ มากกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่ให้ไว้ซับหยาดเหงื่อคนงานทั้งวัน
อย่างน้อยก่อนจะกินอะไรในแต่ละมื้อ ช่วยให้นึกถึงความยากลำบากของอีกหลายคน เพื่อให้รู้ว่าเรายังมีโอกาสที่ดีกว่าเขาอีกมาก







