
‘ฮาลาบาลา’ (ยะลา) ในสายตาหญิงสาว
แค่ฟังสองช่างภาพสาวไฟแรงเล่า หัวใจเรา 7ก็พองโต อยากไปจังเลย “ยะลา” ไม่สิ “ฮาลาบาลา” ต่างหาก
โดย...แจนยูอารี
แค่ฟังสองช่างภาพสาวไฟแรงเล่า หัวใจเรา 7ก็พองโต อยากไปจังเลย “ยะลา” ไม่สิ “ฮาลาบาลา” ต่างหาก ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเยือนให้ได้ สัญญากับตัวเองอย่างนั้น
“แพร-รัมภาพร วรสีหะ” กับ “ป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์” (ทั้งคู่เป็นศิษย์เก่า คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) กลับจากฮาลาบาลาพร้อมภาพถ่ายที่พวกเธอดั้นด้นบุกป่าฝ่าดงเข้าไปลั่นชัตเตอร์เก็บความรู้สึก เก็บความทรงจำ เก็บเรื่องราวมากมายที่ทัง้คูไ่ด้พบเหน็ นำเสนอผา่ นนทิ รรศการ“ลองล่องยะลา ฮาลาบาลา” ณ เดอะแจมแฟคตอรี่ คลองสาน
น้ำเสียงที่พวกเธอเล่า จับอารมณ์ได้ว่าล้นปรี่ไปด้วยความสุข ฟังไปก็อิจฉาไป และไม่นึกว่าสาวเมืองกรุงอย่างพวกเธอจะเป็นขาลุยขนาดนี้ ยิ่งเมื่อเดินชมผลงาน ก็ยิ่งทึ่งในความตั้งใจและความมุ่งมั่น
“ครั้งที่ 2 แล้วละค่ะ” รัมภาพรเปรยขึ้นเปล่า!!! ไม่ใช่ฮาลาบาลาครั้งที่ 2 แต่หมายถึงครั้งที่ 2 ของ จ.ยะลา โดยครั้งแรกเธอไปเยือนแค่ตัวเมือง “เมืองสวยมากกกก เป็นลักษณะใยแมงมุมเชื่อมโยงกันหมดเลย” และเป็นทริปเดียวกันกับที่สิริมาก็ร่วมเดินทางไปด้วย “ครั้งแรกไปจะอยู่เฉพาะตัวเมือง ซึ่งผังเมืองสวยและเมืองก็สวยมากกกก เหมาะกับการเดินถ่ายภาพ เดินแล้วไม่หลงแน่นอน” ทั้งคู่สนุกตื่นเต้นในฐานะครั้งแรกการไปเยือนจังหวัดที่มักมีข่าวความไม่สงบเกิดขึ้นไม่เว้นวัน
ครั้งที่ 2 ต่างกันลิบลับ เพราะปลายทางของพวกเธออยู่ที่ฮาลาบาลา พงไพรที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่และสมบูรณ์อีกแห่งในประเทศไทย
รัมภาพร : “ตอนแรกนึกภาพไม่ออกหรอกค่ะว่าป่าฮาลาบาลาจะเป็นยังไง แต่ก็พอรู้ว่ามันคือป่าที่สมบูรณ์ที่สุด ก็จินตนาการของเราไปเรื่อยพอไปเห็นกับตา โอ้โห!!! นี่มันป่าเหมือนในหนังจูราสสิคพาร์คเลยค่ะ สวยมากกกก ธรรมชาติมากกกก ทุกอย่างอุดมสมบูรณ์จริงๆ”
สิริมา : “ปกติก็เป็นคนชอบต้นไม้ ชอบป่าอยู่แล้ว แต่พอได้เข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้น ยอมรับเลยค่ะ มันสวยมากกกก ส่วนตัวก็เคยไปมาหลายที่ แต่ไม่มีที่ไหนสมบูรณ์เท่าที่นี่เลย ความรู้สึกมันเหมือนป่าในหนังจูราสสิคพาร์คจริงๆ นะคะ ต้นไม้ใหญ่มากกกก สดมากกกก เป็นความรู้สึกเดียวกันของคนที่ไปถึงที่นั่น จนไม่ถ่ายอะไรเลย (หัวเราะ) อยากนั่งชมอย่างเดียว อยากดิ่งไปกับความรู้สึกนั้นนานๆ”
แต่เพราะมีภารกิจสำคัญ ต้องเก็บเกี่ยวสิ่งที่ตาเห็น ต้องบันทึกภาพฮาลาบาลา สองสาวจึงจำต้องดึงอารมณ์เข้าสู่โหมดช่างภาพ งัดกล้องคู่กายออกมาลั่นชัตเตอร์ รัมภาพรนำเสนอสิ่งที่เธอประทับใจความมหัศจรรย์ของผืนป่าขนาดยักษ์และชาวป่าซาไก เพื่อให้ผู้คนได้ซึมซับเหมือนกับสิ่งที่ตาเธอเห็น ขณะที่สิริมากลับไปโฟกัสผิวสัมผัสของต้นยางที่เธอไปพบ รวมทั้งผืนป่าอันสมบูรณ์ ตลอดจนวิถีซาไกและเหล่าทหารหาญเธอก็ไม่พลาด
รัมภาพร : “ทริปนี้ไปหลายคน ต่างคนก็ต่างสนใจต่างกัน สำหรับแพรน่ะนะ เมื่อไปป่าก็ต้องถ่ายป่า (หัวเราะ) อยากเก็บป่านี้ไว้ในภาพถ่าย อยากซึมซับความสมบูรณ์ของป่าผืนนี้ไว้นานๆ อารมณ์ก็ออกประมาณแลนด์สเคปในมุมมองของตัวเอง อื่นๆ ก็มีซาไก ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างสนใจซาไกมากๆ โดยเฉพาะเรื่องผิวหนังและมือของซาไก มันน่ามหัศจรรย์ไม่แพ้ความยิ่งใหญ่ของฮาลาบาลาเลยละค่ะ”
สิริมา : “พอทุกคนมายืนจุดเดียวกัน สิ่งที่เห็นก็คือป่าและธรรมชาติ นอกจากพวกเรากันเอง ก็มีพี่ๆ ทหารกับซาไก มันเหมือนได้เห็นทั้งป่าและคนในเวลาเดียวกัน ณ จุดเดียวกัน แต่สิ่งที่ป่านไปโฟกัสเป็นพิเศษ คือเปลือกต้นยางชอบผิวสัมผัสของมัน และทำให้นึกถึงคุณแม่ที่เคยมีสวนยาง เห็นแวบแรก รู้สึกว่าสวยมากๆเพราะผิวสัมผัสไม่เหมือนต้นยางทั่วไป แล้วต้นมันก็ใหญ่มากกกก”
รัมภาพร : “ถ้ามองในสายตาคนเมืองยะลาคือจังหวัดที่เอื้อมถึงยากและไม่ได้สนใจที่จะไปกันหรอกค่ะ อาจเพราะความไม่สงบ มีปัญหา แต่นั่นแค่การรับรู้จากข่าว พอไปลงพื้นที่จริง ความรู้สึกมันอีกอย่างเลยนะ ไม่ยากเกินไป ไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่ใช่โซนอันตรายที่จะไปยะลา ถ้ามองในฐานะผู้หญิง ยะลาเป็นอีกโลกหนึ่งที่แพรรู้สึกว่ามันเรียบง่าย มันสงบ และอุ่นใจที่จะไปสัมผัส แต่นั่นคุณต้องเคารพในความเป็นยะลาด้วย อย่างการวางตัว การแต่งตัว ก็ต้องเรียบร้อยและดูกาลเทศะ เช่น ใส่ขาสั้นแขนกุด ใส่ได้มั้ย ใส่ได้ แต่สายตาที่คนท้องถิ่นมองจะทำให้คุณอายไปเอง ถ้ามีโอกาสจะไปอีกค่ะโดยเฉพาะฮาลาบาลา จะไปอีกแน่นอน เพราะเหมือนมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่สัมผัสได้ว่าต้องไปซ้ำอีกครั้ง”
สิริมา : “ถ้ามองในฐานะคนเมือง ยะลาเหมือนจังหวัดทั่วไป มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจในแบบของเขาเอง น่าเสียดายที่โดนปิดกั้นด้วยเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ จริงๆ มันน่าเที่ยวมากสงบ ผู้คนหลากหลาย จีน ไทย มุสลิม ทุกคนน่ารัก การมีเหตุการณ์ไม่สงบ ป่านว่าป่านได้เห็นถึงความสามัคคี พลังเล็กๆ ที่พวกเขาส่งมาถึงคนเมือง พวกเขายังอยู่รวมกัน ไม่ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด มีความน่ารักและเป็นธรรมชาติแฝงอยู่ในนั้น ถ้ามองในฐานะผู้หญิง ยะลาเท่าที่ได้สัมผัสเป็นเมืองที่เจอผู้หญิงได้ง่ายและเยอะมาก ตอนไปถ่ายรูปในโรงเรียน ป่านเจอภาพเด็กผู้หญิงโตสอนเด็กเล็ก ทำอาหารให้น้อง ๆ กินสำหรับป่านผู้หญิงยะลาคือผู้หญิงเข้มแข็งนะ ในแง่มุมพยายามที่จะขับเคลื่อนอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดพลัง คิดว่าจะกลับไปยะลาอีกครั้งแน่นอนอยากกลับไปทำโปรเจกต์ภาพถ่ายเกี่ยวกับโรงเรียนให้สำเร็จค่ะ”
นิทรรศการ “ลองล่องยะลา ฮาลาบาลา”ไม่ได้มีแค่ผลงานของสองช่างภาพสาว แต่ยังรวมถึงภาพถ่ายฝีมือลั่นชัตเตอร์โดยช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพอิสระ และช่างภาพสมัครเล่น ที่ร่วมถ่ายทอดความงามผืนไพรอันบริสุทธิ์ใต้สุดชายแดนสยามอีก 7 ชีวิต อาทิ “ดวงฤทธิ์บุนนาค” “บัลลังค์ ศิริพิพัฒน์” “สามารถ เมฆทิพย์พาชัย” “พชร อัศวเมธิกาพงศ์” “นิศากรแก่นมีผล” “วันเอก กิจสมใจ” “ดุลฟิรตรีเจ๊ะมะ” สนใจแวะไปชมได้ จัดแสดงให้ชมถึงวันนี้ (26 เม.ย.) วันสุดท้าย โทร. 02-861-0950 www.facebook.com/longlongyala







