
พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล ชื่นใจดุจยาหยี
โดย...กองทรัพย์
โดย...กองทรัพย์
ชวนสาวลุคเก๋ผู้โลดแล่นในแวดวงน้ำหมึกในฐานะบรรณาธิการบริหารมากว่า 13 ปี คุณแม่ตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล นั่งเมาท์ถึงบทบาทใหม่คือบรรณาธิการสำนักพิมพ์ยาหยี สำนักพิมพ์หนังสือสำหรับเด็ก และชวนคุยถึงแรงบันดาลใจสำคัญ นั่นก็คือ ด.ญ.ชื่นใจ ภูมิรัตน วัย 1 ขวบ 7 เดือน ลูกสาวที่คุณแม่ยกให้เป็นที่ปรึกษาสำนักพิมพ์
คุณแม่ตุ๊กตา เล่าว่า ยาหยีเกิดจากอยากจะสอน ก-ฮ ให้น้องชื่นใจ แต่พยายามมองหาหนังสือในตลาดแล้วพบว่าไม่เหมาะกับพัฒนาการของเด็ก “ตอนชื่นใจอายุ 3 เดือน เราพยายามหาหนังสือเพื่อจะมาอ่านกับเขา แต่ไม่เจอหนังสือที่ตรงใจ จึงชวนป้าป่าน (นิตตา ประภัสภักดี) ที่วาดภาพประกอบคู่บุญของเรามาทำหนังสือด้วยกัน เลยออกมาเป็นหนังสือเล่มแรกของเรากับเล่ม ก เอ๋ย ก ไก่ เสร็จทันชื่นใจอายุ 6 เดือนพอดี พอเขาได้อ่านก็เริ่มจดจำได้ คุณแม่จะเล่าผ่านท่าทาง พอเขาเริ่มพูดได้ เขาก็จะออกเสียงพยัญชนะหรือคำลงท้ายพยัญชนะต่างๆ ได้ สรุปคือสำนักพิมพ์ยาหยีเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจคือชื่นใจ เขามีส่วนกำหนดเนื้อหา เราเรียกเขาว่าเป็นที่ปรึกษาสำนักพิมพ์เลย เพราะว่าเขาจะเป็นคนตรวจสอบงานทุกอย่างที่เราทำ คือจะดูจากความชอบและไม่ชอบของเขา ถ้าเขาไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบในเชิงบวกเราก็จะคิดแล้วว่าจะต้องปรับอะไร”
ย้อนกลับมาที่เรื่องของที่ปรึกษาตัวน้อย น้องชื่นใจที่ดูจะเป็นเด็กอารมณ์ดี และมีความเป็นตัวของตัวเองชัดเจนตั้งแต่ตัวเปี๊ยกนั้น คุณแม่ตุ๊กตาบอกว่า นอกจากการใช้สื่อที่ทำแล้ว ก็จะเลี้ยงลูกให้เป็นไปตามธรรมชาติ “เป็นธรรมชาติในที่นี้คือ ธรรมชาติของพ่อแม่และธรรมชาติของเขา เหมือนเรา 3 คน มีโลกคนละใบ พอมีเขาเข้ามาในครอบครัวพ่อแม่ก็ต้องค่อยๆ ปรับให้โลกอยู่ในใบเดียวกันกับเขาให้ได้
ธรรมชาติของเขา ก็คือเขาเกิดมาตอนเป็นเด็กเล็ก เขาจะเป็นคนกำหนดเวลากินนอนของทุกคน เราก็ค่อยๆ ปรับธรรมชาติของเราให้เข้ากับเขา เราอ่านตำรามาก็เหมือนเป็นทฤษฎี แต่พอเรามาเป็นคุณแม่จริงๆ เราก็เป็นเจ้าของตำราอีกเล่มหนึ่ง และอยู่กันไปนานๆ เข้า เขาจะซึมซับธรรมชาติของเราเข้าไปในตัวเขา
พูดถึงนิสัย ชื่นใจจะชอบทำอะไรที่เหมือนผู้ใหญ่ทำ คุณแม่ก็ใช้ตรงนี้สอนเขาไปในตัว เช่น ใช้เขาไปทิ้งขยะให้ เขาชอบเล่นถังขยะเราก็ให้เขาเก็บขยะ ให้เขาเก็บเตียง พับผ้าห่มเกือบจะได้แล้ว อะไรที่เป็นงานที่เราทำประจำทุกวันจะให้เขามีส่วนร่วมด้วย ตอนนี้เขาเอาผ้าไปใส่เครื่องซักผ้าได้ เขามีส่วนในธรรมชาติของเรา ถ้าเขาโตกว่านี้อีกหน่อยมันก็น่าจะดีกว่านี้อีก เพราะเราจะไม่เป็นภาระซึ่งกันและกัน แต่จะสามารถมีชีวิตไปด้วยกัน”
บรรณาธิการสาวปล่อยให้ลูกเล่นอย่างอิสระ ไม่ปรุงแต่งหรือวางตารางชีวิตของน้องชื่นใจมากนัก “ถ้าเขาอยากเล่นก็ปล่อยให้เล่น เพราะถือว่าเป็นการเรียนรู้ แม่และพ่อ (บอย-ตรัย ภูมิรัตน) จะไม่ให้เขาเรียนเสริม เพราะเรารู้สึกว่าเดี๋ยวก็ถึงเวลาเรียนเขาก็จะได้ทำสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้ว ดังนั้นเวลานี้คือปล่อยให้เขาเล่นเต็มที่
เราทั้งคู่คิดเอาไว้ว่าจะให้ชื่นใจเข้าโรงเรียนช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะอยากให้เขามีเวลาร่วมกับเราให้มากที่สุด ให้เขาเป็นเด็กที่ไม่ต้องมีระเบียบวินัยมาก อยากเห็นเขาเป็นเด็กที่ไม่ต้องมีตารางในชีวิตมากมาย อยากให้เขาเป็นเด็กที่อยู่กับผู้ใหญ่เยอะๆ ให้เขาซึมซับความเป็นผู้ใหญ่จากญาติเรา เพื่อนเรา เวลาไปเที่ยวที่ไหน หรือปาร์ตี้ที่ไหน ก็จะพาเขาไปด้วย แต่ทุกคนจะปฏิบัติกับเขาไม่เหมือนกับเด็กที่ต้องโอ๋ตลอดเวลา แต่จะรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนเด็กอีกคนหนึ่ง นี่คือวิธีการเลี้ยงลูกของเรา”
แม้จะไม่ได้คาดหวังกับอนาคตของลูกสาวตัวน้อย แต่สำหรับมุมกุ๊กกิ๊กของคนเป็นแม่ เป็นความฝันเล็กๆ ของเธอที่อยากส่งต่อของน่ารัก กระจุกกระจิกแบบผู้หญิง หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่เธอชอบวันนี้ให้ลูกสาว และหวังว่าเด็กหญิงชื่นใจจะชอบเท่านั้นเอง
ที่สุดแล้วคุณแม่ตุ๊กตาก็บอกว่า ทุกความรักต้องการพื้นที่ และลูกก็ต้องมีพื้นที่ของเขาเอง "เราก็เหมือนกัน เราก็มีงานที่เรารัก มีเวลาของตัวเองและมีเวลาที่อยู่ร่วมกัน ดังนั้น หนังสือและเสียงเพลงจะเป็นสื่อกลางของครอบครัวเรา ในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ซึ่งคุณแม่ตุ๊กตาในฐานะบรรณาธิการสำนักพิมพ์ยาหยี ก็หวังว่า หนังสือของเธอจะเป็นสื่อกลางให้กับหลายๆ ครอบครัวเช่นกัน”







