posttoday
เราใช้อะไร ดูแลความรัก?

เราใช้อะไร ดูแลความรัก?

22 เมษายน 2558

คนที่กำลังเป็นแฟนกันอยู่ คงมีคำตอบสวยหรูมากมายเต็มไปหมด แต่กับคนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน

โดย...ว.แหวน

คนที่กำลังเป็นแฟนกันอยู่ คงมีคำตอบสวยหรูมากมายเต็มไปหมด แต่กับคนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน คงรู้แล้วสินะว่า การจะอยู่ร่วมกับใครสักคน ไม่ใช่แค่รัก ไม่ใช่แค่เข้าใจ ไม่ใช่แค่เชื่อใจ ไม่ใช่แค่เอาใจใส่ และไม่ใช่แค่ตามใจ ไม่ใช่แค่นั้น!

อยากบอกว่า หลากหลายสถานการณ์วัดใจ ไม่ได้เกิดตอนเริ่มรัก แต่มันจะตามมาเป็นระลอกๆ ในช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ตลอดชีวิตคู่ พูดเลย! อาจหนักกว่าที่คาดคิด หรืออาจคิดไม่ถึง หลายอย่างที่เขาไม่น่าทำ เขาอาจทำให้เห็น หลายอย่างที่เราไม่เคยเป็น แต่เรากำลังจะเป็น เรากับเขาสามารถกลายร่างเป็นอะไรก็ได้ ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน นางฟ้าอาจต้องเจอกับซาตาน เทพบุตรอาจต้องปะทะกับนางยักษ์ หรือไม่ต่างฝ่ายต่างกลายร่างเป็นผีเน่ากับโลงผุ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เราต่างเล่นเป็นพระเอกนางเอกของกันและกัน สวยหล่อท่ามกลางสักขีพยานนับพัน แต่ดูตอนนี้สิ “ฉันหรือกูตอนนี้ แล้วคุณหรือมึงตอนนี้ ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้?”

สุดท้าย...เราใช้อะไรดูแลความรัก? อย่างที่บอก นอกจาก “รัก” นอกจาก “ความเข้าใจ” นอกจาก “ความเชื่อใจ” นอกจาก “ความเอาใจใส่” และนอกจาก “การตามใจ” แล้ว มันยังครอบคลุมถึงความรับผิดชอบ สำนึกผิดชอบชั่วดี รสนิยม และสติปัญญาที่ต้องมีควบคู่กันไป การที่คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ ต้องพกสมองมาช่วยด้วย รักอาจใช้หัวใจตอบ แต่เวลามาอยู่ด้วยกัน หนีบสมองมาด้วยนะ! เพราะสมองจะต้องมาช่วยจัดการความพอดีให้ชีวิตคู่ ชีวิตประจำวันที่ต้องสอดคล้องไปด้วยกันได้ มันคือการหาความพอดี ไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายพอใจ แต่มันคือการทำให้อีกฝ่ายไม่อึดอัด อาจไม่พอใจ...แต่ก็พอรับได้ อาจไม่ยินดี...แต่ก็โอเค คนสองคนต่างจิตต่างใจ ไม่ทุกเรื่องหรอกที่เห็นตรงกัน

แล้วอะไรที่ดูแลความรักของคนสองคนได้ล่ะ?

มันคือการสร้างสมดุลในทุกๆ เรื่องของชีวิต คงต้องอาศัยความฉลาด ไม่ต้องฉลาดทั้งสองคน แต่คนใดคนหนึ่งก็ต้องฉลาด ฉลาดที่ไม่ได้หมายถึงอวดฉลาดไปซะทุกเรื่อง เช่น เป็นผู้นำ ก็ยืนยันหัวชนฝาที่จะนำ ต่อให้ทำเรื่องงี่เง่า ก็กลบเกลื่อนด้วยการแสดงความเป็นผู้นำ เป็นซะอย่างนี้ ไอ้คนที่โง่ก็ต้องแอบความฉลาดไว้ เดี๋ยวมันโกรธที่เราฉลาดกว่ามัน เฮ้อ! ไม่รู้จะสงสารใครดี?

คนฉลาดคือฉลาดที่จะจัดสรรจังหวะว่าเวลาใดควรฉลาด เวลาใดควรทำเป็นโง่ เวลาใดควรปล่อยให้เขาฉลาด รู้จริงก็ดี แต่ถ้าจะทำเป็นรู้ ก็ลองทำเป็นไม่รู้ดูบ้าง เราทุกคนไม่มีใครพอดีมาตั้งแต่เกิด ไม่ขาดก็เกิน ไม่เกินก็ล้น แต่คนที่อยู่กับเรา จะต้องมาช่วยเติมที่ขาด มาช่วยเทที่ล้น ไม่ตามใจเกินไป ไม่ดูดายจนลืม เมื่อชีวิตเราอยู่กับร่องกับรอยมากขึ้น การปรับสมดุลระหว่างคนสองคนจึงเกิดขึ้น

นอกเหนือจากสิ่งนี้ก็คือ สำนึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบในหน้าที่ ให้มันเป็นพื้นฐานของการจัดการในทุกๆ เรื่องของชีวิตคู่ เพราะสำนึกจะคอยตอบเราได้ในทุกๆ ปัญหาของชีวิต จะทำอะไร ถาม “สำนึก” ก่อนเลย ถ้า “สำนึก” ให้ผ่านก็ผ่าน ถ้า “สำนึก” ไม่ให้ผ่านก็ไม่ควรทำ เมื่อไหร่ที่เรามีสำนึก จงเชื่อ “สำนึก” เพราะ “สำนึก” จะมาช่วยจัดการกับ “กิเลส” ให้เราเสมอ “กิเลส” ที่เรารบร้อยครั้ง อาจไม่ชนะทุกครั้ง เพราะมันมีพลังมหาศาล

รู้ไหมว่าทำไม?

เพราะ...ส่วนหนึ่งของมัน...แอบอยู่ลับๆ ในตัวเราทุกคนอยู่แล้ว!

เราอ้างความรักมาดูแลความรักอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป เพราะในยุคปัจจุบัน เรากลับรักใครได้หลายคน คนนี้ก็รัก คนนั้นก็รัก ไม่อยากเสียใครไป เพราะรัก! รักคนนี้สักพัก ก็ไปรักคนอื่นได้อีก ถามว่าแท้จริงแล้วเรารักใครมากที่สุด?

คำตอบคือ...ตัวเอง!

เราจะดูแลความรักให้ดีได้อย่างไร ถ้าตัวเราอยู่บนพื้นฐานรักตัวเองกันทุกคน ต่อให้ใช้ใจ ใจก็ยังเป็นของตัวเอง ย่อมเข้าข้างตัวเองอยู่วันยังค่ำ ฉันเลยต้องเพิ่มคำว่า “สำนึกรับผิดชอบ” เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราก้าวออกมาจากตัวเอง เพื่อมามองผู้อื่น และจัดการกับความรักได้อย่างมีสติ แยกรักออกจากคำว่า...หลง ปลื้ม ฟิน จิ้น กิ๊ก ได้โดยไม่ต้องให้ใครมาเตือน

ส่วนความ “ฉลาด” จงใช้เพื่อการ “อยู่รอด” ไม่ใช่เพื่อการ “เอาตัวรอด”

รู้ไหมว่าวิชา “การจัดการชีวิตคู่” ทำไมถึงไม่มีอยู่ในตำราใดๆ?

เพราะข้อสอบวิชานี้น่าจะเป็นข้อสอบที่ยากที่สุดในชีวิตแล้ว และเพราะโจทย์...จะมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มาแบบไม่ทันตั้งตัว ใครตั้งโจทย์เราไม่มีวันรู้ แต่ที่แน่ๆ...

การสอบผ่าน...มีชีวิตเป็นเดิมพัน!

เข้าไปพูดคุย หรืออ่านมุมมองความคิดของ ว.แหวน ได้ที่ www.facebook.com/Worwaenfanpage

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์