
แรงดึงดูดของชีวิต
หลังจากที่ผลแอปเปิ้ลหล่นลงมาบนพื้นโลกหลายหมื่นล้านลูก แต่บังเอิญมี...ลูกแอปเปิ้ลเพียงหนึ่งลูก
โดย...ดำ รงค์ พิณคุณ ภาพ เอเอฟพี
หลังจากที่ผลแอปเปิ้ลหล่นลงมาบนพื้นโลกหลายหมื่นล้านลูก แต่บังเอิญมี...ลูกแอปเปิ้ลเพียงหนึ่งลูก ที่ตกลงมาบนศีรษะของท่านเซอร์ไอแซก นิวตัน จึงเป็นมนุษย์คนแรกที่พยายามค้นหาว่า “ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างถึงต้องตกลงมาบนพื้นดิน” และคำตอบที่ได้ คือ “แรงโน้มถ่วงของโลก” แปลง่ายๆ ว่า “โลกมีแรงดึงดูดทุกอย่างให้อยู่ติดกับพื้นดิน” เนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเอง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ติดบนพื้นดิน
ชายผิวดำที่เกิดในสลัมของเมืองใหญ่แทบทุกคนจะกลายเป็น “นักเลงหัวไม้ตอนวัยรุ่น” และเริ่มเข้าสู่วงเวียนแห่งโลกอาชญากรรมในวัยกลางคน มีเด็กน้อยบางคนเท่านั้นที่พยายามใช้ความรุนแรงหาทางออกในอาชีพใหม่ของตนเอง ด้วยการเริ่มต้นเป็น “นักมวยสมัครเล่น” และกลายเป็น “นักมวยอาชีพ” ในเวลาต่อมา
หญิงวัยกลางคนผู้ซึ่งเป็น “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว” ที่ต้องทำงานเพื่อลูก ทำงานอย่างหนัก บางคนทำงาน 2 กะ เพื่อที่จะส่งเสียลูกเรียนหนังสือให้ได้สูงๆ หลังจากสามีเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ คุณแม่ที่ต้องแบกภาระของบ้านไว้ทุกอย่าง ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของใช้ ค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และอะไรต่างๆอีกมากมาย นั่นคือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบของความเป็นแม่ และในวันสำคัญของลูก คุณแม่ยังต้องไปกับลูกทั้งๆ ที่อยากนอนเฉยๆอยู่ที่บ้านเพื่อพักผ่อนหลังจากทำงานวันละ2 กะ แทบทุกวัน
เด็กยากจนข้างถนนที่วันๆ เอาแต่เตะฟุตบอลบนถนนที่ประเทศบราซิล เตะทุกวันทั้งสนุกและเพลิดเพลินกับกลุ่มเพื่อนๆ ในวัยเด็กด้วยกัน ลูกบอลพลาสติกกับเท้าเปล่าก็ทำให้เด็กๆ เหล่านี้มีความสุขได้
ประเทศบราซิลเป็นประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศที่มีคนยากจนมากกว่าคนร่ำรวยเด็กส่วนใหญ่ไม่มีเงินเรียนหนังสือ หรือเรียนสูงได้แค่เกรด 6 หรือประถม 6 เท่านั้น สิ่งที่จะทำให้เด็กเหล่านี้เปลี่ยนฐานะจากเด็กยากจนเป็นคนเหนือคนได้ มีอยู่ 3 วิธี ก็คือ
หนึ่ง คือ การเป็นนักการเมือง
สอง คือ การเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
สาม คือ การเป็นนักฟุตบอล
ดังนั้น เด็กๆ ส่วนใหญ่ในประเทศบราซิลที่มีพื้นฐานทักษะการเล่นฟุตบอลดีอยู่แล้ว มักจะมี “ความฝัน” ที่จะเป็น “นักฟุตบอลระดับประเทศ” หรือ “นักฟุตบอลของสโมสร” แห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล หรือได้ไปค้าแข้งต่างประเทศ ยิ่งทำให้มีฐานะดีขึ้นกว่าเดิมอีกมากมายพวกเขาจะกลายเป็น “ไอดอลนักฟุตบอล”ของเด็กรุน่ ถัดไป และเป็นตำ นานผู้เปลี่ยนชีวิตตนเองจากเด็กยากจนข้างถนนมาเป็น“นักฟุตบอลที่โด่งดังระดับโลก”
พ่อแม่บางคนเป็นชาวไร่ ชาวนา ทำงานหาเช้ากินค่ำ ได้เงินแค่เพียงค่าแรงขั้นต่ำพ่อแม่บางคนเป็นคนใช้แรงงาน ใครใช้อะไรก็ทำ ได้เงินเท่าไรก็รับ เขาให้ทำแล้วไม่ได้เงิน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่สิ่งที่พ่อแม่เหล่านั้นทำได้ คือ ส่งให้ลูกเรียนหนังสือสูงๆ อยากให้ลูกเรียนเยอะๆ จะได้ทำงานดีๆ ไม่ต้องทำงานใช้แรงงานเหมือนกับพ่อแม่ในปัจจุบัน
กว่าจะหาเงินมาได้แต่ละบาท แต่ละสตางค์ ก็เก็บหอมรอมริบไว้ เพื่อลูกจะได้มีชุดนักเรียนใหม่ แบบที่ไม่ต้องอายเพื่อนหรือเพื่อให้เงินลูกมาซื้อหนังสือเรียนเมื่อเปลี่ยนขึ้นชั้นเรียนใหม่
“แรงดึงดูดของโลก” คือ แรงที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างติดอยู่บนพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เดินดิน หรือรถยนต์ หรือบ้านหรือแม้กระทั่งตึกที่สูงที่สุดในโลก หรือรถถังที่แสนหนัก
“แรงดึงดูดของชีวิต” คือ แรงที่ทำให้“คนธรรมดา” มักจะอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่น่าจะเป็น เช่น เมื่อเด็กเกิดในสลัมที่เป็นแหล่งซ่องสุม แหล่งค้ายาเสพติด เมื่อโตขึ้นมาก็จะเป็นพ่อค้ายา หรือคนส่งยา
“แรงดึงดูดของชีวิต” คือ แรงที่ทำให้พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือแม่เลี้ยงเดี่ยวธรรมดามักจะไม่ต้องทำงานให้หนัก เพื่อส่งเสียลูกเรียนให้จบ ไม่ต้องเหนื่อยทำงาน 2-3 กะ
“แรงดึงดูดของชีวิต” คือ แรงที่ทำให้เด็กธรรมดาเตะฟุตบอล และโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ธรรมดาคนหนึ่งที่ลืมความฝันที่จะเป็น “นักฟุตบอลระดับโลก”
“แรงดึงดูดของชีวิต” คือ แรงที่ทำให้พ่อแม่ที่เป็นชาวนา ชาวไร่ หรือคนใช้แรงงาน ไม่ต้องหาเงิน เก็บเงินให้ลูกเรียนหนังสือสูงๆ มนุษย์ที่ไม่ธรรมดามักจะ “หนีแรงดึงดูดของชีวิตได้” แต่จะต้องใช้แรงมากกว่า “คนธรรมดา”
“การหนีแรงดึงดูดของชีวิต” ต้องใช้“แรงมหาศาล” หรือต้อง “ทำงานหนักกว่าคนอื่น” หรือ “ต้องฝึกฝนมากกว่าคนอื่น”
หากเราอยากจะหนีจากแรงดึงดูดของชีวิต เราต้องพยายามมากกว่าคนอื่นสู้มากกว่าคนอื่น เหนื่อยมากกว่าคนอื่นชีวิตเราจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ก็ขึ้นอยู่กับว่า “เราใช้หัวใจสู้กับแรงดึงดูดของชีวิต...มากแค่ไหน”







