
ชีวิต... ขอแค่มองความสุขให้เห็น
ความสุขเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากมี ทุกคนพยายามไขว่คว้า ความสุขของบางคนอาจอยู่ที่ทรัพย์สิน
โดย...รจเรข ศิรามังคลานนท์ เรียบเรียง มัชรูม เมาเท่น
ความสุขเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากมี ทุกคนพยายามไขว่คว้า ความสุขของบางคนอาจอยู่ที่ทรัพย์สิน ความสำเร็จของบางคนอาจอยู่ที่หน้าที่การงาน หรือความสุขของบางคนก็อยู่ที่การเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก
สำหรับเป้ก็เช่นกัน ในอดีตความสุขของเป้อยู่ที่การทำงานให้ประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะมีรายได้เยอะๆ คือการออกไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนๆ แต่ปัจจุบันความสุขสำหรับเป้คือ ครอบครัวและการได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ญาติพี่น้อง สิ่งที่หันเหความคิดของเป้ คือการสูญเสียคุณตาที่รัก สุจินต์ พิริยะกิจไพบูลย์ ไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เป้ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน ในขณะที่เรามัวแต่มองไปข้างหน้าและมุ่งมั่นทำสิ่งต่างๆ ที่เราเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข เราลืมนึกถึงคนที่รักเรา คนที่อยู่ข้างๆ เรามาตลอด หันกลับมาดูอีกทีท่านเหล่านั้นก็อาจไม่อยู่กับเราแล้ว นี่เองที่ทำให้เป้ได้พบความจริงว่าความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน
ดังนั้น ทุกช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ไม่ว่าจะปีใหม่หรือสงกรานต์ เป้จะกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี ในช่วงเทศกาลนี้ถือว่าเป็นการรวมญาติกันทีเดียว เพราะครอบครัวเป้เป็นครอบครัวใหญ่ ลุง ป้า น้า อา ลูกพี่ลูกน้องมารวมตัวกัน ได้พูดคุยถามไถ่ความเป็นไปในชีวิตของแต่ละคน ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข
ทุกปีพวกเราลูกหลานต่างพากันล้อมวงนั่งฟังคุณยายที่เล่าเรื่องราวความหลังอย่างไม่มีเบื่อ คุณยายชอบเล่าเรื่องตั้งแต่สมัยก่อร่างสร้างตัวร่วมกับคุณตาว่ายากลำบากเพียงใด ใจหวังเพียงสร้างฐานะครอบครัวให้มั่นคง เพื่อที่ลูกหลานจะได้สุขสบาย สีหน้าของคุยยายขณะเล่าเรื่องต่างๆ นั้น ช่างเป็นใบหน้าที่เปี่ยมสุข แม้ส่วนหนึ่งจะบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าและยากลำบากในอดีต แต่อีกส่วนหนึ่งก็ฉายชัดซึ่งความอิ่มเอมใจ
ความสุขของคุณยายคือความทรงจำถึงคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันมากว่า 60 ปี เป้บอกได้เลยว่าความสุขอยู่ตรงนี้เอง อยู่ใกล้ๆ เราแค่เอื้อมมือก็ถึง อยู่บนใบหน้าที่แต่งเติมด้วยรอยยิ้ม อยู่ในอาหารจานอร่อยของคุณแม่ที่ทำให้เรากิน อยู่ในผลไม้จากสวนของคุณพ่อที่ฟูมฟักเฝ้ารักษา นอกจากนี้แล้วเกร็ดความรู้ที่ได้จากการพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ของญาติผู้ใหญ่ต่างๆ ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ แนวคิดในการประกอบกิจการงาน ฯลฯ เราก็สามารถนำมาปรับใช้กับตัวเราได้ นี่คือความสุขที่ได้จากครอบครัว ได้แก่ความห่วงใยที่ส่งต่อให้กันจากรุ่นสู่รุ่น
นอกจากนี้ คือการเดินทางไปท่องเที่ยว โดยในบางปีก็เพิ่มสีสันด้วยการเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เป็นการใช้เวลากับครอบครัวในอีกรูปแบบหนึ่ง อย่างเมื่อ 2 ปีก่อน ครอบครัวของเราจัดทริปใหญ่ไปสเปน จุดประสงค์ก็เพื่อพาคุณพ่อ วุฒิชัย ศิรามังคลานนท์ ซึ่งมีความสนใจด้านกีฬาฟุตบอล ให้ได้ไปเยี่ยมชมสนามจริงๆ ตัวเป็นๆ ของซานติอาโก เบอร์นาเบว แห่งทีมเรอัล มาดริด และคัมป์นู ของบาร์เซโลนา คุณพ่อคุยแนะนำสถานที่อย่างกับได้เคยเดินทางมาที่นี่แล้วหลายครั้ง พวกเราก็ได้แต่เดินหอบแฮกๆ ตามคุณพ่อ แต่ก็แอบอมยิ้มให้กัน เพราะคุณพ่อดูมีความสุขมาก
เมื่อปีเศษที่ผ่านมา เป้มีสมาชิกใหม่คือลูกสาว น้องแองจี้ พวกเราเลยเที่ยวกันแบบใกล้ๆ เพราะน้องจะได้ไม่เหนื่อยกับการเดินทางมากนัก ทริปแรกของแองจี้อยู่ในราวน้องอายุ 1 ขวบ พวกเราเลือกไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาะญี่ปุ่น คุณพ่อคุณแม่คัดค้านในทีแรกเพราะกลัวหลานลำบาก แต่เป้เลือกพาแองจี้ไปเพราะอยากให้แองจี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของทุกคน แองจี้ทำให้คุณตาคุณยายมีความสุขมาก ไม่เสียแรงที่เป้ตั้งใจว่าอยากจะทำให้ครอบครัวเรามีความสุขที่สุดในวันนี้ วันที่เรายังอยู่พร้อมหน้ากัน
เพียงแค่ทริปแรกของแองจี้ เจ้าหล่อนก็สร้างสีสันเสียยิ่งกว่าสีรุ้งให้แก่พวกเราทุกคน จำกัดความได้แต่คำว่า “เหนื่อยแต่สนุกมาก” ความสุขในอนาคตของเป้ต่อไปก็คงคือการได้เฝ้าดูแองจี้เติบโตขึ้นนี่เอง ขอให้แองจี้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีความสุข มีความสนุกสนานร่าเริง และแบ่งปันความสุขให้แก่คนที่อยู่รอบข้าง นี่คือความสุขของเป้ที่จะได้คอยเฝ้าดูความเจริญก้าวหน้าในชีวิตของลูกสาวที่มีเราเป็นแบบอย่างที่ดี
ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราค่อยๆ มอง ค่อยๆ เรียนรู้ เราก็จะรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความสุขของเราอยู่ที่ไหน ชีวิตบางทีก็ง่ายๆ เพียงแค่มองความสุขให้เห็น แล้วก็อย่าลืมที่จะหันหลังกลับไปดูซึ่งความทรงจำแห่งความสุขนั้นบ่อยๆ







