
ราศีอยู่ที่ใด?
เคยคิดกันไหมครับว่า ไม่รู้ว่า ท้าวกบิลพรหมเธอจะทำเรื่องยุ่งวุ่นวายไปทำไมกัน ?
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
เคยคิดกันไหมครับว่า ไม่รู้ว่า ท้าวกบิลพรหมเธอจะทำเรื่องยุ่งวุ่นวายไปทำไมกัน ?
ตามประเพณีสงกรานต์นั้นว่าเอาไว้ว่า ท้าวกบิลพรหมซึ่งสถิตอยู่บนทิพย์วิมานทราบข่าวว่า บุตรเศรษฐีชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นคนฉลาดนัก อายุแค่ 7 ขวบ ก็เรียนจบไตรเพท เลยเหาะลงมาลองของว่า ขอถามปัญหา 3 ข้อ โดยมีศีรษะของแต่ละคนเป็นเดิมพัน
ดูสิเอาของอย่างอื่นเป็นเดิมพันก็ได้แต่นี่เอาศีรษะเป็นเดิมพัน เลยนำมาซึ่งความวุ่นวายไม่รู้จบถึงทุกวันนี้
คำถาม 3 ข้อของท้าวกบิลพรหม คือ 1.เช้าราศีอยู่ที่ใด 2.เที่ยงราศีอยู่ที่ใด 3.ค่ำราศีอยู่ที่ใด
เด็ก 7 ขวบ เก่งอย่างไรก็คิดไม่ออก สมัยนั้นลุงกูเกิลก็ยังไม่มี ไม่งั้นก็คลิกถามกูเกิล คลิกเดียวก็ไม่ต้องรอถึง 6 วัน ธรรมบาลกุมารไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครเพราะตัวเองขึ้นชื่อว่า จีเนียสที่สุดแล้ว เมื่อเธอนึกไม่ออกเลยไปนอนใต้ต้นตาล เลยแอบได้ยินนกคุยกัน
ตัวเมียถาม ตัวผู้ตอบ ธรรมบาลกุมารเลยลอกคำตอบมาสอบได้ว่า เช้าราศีอยู่ที่หน้า เที่ยงราศีอยู่ที่อก ค่ำราศีอยู่ที่เท้า เหตุเพราะเช้ามนุษย์เอาน้ำล้างหน้า บ่ายเอาน้ำพรมอก ค่ำเอาน้ำล้างเท้า
สรุปว่า นกฉลาดกว่าธรรมบาลกุมาร ทำให้ท้าวกบิลพรหมต้องตัดหัวตัวเอง
ตัดแล้วมันก็ยุ่งละสิ เพราะถ้าเอาศีรษะท้าวกบิลพรหมเธอไปตั้งบนแผ่นดินๆ ไฟจะลุกไหม้ไปทั่วโลก ทิ้งบนอากาศฝนก็จะแล้ง ทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง
สรุปคือ ศีรษะท้าวกบิลพรหมเธอนี้เจ้าปัญหาจริงๆ ไม่รู้จะตัดออกมาทำไม บรรดาพระธิดาของเธอจึงต้องอัญเชิญไปเก็บไว้ในมณฑปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ ปีหนึ่งอัญเชิญออกมาครั้งหนึ่ง กาลนั้นเราเรียกกันว่า สงกรานต์
ข้อดีของการตัดศีรษะท้าวกบิลพรหมก็มีอยู่อย่างเดียวคือ ได้สาดน้ำกัน พ่อค้าหาเงินได้ ใครอยากอวดหุ่น โชว์ของกันก็ได้อาศัยฤกษ์นี้ล่ะปล่อยของกัน
สมัยนี้ไม่มีใครคิดถึงท้าวกบิลพรหม และไม่สนใจหรอกว่า ราศีอยู่ที่ไหน เวลาใด เพราะเวลาไหนก็ปล่อยของได้ เวลาในโลกปัจจุบันไม่ได้เป็นดังเวลาในโลกอดีตอีกแล้ว
ราศี แปลว่า สง่าราศี ความสง่า หรือลักษณะดีงามของคน
คนสมัยก่อนเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม ถ้าทำอะไรสอดคล้องกับการเคลื่อนของดวงดาวก็จะยังแต่ผลดีให้เกิดขึ้น ถ้าไม่ตีความคำว่าดวงดาวเป็นแค่ฤกษ์ยาม แต่ตีความคำว่า ฤกษ์ยามเป็นดั่งขงเบ้งทำศึกกับโจโฉ รู้ดวงดาว รู้ลม รู้ฝน การทำอะไรให้สอดคล้องกับจังหวะของธรรมชาติ มันก็ย่อมยังผลดีให้เกิดขึ้นมากกว่าผลร้าย เป็นธรรมดา
ตอนนี้คนล้างหน้าวันละหลายเวลาเพราะอยากจะหน้าขาว ราศีจึงมิได้อยู่ที่หน้าในเวลาเช้าอีกต่อไป
บ่ายราศีก็ไม่ได้อยู่ที่อกเพราะเราไม่ได้เอาน้ำพรมอกอีกแล้วเนื่องจากอยู่ในห้องแอร์กันเป็นส่วนใหญ่
ครั้นจะว่า เราจะดูราศีคนด้วยการพิเคราะห์ว่า เขาหรือเธอมีสง่าราศีดีหรือไม่ มีลักษณะดีงามที่เราควรจะชื่นชมเอาเป็นแบบอย่างได้ เราก็ไม่ทำแบบนั้นแล้วเพราะเดี๋ยวนี้เราจะดูราศีคนก็ดูว่า เขามีเงินหรือไม่ ขับรถอะไร ใช้เข็มขัดยี่ห้ออะไร ใส่นาฬิกายี่ห้ออะไร ของแท้หรือไม่ พกบัตรเกรดไหน ใช้โทรศัพท์แบรนด์อะไร รุ่นไหน ฯลฯ
ราศีไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งด้วย เพราะเราต่างมีหมวกกันคนละหลายๆ ใบ และสำเริงสำราญกับการใส่หมวกแล้วเทศนาให้คนทั้งโลกฟัง ใครจะฟังหรือไม่เราก็ไม่สนใจ เพราะอยากจะเทศน์และโลกต้องให้ความสำคัญกับเรา
เราไม่ต้องอาศัยธรรมบาลกุมารหรือนกตัวผู้ตัวเมียที่ไหนมากู้โลกให้เราอีกแล้ว เพราะอยากรู้อะไรเราก็ถามกูเกิลได้ และตอนนี้เราก็รู้ทุกเรื่องดีกันทุกคน
ถามใครดูก็ได้ว่า ราศีอยู่ที่ไหน
แหงล่ะ...ราศีอยู่ที่เงิน
อ้อ...เว้นแต่ตอนเกณฑ์ทหารเท่านั้นที่ราศีจะอยู่ที่หัวนมอมชมพู
ไม่ใช่แต่ธรรมบาลกุมารและนกทั้งคู่ที่ต้องตกเวทีไปเพราะแม้แต่ท้าวกบิลพรหมเอง ถ้าเธอลืมตาขึ้นชะโงกดูอะไรต่อมิอะไรที่อยู่นอกขอบพานที่วางศีรษะ ก็จะเห็นว่า ตอนนี้ศีรษะตัวเองมันก็ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์อะไรนักหนาเลยเพราะฝนก็แล้ง ไฟก็ลุกไปทุกหย่อมหญ้า มีแต่ทะเลเท่านั้นที่น้ำสูงขึ้นเพราะน้ำแข็งขั้วโลกพังทลาย
เออ...มนุษย์นั้นมีฤทธิ์ล้างผลาญโลกมากกว่าศีรษะของท้าวกบิลพรหมจะดลบันดาลเสียอีก
ถ้าราศีอยู่ที่เงิน อยู่ที่รถ อยู่ที่เข็มขัด อยู่ที่โทรศัพท์มือถือ อยู่ที่ระดับบัตรเครดิต อยู่ที่กระเป๋า หรืออยู่ที่หัวนมอมชมพู ฯลฯ น่าคิดว่า แล้วศีรษะเราควรจะตั้งอยู่ที่ใด?







