posttoday
รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

14 เมษายน 2558

ไปฟังนักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาพูดเรื่องเซ็กซ์ในสื่อสาธารณะหรือเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : เสกสรร โรจนเมธากุล

ไปฟังนักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาพูดเรื่องเซ็กซ์ในสื่อสาธารณะหรือเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นึกตกใจว่าชีวิตประจำวันที่แสนธรรมดา (มาก) ของเราหรือใครก็ตาม ล้วนกำลังถูกคุกคามด้วยเซ็กซ์ในสื่อสาธารณะทั้งสิ้น จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว จะรู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก มากบ้างน้อยบ้าง แต่รับรองว่าคุณทุกคนกำลังถูกคุกคามด้วยเซ็กซ์ในสื่อสาธารณะอยู่แน่ๆ 

ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กล่าวว่า คนในสังคมปัจจุบันกำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ โดยที่ไม่ได้คิดว่ามันคือเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ ลอเรน เบอร์แลนท์ (Lauren Berlant) และไมเคิล วอร์เนอร์ (Michael Warner) นักมานุษยวิทยาและสังคมวิทยาผู้ให้ความหมายใหม่ของคำว่าเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ (Sex in Public;1988) ระบุว่า เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องของอวัยวะเพศ โชว์เปลือยหรือการสำเร็จความใคร่อีกต่อไป แต่คือเรื่องของร่างกายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (Body)

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

พูดให้ชัด เซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะความหมายใหม่ก็คือ การสื่อสารเชื่อมโยงถึงสินค้าในระบบทุนนิยมโดยใช้เซ็กซ์เป็นเครื่องมืออย่างเปิดเผย ได้แก่ สื่อต่างๆ  ป้ายโฆษณาขายสินค้าความงาม เช่น ครีมผิวขาว โลชั่นซันแทน การขายบริการของคลินิกศัลยกรรมผิวหนัง สปอร์ตคลับ เป็นต้น คนอยากสวยอยากหล่อ อยากผิวขาว อยากมีซิกซ์แพ็ก ฯลฯ ทั้งหมดนี้อยากมีอยากเป็นเพื่อเซ็กซ์ เซ็กซ์จึงถูกใช้ทั้งในฐานะที่มันเป็นผู้ถูกเสพและในฐานะที่มันเป็นกลไกการขับเคลื่อนสังคม

“เวลาเรามองเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ อย่ามองแค่อวัยวะเพศ แต่สังคมให้ความหมายกับเซ็กซ์ผ่านสังคมบริโภค ตั้งแต่ลืมตาตื่นในตอนเช้า กระทั่งหลับตานอนในตอนกลางคืน ทุกอย่างคือเซ็กซ์ที่ปรากฏตัวแทรกอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความสุข ความงาม ความหล่อ เสื้อผ้า กาแฟ รสนิยม อารมณ์ความรู้สึก มีการขายเซ็กซ์ผ่านสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น”

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

ดร.นฤพนธ์ บอกว่า เซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะมีมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเซ็กซ์บนป้ายโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้า เซ็กซ์ในป้ายโฆษณาคัตเอาต์ ป้ายรถประจำทางสาธารณะ เซ็กซ์ในสื่อโทรทัศน์วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่สื่อภาพความเซ็กซี่ ผู้ชายต้องมีซิกซ์แพ็ก ผู้หญิงต้องเซ็กซี่ วาบหวิว โชว์ส่วนโค้งเว้า หรือมีผิวที่ขาวมาก แม้ว่าโฆษณานั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าความงามเลยก็ตาม เช่น โฆษณาสายการบิน เครื่องดื่ม หรือโทรศัพท์มือถือ

“คนบริโภคเซ็กซ์ทุกวัน แต่งหน้าทาปากออกจากบ้านทุกวัน เพราะคนอยากสวยอยากหล่อ อยากมั่นใจโดยปรับปรุงบุคลิกภาพ  นี่คือเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะความหมายใหม่ เวลาขึ้นรถไฟฟ้า ผมเห็นเซ็กซ์เต็มไปหมด แต่เรามองว่าเป็นแฟชั่น มองเป็นเทรนด์ เป็นความงาม แต่หากมองให้ทะลุแล้วก็คือเซ็กซ์ สัญลักษณ์ที่มาพร้อมกับสินค้า”

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

แทบทุกสถานีรถไฟฟ้ามีป้ายโฆษณาที่แฝงนัยเหล่านี้ หรือตามงานสังคม งานอีเวนต์ ก็ต้องมีโคโยตี้บอย งานมอเตอร์โชว์ต้องมีพริตตี้ ดร.นฤพนธ์มองว่า นี่คือเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะที่สังคมมองว่าคือสิ่งสวยงาม ทำไมการประกวดความสวยงามของผู้ชายผู้หญิง หรือแม้กระทั่งการประกวดกะเทย จึงได้รับความนิยมมาก ทั้งที่มีการเปิดเผยเรือนร่าง (Body Appearance) เวทีประกวดเหล่านี้มีสปอนเซอร์สูง ได้รับการสนับสนุนในระดับชาติ จุดประกายในฐานะของการส่งเสริมการท่องเที่ยว คำตอบเดียวกัน เพราะสังคมยอมรับว่าเป็นความสวยงาม

“เซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะถูกสร้างภาพใหม่ภายใต้รูปลักษณ์ของความสวยงาม ภายใต้กลไกของโลกทุนนิยม คือเซ็กซ์ที่มาในรูปสินค้าของธุรกิจความงาม คือเซ็กซ์ที่อาศัย แฟชั่น และความงามเป็นเครื่องมือ เรากำลังอยู่ในวัฒนธรรมการบริโภคที่ใช้เซ็กซ์ในการขับเคลื่อน” ดร.นฤพนธ์ กล่าว

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

ในทางวิชาการมันคือกระบวนการที่อธิบายถึงสินค้าทางเพศ ที่ทำให้คนในสังคมเสพเรื่องเซ็กซ์ผ่านมายาคติ เพื่อทำให้สินค้านั้นๆ คนที่ได้ประโยชน์คือนายทุนเจ้าของสินค้า อย่างไรก็ตามเซ็กซ์ในสื่อสาธารณะถ้ามากเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี เพราะมันทำให้สังคมมองความสวยงามตามมาตรฐานที่ถูกสร้างขึ้นเป็นเรื่องปกติ กลายเป็นสังคมที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการมุ่งปรับรูปลักษณ์ความสวยงามของตัวเองให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมาตรฐานหรือสอดคล้องกับมาตรฐาน

 “นี่คือเซ็กซ์ในพื้นที่สาธารณะ ที่ถูกผลิตซ้ำๆๆๆๆ ทุกวันๆๆๆๆ จนคนรุ่นใหม่คิดว่า เราต้องทำตัวเองให้มีรูปร่างหน้าตาเป็นไปตามมาตรฐานนี้ เด็กรุ่นใหม่หลายคนแข่งกันรูปร่างดี แข่งกันมีหน้าตาที่สวยงาม แข่งกันแต่งวาบหวิว หลายคนอยากเป็นพรีเซนเตอร์ อยากเป็นพริตตี้เพื่อให้สังคมยอมรับ” ดร.นฤพนธ์เล่า

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

การผลิตซ้ำของสื่อต่างๆ ทำให้สังคมเห็นเป็นเรื่องปกติ ผลิตซ้ำความสวยความหล่อแบบมาตรฐาน จนทำให้ชีวิตของเราต้องเข้ามาตรฐานความสวยความหล่อที่ถูกสร้างขึ้น ถ้าไม่ก็กลายเป็นน่ารังเกียจ ตื่นมาเช้านี้เราไม่สวยเราไม่หล่อ ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง กลายเป็นอารมณ์ของยุคสมัยที่สร้างความมั่นใจผ่านเรือนร่างและหน้าตาสมบูรณ์แบบ อะไรที่อยู่นอกเหนือบรรทัดฐาน (ของสินค้าความงาม) เหล่านี้ ถูกมองว่าไม่พึงปรารถนา

เคยตั้งคำถามมั้ยทำไมเราจึงอยากมีผิวขาว ดร.นฤพนธ์เล่าว่า สังคมบริโภคมีปัญหาในการตัดสินว่าอะไรคือจุดของความพอดี ธุรกิจปัจจุบันทำให้คนรุ่นใหม่หมกมุ่นกับความสำเร็จ หรือคนที่ประสบความสำเร็จก็ถูกใช้เป็นมาตรฐานความสำเร็จต่อไป สังคมมีหลายชนชั้น ปัจจุบันคือการใช้มาตรฐานของชนชั้นกลางในเมืองเป็นมาตรฐาน คนรายได้น้อยไปไม่ถึงมาตรฐานชนชั้นกลางในเมือง ก็ตะเกียกตะกายมีปัญหา

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

“ทำไมเราต้องตามแฟชั่น อยากสวยอยากหล่อตามแฟชั่น ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด จะใช้มือถือก็ต้องใช้ไอโฟน ใช้ยี่ห้ออื่นแล้วรู้สึกด้อย ส่วนใหญ่ 80% จะทำตามกัน ทำตามเพื่อน ทำตามกระแส ส่วนน้อยที่จะคิดได้ว่าเป็นเรื่องของชนชั้น ใช่! เราอยู่ในโลกของวัฒนธรรมการบริโภค ใช่! เราควรจะตั้งคำถามกับกระแส แต่ผู้ตั้งคำถามหรือแม้แต่เด็กนักศึกษาของเราเองส่วนใหญ่ก็ยังนั่งเล่นมือถือกันตลอดเวลา เราจะหมดหวังหรือเราจะมีหวังดี”

ดร.นฤพนธ์เล่าต่อไปว่า เซ็กซ์ที่มาพร้อมกับวัฒนธรรมการบริโภคมันมาพร้อมกับความสุข มันทำให้เรามั่นใจสวยหล่อ มั่นใจกับเรือนร่างของเรา สวมเสื้อผ้ามีเทสต์ ทำให้มั่นใจและมีความสุขกับการได้ซื้อสินค้า (ความงาม) ต่างๆ อารมณ์ความสุขของยุคสมัยทำให้เราอยู่ในสังคมได้อย่างมีตัวตน โดยอาศัยสินค้ามาเติมเต็มสิ่งที่ตัวเองขาด คนที่ได้ประโยชน์คือนายทุน คนที่มีความสุขคือคนที่ทำตามมาตรฐานได้ แต่คนที่ทุกข์คือคนจำนวนมากกว่าที่เข้าไม่ถึง

รู้ว่าเขาหลอก! เซ็กซ์ในสื่อสาธารณะ

 

“นี่คือความแยบยลของธุรกิจสังคมบริโภค ที่หยิบยื่นเซ็กซ์ผ่านความสุขความสำเร็จทั้งหลาย คนซึมซับทำตามแฟชั่นไปโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นกฎระเบียบโลกที่เราทำตาม เพื่อที่เราจะได้นู่นได้นี่ ได้อำนาจที่ซ่อนอยู่ แต่ถามตัวเองมั้ยว่าเราต้องเสียเงินไปกับมันเท่าไหร่ ที่สำคัญคือมันไม่จำเป็น คนที่ทุกข์คือคนที่เข้าไม่ถึง ก็ไม่สวย ก็ด้อย ก็ไม่มีเงิน ออกงานสังคมก็ไม่ค่อยมั่นใจ การแบ่งแยกคนก็จะมีมากขึ้นๆ” ดร.นฤพนธ์เล่า

สังคมวัฒนธรรมบริโภคไม่ใช่อยู่ที่จะเปลี่ยนใคร แต่คือระบบส่งต่อความรู้ที่สู้กระแสไม่ได้ วัฒนธรรมเชิงวิภาคไม่เข้มแข็ง ดร.นฤพนธ์ กล่าวว่า ต้องกลับมาที่ระบบการศึกษา ทำอย่างไรจะส่งต่อความคิดเชิงวิภาคไปสู่คนรุ่นใหม่ๆ ได้  อาจต้องเริ่มตั้งแต่วัฒนธรรมการเรียนการสอน หลักสูตรที่ต้องสอนให้คนได้คิด อย่าท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง อย่าเรียนเพื่อเอาเกรด แต่ต้องเรียนเพื่อเข้าใจตัวเอง

ลิ้นงูไม่โดนเขี้ยวงู เซ็กซ์ในสื่อหรือพื้นที่สาธารณะสุดท้ายแล้ว ดร.นฤพนธ์ กล่าวว่า เราน่าจะได้ใช้ชีวิตโดยไม่ทำตามกระแส (บ้าง) หรืออย่างน้อยก็ขอให้รู้ว่าทำตามกระแสเพื่ออะไร มีเงื่อนไขบางอย่างที่ฉันต้องทำอย่างที่ฉันต้องทำ...ก็ทำ แต่อย่าปล่อยให้กระแสชี้นำเสียทั้งหมด  มีหนึ่งแล้วต้องมีสองมีสามยั้งหยุดตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าเข้าใจ ได้ขั้นที่หนึ่งมาฉันพอแค่นี้ เพราะถ้าไปถึงขั้นที่ 2 ฉันอาจสูญเสียเงินทอง สูญเสียเวลา หรือสูญเสียในสิ่งที่มีค่าต่อฉันจริงๆ หยุด...ที่จะคิด

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์