
สุรยศ กาญจนาภา เป็นครูดี เพราะมีต้นแบบ
หลังจากวนเวียนอยู่ในวงการโฆษณา ก็หันเหทิศทางไปเป็นนักบริหารบริษัทขายตรง ขายปลีก อีกหลายองค์กร
โดย...กองทรัพย์ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
หลังจากวนเวียนอยู่ในวงการโฆษณา ก็หันเหทิศทางไปเป็นนักบริหารบริษัทขายตรง ขายปลีก อีกหลายองค์กร ก่อนที่ สุรยศ กาญจนาภา (อ.ติว) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการบริหารงานทั่วไปภายในองค์กร มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ในบริษัทโฆษณาชั้นนำที่ส่งเสริมการขายให้กับสินค้าแบรนด์ดังมากมาย ก่อนจะมาหยุดที่ตำแหน่งปัจจุบันคือผู้บริหารและครูใหญ่ของโรงเรียนศึกษาศิลปะและเทคนิคการแต่งหน้า (Make Up Arts and Technique School) เพื่อปั้นและยกระดับเมกอัพอาร์ติสต์มืออาชีพทั้งในแง่ฝีมือ รายได้ และบุคลิกภาพ
ด้วยพื้นฐานของการเติบโตมาในแวดวงศิลปินและครีเอทีฟ ทำให้การตัดสินใจทำโรงเรียนศึกษาศิลปะและเทคนิคการแต่งหน้าของ อ.ติว จึงไม่ได้มุ่งหาประโยชน์อย่างเดียว ไม่ได้มุ่งเน้นหากำไรสูงสุด “เพราะความเชื่อที่ว่าเป็นวิชาชีพด้านศิลปะจะทำให้สังคมมีความสุขยิ่งขึ้น นักเรียนมาเรียนด้วยความสุข และจบไปทำงานส่งมอบความสุขผ่านศิลปะบนใบหน้าฝีมือพวกเขา”
กว่าจะมาเป็นครู ให้คำแนะนำ และเป็นต้นแบบของลูกศิษย์ได้ อ.ติว บอกว่า เขาก็มีคุณครูที่เป็นโรลโมเดลสำคัญชนิดที่เขาถอดแบบจากแม่พิมพ์มาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีทั้งหมด 3 ท่าน ครูคนแรกหนีไม่พ้นคุณแม่ ซึ่งนับว่าเป็นผู้ถ่ายทอดสายเลือดศิลปินให้เขา
“ผมเติบโตมาในสายศิลปะ จำได้ว่ามีความสุขมากในชั่วโมงศิลปะ และเวลาจะเรียนวิชาเลขหรือวิชาสายวิทย์ทีหนึ่งเรารู้สึกลำบากเหลือเกิน ซึ่งตรงนี้ผมว่าผมถอดแบบมาจากคุณแม่ ท่านเป็นมัณฑนากร ชอบศิลปะทุกประเภท ระหว่างที่เราเติบโตขึ้นมา เราก็จะเห็นตลอดว่าคุณแม่เวลานั่งเพนต์รูป บางวันเล่นละคร ผมว่าผมซึมซับโดยไม่รู้สึกตัว ทำให้เราชอบอะไรที่เป็นศิลปะหรือสีสัน ถ้าเป็นทางด้านศิลปะก็ต้องนับว่าคุณแม่เป็นหนึ่งต้นแบบที่สำคัญมากๆ ของผม”
สุรยศ บอกว่า เขาเป็นคนโชคดีอย่างหนึ่งคือ มีเจ้านายที่เคยทำงานด้วยถือเป็นฮีโร่ของเขาได้หมดเลย สำหรับเจ้านายคนแรกในชีวิตคือ อาจารย์พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินสีน้ำจากการเขียนภาพดอกไม้ พี่อั๋นทำงานในแวดวงโฆษณา 2 ปี ก่อนจะมีโอกาสได้ไปช่วยงานที่บ้านอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ด้วยการไปทำตุ๊กตาพอร์ซเลน เขาใช้เวลาว่างระหว่างรอเตาเผาเขียนรูปดอกไม้ช่อเล็กช่อน้อยเพื่อฝึกปรือฝีมือการเขียนภาพของเขา
“สำหรับผมกับพี่อั๋นเรามีเวลาได้ทำงานร่วมกันประมาณปีเศษๆ แต่ผมกลับซึมซับและดำเนินรอยตามการทำงานของพี่อั๋นแทบจะทุกอย่าง ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบใหม่ เวลาพี่เขาขยับตัวทำอะไรเราก็จะมอง เป็นพี่ที่เก่งมาก หลังจากนั้นพอพี่อั๋นออกจากบริษัทโฆษณาก็ไปเขียนรูปกับอาจารย์จักรพันธุ์ ผมก็ยังได้รูปแบบการทำงานจากเขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการพรีเซนต์งานจากเขา ผมรู้ตัวเองทีหลังเลยว่าสไตล์การขายงานของผมจะถอดแบบจากพี่อั๋นมาเลย เราไม่ได้ตั้งใจที่จะเลียนแบบ แต่เราได้มาจากเขาโดยไม่รู้ตัวเลย”
ส่วนเจ้านายอีกคนหนึ่งก็เป็นรุ่นพี่อีกคนที่ทำงานคู่กันมาตลอดตั้งแต่ทำงานโฆษณา เป็นนักบริหารหญิงคนหนึ่งที่เก่งและน่านับถือ คือ คุณหรรษา ถนอมสิงห์ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และสร้างสรรค์ สถานีข่าวสปริงนิวส์ ทีวีดิจิทัล ช่อง 19
“พี่หรรษาเป็นหัวหน้าผู้หญิงที่เก่ง ผมนับถือในความกล้า ความมั่นใจ ความคิด ใส่ใจผู้คนรอบข้าง เป็นคนที่ทำให้ผมตามไปทำงานด้วยทุกครั้งที่เขาย้ายสายงาน นอกจากที่แรกที่ทำงานคู่กันแล้ว ผมยังตามไปทำงานกับพี่หรรษาอีก 4 แห่ง อาจจะเพราะว่าเคมีเราตรงกัน เพิ่งมาแยกกันก่อนที่ผมจะมาทำโรงเรียน ซึ่งเราก็ยังระลึกถึงอยู่เสมอ ซึ่งพี่หรรษาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ผมซึมซับวิธีการทำงานมา พี่หรรษาเวลาทำงานคือเจ้านาย แต่หลังเลิกงานคือพี่สาวคนหนึ่ง”







