
เมื่อโลกหมุนรอบตัวลูก รจเรข ศิรามังคลานนท์
ยังไงๆ ก็ไม่ให้ช่างกล้องเก็บรูปทั้งที่ปกติชอบถ่ายรูปมาก ลูกสาววัย 1 ขวบ 5 เดือน ของ รจเรข ศิรามังคลานนท์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ยังไงๆ ก็ไม่ให้ช่างกล้องเก็บรูปทั้งที่ปกติชอบถ่ายรูปมาก ลูกสาววัย 1 ขวบ 5 เดือน ของ รจเรข ศิรามังคลานนท์ หรือ ปูเป้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮอร์ทิจูด เจ้าของคลินิกศัลยกรรมความงามและผิวหนัง วันนี้ไม่ยอมให้ถ่ายรูปเพราะกำลังฤทธิ์เยอะ ง่วง อากาศก็ร้อน แถมติดคุณแม่มากๆ ในที่สุดต้องถ่ายรูปน้องพร้อมกับปากกาในมือ มือข้างหนึ่งถือปากกาน้ำเงิน มืออีกข้างถือปากกาแดง เงื่้อนไงหนึ่งเดียวถึงจะยอมถ่ายรูป (ฮา)
คุณแม่รจเรข หรือ ปูเป้ วัย 37 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้มั่นใจในตัวเอง ทำอะไรใจร้อนทำทุกอย่างใจเร็ว และทำทุกอย่างแบบเป๊ะๆๆ (ฮา) คิดอย่างเดียวว่าเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายในชีวิตต้องประสบความสำเร็จ แต่หลังจากมีลูกสาวคนแรกและคงเป็นคนเดียวนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยน
"กลายเป็นคนใจเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกอย่างรอได้ จากที่ทำงานแบบคาดหวังความสมบูรณ์แบบ ก็อดทนขึ้นได้ ความอดทนไม่รู้มาจากไหน หรือจะมาจากความเป็นแม่" ปูเป้ เล่า
พื้นที่ความเป็นแม่ทำให้เธอเปลี่ยน ชีวิตมีสมดุลมากขึ้น ความละเอียดอ่อนมีมากขึ้น เมื่อก่อนเคยได้ยินคนพูดว่ามีลูกแล้ว โอ้ย! อย่างนั้นอย่างนี้ เธอคิดในใจว่า เวอร์ (ฮา) แต่พอเกิดขึ้นกับตัวก็คิดว่า การมีลูกที่พูดๆ กันนั้นยังน้อยเกินไป จำได้ดีถึงโมเมนต์หรือช่วงขณะที่ได้ยินเสียงลูกสาวร้องครั้งแรกในห้องคลอด น้ำตาไม่รู้มาจากไหน ไหลอาบแก้มด้วยความเต็มตื้น
"คิดในใจว่าคนอย่างเราเนี่ยนะ (ฮา) ได้ให้กำเนิดมนุษย์ขึ้นมา 1 คน เราจะทำทุกอย่างเพื่อเขา" ปูเป้ เล่า
ทำทุกอย่างเพื่อเขา...เป็นอย่างนั้นจริงๆ แองจี้ตอนนี้อยู่ในวัยพัฒนาการที่ตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก คุณหมอเด็กบอกคุณแม่ว่า โลกกำลังหมุนรอบตัวน้อง น้องอยากได้อะไรน้องก็จะเอา ติดคุณแม่ก็อยากได้คุณแม่มาอยู่ใกล้ๆ มาอยู่มาอุ้มไว้กับตัวตลอดเวลา ติดอากู๋ (ฮา) อากู๋ก็ต้องมาอยู่ตรงนี้ กรีดร้องเพื่อให้ได้ทุกอย่างที่ใจต้องการ
ปูเป้ เล่าว่า คุณหมอแนะนำให้เข้าใจช่วงวัยของพัฒนาการเด็ก เด็กกรีดร้องไม่ใช่เพราะโกรธหรือไม่ได้ดั่งใจ แต่เขาร้องเพราะเขาคิดว่าเขาเป็นศูนย์กลาง โลกหมุนรอบตัวเขา คุณแม่ต้องเข้าใจและต้องไม่ตามใจมาก ต้องใจแข็ง ถามคุณแม่ว่าทำตามที่คุณหมอแนะนำได้ขนาดไหน คุณแม่ยิ้มอายๆ สารภาพว่าก็ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง (ฮา)
"แต่ก็พยายามนะคะ ถ้าร้องไห้คือจะไม่อุ้มเด็ดขาด ไม่อยากตามใจจนเสียเด็ก คุณหมอบอกว่าถ้าฝึกตอนนี้จะง่ายกว่าฝึกตอนโต เหมือนที่โบราณว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก โตแล้วดีกรีความดื้อจะทวีคูณ (ฮา)" ปูเป้ เล่า
ต้นแบบการเลี้ยงดูมาจากคุณแม่ของปูเป้เอง พจนีย์ ศิรามังคลานนท์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหญิงเหล็กในครอบครัว คุณแม่บริหารธุรกิจของที่บ้าน ขณะเดียวกันก็เลี้ยงดูลูกชายลูกสาวรวม 3 คน ให้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข มีการงานที่ดี รับผิดชอบตัวเองและสังคม มีลูกของตัวเองแล้วเข้าใจทันทีว่าแม่รักเราขนาดไหน
"เป้เป็นพี่สาวคนโตที่ไม่ขยัน (ฮา) น้องชายอีกสองคนทำได้ดีกว่าในเรื่องการเรียน แม่ไม่เคยพูดเปรียบเทียบให้เสียใจ แต่ดูเราห่างๆ เตือนสติบ้างบางครั้งว่าการเรียนสำคัญ มาถึงวันนี้เรียนจบปริญญาโทต่างประเทศได้ มีชีวิตที่ดีได้ก็เพราะแม่"
แองจี้มีชื่อจริงว่า ด.ญ.พัทธนันท์ แปลว่า ผู้มีความสุข นางฟ้าน้อย มีความสุขจริงๆ เพราะท่วมท้นไปด้วยความรักจากพ่อแม่และทุกคนในบ้าน ทุกสุดสัปดาห์ไปเยี่ยมคุณย่าในกรุงเทพฯ ส่วนลองวีกเอนด์ไปเยี่ยมคุณยายที่ต่างจังหวัด คุณยายรักน้องแองจี้มาก เพราะคาดว่าคงจะเป็นหลานคนเดียวของยาย เนื่องจากน้องชายอีก 2 คน ไม่คิดแต่งงาน ส่วนปูเป้ก็ขอปิดอู่ที่แองจี้
ปูเป้ เล่าว่า ไม่คิดมีน้องอีกเพราะอยากทุ่มเทให้แองจี้ ปัจจุบันมีลูกหนึ่งคนคิดยาวไปจนถึงอนาคตลูก เรียนโรงเรียนอินเตอร์ แค่เป็นพรี-คินเดอร์การ์เด้นก็ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท/เทอมแล้ว ถ้าชั้นโตกว่านี้ก็ 5 แสนบาท/เทอม คิดจนลูกโตว่าต้องมีทุนการศึกษาจนลูกเรียนจบ และมีทุนสำหรับการก่อร่างสร้างตัวของลูกอีกต่างหาก
"โรงเรียนที่ดูไว้ชื่อ สิงคโปร์ อินเตอร์เนชั่นแนล สกูล อยู่แถวๆ สี่แยกเหม่งจ๋าย มีความเป็นโพรเฟสชันนัลสูงเรื่องการสอน ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน ซึ่งเรามองว่าสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตในโลกอนาคต"
เตรียมความพร้อมเต็มที่ ดูโรงเรียนให้แล้วตั้งแต่เด็กจนโต รวมทั้งเตรียมไปซื้อคอนโดมิเนียมใกล้ๆ โรงเรียนของลูกเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย (ตอนนี้ลูกแค่ขวบเศษ ยังสอบเข้าไม่ได้นะฮะ-ฮา) แนวทางในการเลี้ยงดูแลแองจี้จากนี้ไปไม่มีอะไรมากไปกว่า "ตั้งใจจะเลี้ยงเอง" เหนื่อยแต่ไม่อยากจ้างพี่เลี้ยง เอาว่าถ้าลูกโตขึ้นลูกนิสัยไม่ได้ ก็มาเคลมที่คุณแม่คนเดียวว่าเลี้ยงไม่ดี รับได้มากกว่าที่จะต้องพูดว่า รู้งี้เลี้ยงเองดีกว่า
ในความเห็นของปูเป้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่จะให้แก่ลูกได้ก็คือการศึกษานี่เอง ส่วนการเรียนเสริมหรือความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุนกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังเล็กเกินไป แองจี้ยังดูไม่ออกว่าชอบศิลปะหรือดนตรี ฯลฯ ก็ค่อยว่ากันเมื่อโตอีกหน่อย หรือถ้าลูกไม่เอาก็ไม่เรียน ไม่บังคับ คุณแม่จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย อุ๊ปส์ (ฮา)
สุดท้ายแล้วกับพื้นที่ความเป็นแม่ (คนใหม่) สมัยนี้ต้องเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ ความปรารถนาสูงสุดคือเป็นเพื่อนกับลูก ลูกมีอะไรมาพูดมาคุย โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยปัญหา คุณแม่ต้องรับมือให้ได้ด้วยความรู้และความเข้าใจ เป็นเพื่อนกับลูก ให้การศึกษาลูกเท่าที่จะให้ได้ เพื่อภูมิคุ้มกันที่ดี ลูกอยู่รอดปลอดภัย ยืนอยู่ได้แม้วันหนึ่งที่ไม่มีแม่พ่อแล้ว







