
การทำอาหารคือศิลปะ และความสุข แบบครบวงจร
ความสุขในการชอบทำอาหารของแพร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กเลยทีเดียว ตอนนั้นอายุ 8-9 ขวบ
โดย...แพร-ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น เรียบเรียง อณุสรา ทองอุไร
ความสุขในการชอบทำอาหารของแพร เริ่มตั้งแต่วัยเด็กเลยทีเดียว ตอนนั้นอายุ 8-9 ขวบ จะชอบเข้าครัวไปช่วยคุณยายเตรียมอาหาร บ้านเราเป็นบ้านไทยครอบครัวใหญ่ การทำอาหารมื้อเย็นจะเป็นเรื่องใหญ่ จะทำกับข้าวเย็นวันละ 4-5 อย่าง เช่น แกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ ผักกาดดองผัดไข่ รุ่นคุณยายเรานั้นการทำอาหารกับข้าวคาวหวานอะไรก็ตาม น้ำพริกก็จะตำเองโขลกเอง มะพร้าวก็ขูดเอง เราไม่ใช้เครื่องปั่น ไม่ซื้อน้ำพริกสำเร็จรูป ไม่ซื้อกะทิกล่อง เราเป็นเด็กๆ ก็จะไปช่วยหยิบจับทำโน่นนี่ สนุก ช่วยหั่นผักบ้าง เด็ดผักบ้าง มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับเรา
สมัยเราเป็นเด็กยังไม่มีเกมเล่น ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีเฟซบุ๊ก ความสุขของเด็กยุคนั้นจึงอยู่กับธรรมชาติได้วิ่งเล่น เล่นขายของขลุกอยู่กับคุณย่าคุณยาย จากความชอบในวัยเด็กมันส่งผลมาถึงชีวิตและการทำงานของเราตอนโตนี่เลย
เนื่องจากพอมาเรียนมหาวิทยาลัย (คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ก็จะทำขนม ทำอาหารเป็นแล้ว ไปไหนก็มีโฮกาสแสดงฝีมือให้เพื่อนๆ ได้รับประทานกัน ไปเจออาหาร ขนม ที่ไหนอร่อยเราจะจำไว้ ขอสูตรได้ก็จะขอ คิดว่าสักวันหนึ่งเราคงจะได้ไปใช้ประโยชน์ พอไปเรียนปริญญาโทต่อที่ประเทศอังกฤษ พอปิดเทอมเราก็จะไปลงคอร์สสั้นเดือนสองเดือน ทำขนมบ้าง อาหารฝรั่งบ้าง ไปเรียนที่กอร์ดงเบลอ ซึ่งตอนที่ไปเรียนก็ไม่รู้หรอกว่าจะมาทำอะไรได้บ้าง รู้แต่ว่าชอบ มีความสุขที่ได้ไปเรียน
แต่ครั้นเรียนปริญญาโทจบกลับมา ก็รู้สึกว่าไม่อยากทำงานออฟฟิศ ตอนนั้นอายุ 25 ปี ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานอะไรมาก่อน สิ่งที่เราชอบอยู่ในใจตั้งแต่วัยเด็กมันก็แจ่มชัดขึ้นในตอนนี้ก็คือความสุขในการที่จะได้ทำอาหาร มีความละเมียดละไมในการเตรียมวัตถุดิบ จัดปรุงขั้นตอนการทำงานต่างๆ จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารในตอนนั้น แรกๆ ทำเองทุกอย่าง ไปจ่ายตลาด เตรียมงาน ปรุงเอง เก็บเงิน เหนื่อยมากแต่มีความสุข ทำเองเกือบหมด ทำได้ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง เบเกอรี่
ตอนวัย 25 ปี พละกำลังของเรายังเหลือล้น บ้าพลังได้เต็มที่ ทำได้ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ก็ไปได้ดี เปิดร้านอยู่ได้เกือบ 10 ปี ร้านก็ไปได้เรื่อยๆ แต่เราเริ่มเหนื่อยแรงตก เราไม่อยากรับผิดชอบอะไรเยอะแยะ ตัดเรื่องอย่างอื่นออกไปให้หมด อยากเหลือไว้เฉพาะเรื่องทำอาหารอย่างเดียว ไม่อยากทำบัญชีหรือรับผิดชอบเรื่องอื่นๆ แล้ว ที่สุดมันถึงจุดอิ่มตัวพอ 10 ปี ก็เลิกเลย คือเลิกทำร้านอาหารนะคะ
แต่เรื่องอาหารไม่เลิกค่ะ มันคือชีวิตจิตใจ มันคือความสุข ตอนนี้ก็เลยทำขนม ทำเบเกอรี่ หรือพวกตับบด รับตามออร์เดอร์ สั่งผ่านยูทูบและเฟซบุ๊กค่ะ (FB : PRAE’S Kitchen/IG : PRAESKITCHEN) ถึงตอนนี้เราจะเลือกทำอะไรที่ชอบและที่ใช่จริงๆ
แม้เราจะทำธุรกิจอย่างอื่น (นำเข้าเครื่องเสียง B&O) แต่เรื่องการทำอาหารก็ยังทำอยู่เสมอ เพียงแต่ไม่ใช่เพื่อธุรกิจอีกต่อไป แต่เพื่อเป็นของหวาน เป็นการเติมเต็ม เป็นสีสันแห่งความสุขให้กับชีวิตเรา
ทุกวันนี้แพรยังทำอาหารอยู่เกือบทุกวัน หากเป็นวันหยุดจะทำเป็นเรื่องเป็นราว บ่อยครั้งมีเพื่อนฝูง ญาติๆ มารับประทานข้าววันหยุดกับเรา ห้องครัวบ้านแพรใหญ่มาก เปิดโล่งมีทั้งครัวไทยครัวฝรั่ง ตู้เย็นในครัวมี 2 เครื่อง เราไปรับประทานข้าวนอกบ้านน้อยมาก ชอบทำอาหารรับประทานเองมากกว่า สามีก็ชอบทำอาหารเหมือนกัน ถ้าเขาทำอาหารคาว แพรจะเป็นฝ่ายทำขนม สำหรับเราการทำอาหารคือการผ่อนคลาย คือความสุขอย่างหนึ่งที่เราชื่นชอบอย่างแท้จริง
นอกจากหลงใหลในการทำอาหารและของหวานแล้ว เธอถึงขั้นทำสวนครัวขนาดย่อมๆ ไว้ที่ดาดฟ้าของบ้าน ปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ไม่ว่าจะสมุนไพรไทยอย่างพริก มะเขือเทศ ผักชี กะเพราขาว-แดง โหระพา ตะไคร้ สมุนไพรฝรั่งอีกหลายอย่าง เช่น โรสแมรี่ เวลาได้ทำอาหารโดยมีเครื่องปรุงที่ใหม่ สด สะอาด และที่เราปลูกได้แบบปลอดสารพิษ นั้นถือว่าเป็นความสุขแบบครบวงจรจริงๆ ค่ะ







