
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ไบโพลาร์ รักษาได้
วันที่ 30 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันไบโพลาร์โลก ซึ่งเน้นให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงปัญหารวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจ
โดย... สุภชาติ เล็บนาค
วันที่ 30 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันไบโพลาร์โลก ซึ่งเน้นให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงปัญหารวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจ ช่วยลดตราบาปทางสังคมที่มีต่อโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งถือเป็นโรคในกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติที่พบได้มากถึง 1-2% ของกลุ่มอารมณ์ผิดปกติ ฉบับนี้พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตจะมาเล่าให้ฟังถึงลักษณะของโรคไบโพลาร์ รวมถึงวิธีการรักษาให้ฟัง
คุณหมอพรรณพิมล บอกว่า ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความสูญเสียเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือความพิการ
มากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกโดยพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายในอัตราที่เท่ากัน อายุเฉลี่ยที่เริ่มพบ คือ 20-30 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยฆ่าตัวตายสำเร็จ
ทั้งนี้ จากรายงานจำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการในสถานพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต ประจำปี 2556 จำนวน 1,109,183 ราย พบเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติ 156,663 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยไบโพลาร์ 52,852 รายหรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยในกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติและเป็น 4.8% ของผู้ป่วยที่มารับบริการทั้งหมด
รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวย้ำว่า ไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งต้องได้รับกำลังใจและความเข้าใจจากคนรอบข้าง รวมทั้งได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการรักษาหรือติดตามดูแลอย่างเหมาะสม สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ 80-90%
สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีญาติเป็นโรคซึมเศร้าหรือเป็นโรคไบโพลาร์ มีวงจรการกิน การนอนที่ผิดปกติ มีเหตุการณ์พลิกผันของชีวิต ตลอดจนมีการใช้สารเสพติดการรักษาด้วยการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องสำคัญที่สุด การที่ญาติ คนใกล้ชิด และสังคมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรักษา จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยดำเนินชีวิตทำงาน และเข้าสังคมได้เหมือนคนปกติทั่วไป ทั้งนี้สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด24 ชั่วโมง







