posttoday
รักอย่างเดียวไม่พอ

รักอย่างเดียวไม่พอ

02 เมษายน 2558

โดย...อณุสรา ทองอุไร

โดย...อณุสรา ทองอุไร

สุเนตร  คุณานันทกุล เจ้าของโอเปร่าเจมส์ และผู้บริหารเพลย์ไทม์ ในฐานะคุณแม่ลูกสาม โดยเฉพาะลูกสาวคนโตที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น อายุ 14 ปี น้องเอมมี่-ภัคปุญญา คุณานันทกุล คุณแม่เล่าว่าน้องเอมมี่เป็นลูกสาวคนเดียว เพราะน้องอีกสองคนเป็นลูกชายทั้งคู่ และยังเป็นหลานคนแรกของคุณปู่คุณย่าอีกด้วย แน่นอนว่าเมื่อเป็นหลานคนแรกความรักความใส่ใจรวมทั้งความเห่อหลานคนแรกนั้นมีมากมาย

แน่นอนว่าการเลี้ยงลูกคนแรกพ่อแม่จะมีความกังวลมาก เพราะยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่เธอก็พยายามที่จะสบายๆ ใกล้ชิดและเลี้ยงให้ตามธรรมชาติของลูกให้มากที่สุด โชคดีที่เอมมี่เป็นเด็กเลี้ยงง่าย อ่อนหวาน น่ารักตามประสาเด็กผู้หญิง ชอบสัตว์เลี้ยง ใจดี รักสัตว์ ชอบปลูกดอกไม้ เขาน่ารักมาก เป็นเด็กหัวอ่อน ไม่ดื้อไม่รั้น พอสัก 10 ขวบก็มีแววรักสวยรักงามมาก เวลาเห็นคุณแม่ คุณย่าแต่งตัวเตรียมจะไปงานเลี้ยง ก็สนอกสนใจเข้ามาดู แต่งตัวแต่งหน้า ชอบแต่งหน้าบ้าง มีหลายครั้งที่เขาอยากตามไปด้วย แม่ก็ตามใจพาไปซื้อชุดราตรีออกงาน ไปไหนอยากไปด้วยแม่ก็พาไป ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยปกติดี  แม่ก็ซื้อเสื้อผ้าให้ตั้งแต่เล็กจนอายุ 12 ปี แม่จัดแบบไหนให้ก็ไม่มีเรื่องมาก แม่ทำร้านจิวเวลรี่เราก็ทำเครื่องประดับชิ้นเล็กให้เขาใส่สมวัย เด็กผู้หญิงแม่ก็ชอบแต่งตัวให้อยู่แล้ว

"ตั้งแต่เล็กๆ เราก็เลี้ยงเขาด้วยความใกล้ชิดใส่ใจเป็นอย่างมาก นอนห้องเดียวกันมาตลอดจนอายุ 5 ขวบ จึงแยกห้อง แต่ทุกวันศุกร์เอมมี่จะต้องมานอนห้องเดียวกะคุณพ่อคุณแม่ ส่วนเสาร์จะเป็นน้องชายคนรอง วันอาทิตย์จะเป็นน้องชายคนเล็ก เพราะแม่ยังอยากนอนกอด ไถ่ถามทุกข์สุขเขาอย่างใกล้ชิด ก็คิดว่าจะทำอย่างนี้ไปจนกว่าเขาจะเรียนมหาวิทยาลัย หรือเขาไม่อยากมานอนเอง

แต่พออายุ 14 ปี เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เอมมี่ก็เริ่มมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่เป็นสาวหวานอีกต่อไป เครื่องประดับหวานแหววกุ๊กกิ๊กไม่ใส่เลย อยากเป็นแนวร็อกเกอร์สาว ไม่ใส่กระโปรง แล้ว เรียนโรงเรียนนานาชาติก็สามารถใส่กางเกงไปเรียนได้ด้วย เริ่มออกแนวห้าว ไม่เป็นเด็กสาวหวานอีกต่อไป มีสไตล์แก่นๆ แบบทอมบอย ขอเลือกซื้อเสื้อผ้าเอง ทำเอาผู้เป็นแม่ตะลึงอึ้งไปชั่วขณะ ทำไมลูกสาวถึงเปลี่ยนเทรนด์เปลี่ยนสไตล์จากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้

“ตกใจนะคะตอนแรก เรามีลูกสาวคนเดียว อยู่ๆ คุณลูกจะมาเปลี่ยนเทรนด์แบบหักมุม ก็เลยคุยกับคุณพ่อเขาว่า หากลูกจะมาแนวแก่นเซี้ยวพ่อจะว่าไง พ่อเขาก็เข้าใจวัยรุ่นดีค่ะ ว่าถึงอย่างไรลูกก็คือลูก จะเป็นลูกสาว ลูกชาย ลูกทอม เราก็ต้องรักทั้งนั้น เราต้องรักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข เราแบบเข้าใจในสิ่งที่เขาจะเลือกที่เขาเป็น ก็ผ่านด่านพ่อกับแม่ไปได้ ไม่มีปัญหา ที่ห่วงคือคุณปู่กับคุณย่าจะเข้าใจและรับได้ไหมก็ยังไม่ได้คุยกับท่านในเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าถึงที่สุดแล้วในฐานะพ่อแม่เราต้องสนับสนุนลูกในทุกเรื่อง โดยเฉพาะให้ลูกเป็นเด็กดีมีน้ำใจ รู้จักหน้าที่และมีความกตัญญูรู้ผิดชอบชั่วดีนี่คือสิ่งสำคัญ แต่แม่ก็แอบหวังว่ามันเป็นเพียงช่วงฮิตของวัยรุ่นที่อยากจะลองมีสไตล์ใหม่ๆ เป็นความเห่อตามกระแสแล้วทุกอย่างจะกลับมาปกติเหมือนเดิม” คุณแม่กล่าวอย่างมีกำลังใจ

การเลี้ยงลูกวัยรุ่นไม่ง่ายเลยในยุคนี้ พ่อแม่จะให้แต่ความรักอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความเข้าใจ ยอมรับและเคารพสิทธิในการตัดสินใจของลูกในสิ่งที่เขาจะเลือกด้วย อย่างตอนนี้เขาก็จะเริ่มมีโลกส่วนตัวเยอะขึ้น ไม่เข้ามาคลุกคลีนัวเนียกับแม่เหมือนแต่ก่อน วันศุกร์ก็เริ่มขอไม่เข้ามานอนห้องเดียวกับพ่อแม่ เราจะสั่งๆ ให้ลูกทำแบบที่เราต้องการอีกไม่ได้แล้ว

ตอนนี้ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เมื่อก่อนจะไปเที่ยวไหน ไปประเทศใด พ่อแม่ตัดสินใจได้เลย พอลูกเริ่มโตไม่ได้แล้วนะคะ ต้องถามความเห็นใครอยากไปไหนแล้วโหวตตามเสียงข้างมาก จะมาเผด็จการรวบรัดเอาตามใจพ่อแม่ไม่ได้ เพราะจะทำให้ลูกหลีกห่างเราออกไป เพราะถ้าเขาอยู่กับพ่อแม่แล้วไม่มีความสุข ลูกจะอยากไปหาความสุขนอกบ้าน ดังนั้นพ่อแม่ควรจะทำบ้านให้มีความสุข มีความรักและความเข้าใจลูกจะได้มีความสุขอยู่ในบ้าน อย่ากดดัน อย่าคาดหวังให้ลูกเป็นในแบบที่เราอยากให้เป็นมันจะฝืนใจลูก ทำให้เด็กไม่มีความสุข ต้องรู้ว่าตอนไหนควรผ่อน ตอนไหนควรตึง

“พ่อแม่ก็ต้องปรับตัวนะคะ เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูก เราก็พยายามหาข้อมูลตามหนังสือ ตามอินเทอร์เน็ตว่าแบบนี้เราจะรับมืออย่างไร ถามเพื่อนพี่ๆ ที่มีลูกในวัยใกล้เคียงกัน แต่มันไม่มีสูตรสำเร็จอะไรที่มาใช้กับทุกครอบครัวได้ผล ก็ต้องพยายามดูๆ แก้ไขกันไป แต่แม่เชื่อว่าปัญหาทุกปัญหาแก้ไขได้ด้วยความรักค่ะ แม่มั่นใจเช่นนั้น” เธอกล่าวอย่างมุ่งมั่น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์