posttoday
เจ้าภาพเชือดไก่2-1แต่ร่วงทั้งคู่

เจ้าภาพเชือดไก่2-1แต่ร่วงทั้งคู่

22 มิถุนายน 2553

แอฟริกาใต้กลายเป็นเจ้าภาพทีมแรกที่ตกรอบแรกเวิลด์คัพ แม้นัดสุดท้ายจะเฉือนฝรั่งเศส 10 คน 2-1 ส่วนอุรุกวัย ชนะ เม็กซิโก 1-0 กอดคอเข้ารอบ

แอฟริกาใต้กลายเป็นเจ้าภาพทีมแรกที่ตกรอบแรกเวิลด์คัพ แม้นัดสุดท้ายจะเฉือนฝรั่งเศส 10 คน 2-1 ส่วนอุรุกวัย ชนะ เม็กซิโก 1-0 กอดคอเข้ารอบ

แอฟริกาใต้ - ฝรั่งเศส

เจ้าภาพเชือดไก่2-1แต่ร่วงทั้งคู่

“เจ้าภาพ” แอฟริกาใต้ ลงสนามนัดสุดท้ายกลุ่มเอ พบกับ ฝรั่งเศส โดยเจ้าภาพปรับแผนมาเล่นระบบ 4-4-2 วาง คัตเลโก เอ็มฟาลา ลงประสานงานแดนหน้ากับ แบร์นาร์ด ปาร์กเกอร์ ส่วนทีมตราไก่ปรับทัพจากเกมที่พ่ายเม็กซิโกถึง 6 ตำแหน่ง โดยแข้งเก๋าที่มีรายงานว่าเป็นหัวโจกนำเพื่อนร่วมทีมไม่ลงซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต่างโดนดร็อปถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ปาทริซ เอฟรา, เอริค อบิดัล, เธียร์รี อองรี ปลอกแขนกัปตันทีมจึงตกไปอยู่กับ อาลู ดิอาร์รา กองกลางบอร์กโดซ์

ช่วงต้นเกมเป็นฝรั่งเศสที่เดินเกมรุกได้มากกว่า แต่ยังไม่มีจังหวะลุ้นประตูเหน่งๆ จนกระทั่งนาที 20 เป็นแอฟริกาใต้ที่ออกนำก่อนจากลูกเตะมุมฝั่งขวา ซิฟิเว ชาบาลาลา เปิดโด่งไปหน้าประตู ฮูโก ยอริส นายทวารฝรั่งเศส ออกมาชกวืด บอลเลยไปเสาไกลและเป็น บอนกานี คูมาโล ขึ้นโขกเป็นประตูให้เจ้าภาพออกนำ 1-0

หลังจากนั้น 4 นาที แอฟริกาใต้เกือบได้ประตูที่ 2 เอ็มเฟลาลากบอลขึ้นมา ก่อนซัดนอกกรอบ บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาออกไปนิดเดียว

ทีมตราไก่ยิ่งลำบากหนักเข้าไปใหญ่ในนาทีที่ 25 เมื่อ โยอัน กูร์กุฟฟ์ พยายามขึ้นโขกลูกเตะมุม แต่กางศอกไปโดนหน้า แมคเบธ ซิบายา ร่วงลงไปกอง  ผู้ตัดสินออสการ์ รุยซ์ วิ่งมาชูใบแดงตะเพิดกูร์กุฟฟ์ออกจากสนามทันที

แอฟริกาใต้นำห่างเป็น 2-0 คัตเลโก เอ็มเฟลา นาทีที่ 37 จากจังหวะที่ ชบาลาลา เปิดบอลจากทางกราบซ้ายเข้ามากลาง อาบู ดิอาบี สกัดไม่ดี บอลมาเข้าทาง เซโพ มาซิเลลา ผ่านเรียดจากกรอบเขตโทษเข้ามาตรงกลางให้ เอ็มเฟลา ชาร์จจ่อๆเป็นประตู

นาที 40 ฝรั่งเศสได้ลุ้นบ้างจากฟรีคิกของ ฟรองก์ ริเบรี ที่เปิดยาวไปหน้าประตู บอลตกพื้นเด้งทำท่าจะเข้าประตูจน โมนีบ โจเซฟส์ นายทวารเจ้าภาพต้องออกแรงพุ่งปัดออกหลังไป ก่อนจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นำของแอฟริกาใต้ 2-0

เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 5 นาที แอฟริกาใต้ชวดประตูที่ 3 อย่างน่าเสียดาย ชบาลาลาจ่ายตัดหลังแนวรับฝรั่งเศสให้ เอ็มเฟลา หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาออกหลัง

นาที 54 บาการี ซานญา เติมเกมขึ้นมาก่อนไหลให้ ซิสเซ ซัดด้วยขวาแบบไม่ต้องจับจังหวะบริเวณหน้าเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคาน หลังจากนั้น เอ็มเฟลา ได้ตะบันนอกกรอบให้ ยอริส บินปัดออกไป

ทั้ง 2 ทีมเริ่มเปิดเกมแลกใส่กันสนุกจนกระทั่งนาทีที่ 70 ฝรั่งเศสมาตามตีไข่แตกได้สำเร็จจากจังหวะที่ ซานญา จ่ายให้ ริเบรี หลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนตบเข้ากลางให้ ฟลอรองต์ มาลูดา วิ่งมาแปง่ายๆเข้าไป ฝรั่งเศสไล่มาเป็น 1-2

ทีมตราไก่แม้จะเหลือ 10 คน แต่ก็ยังสู้กับเจ้าภาพได้สูสี ช่วงเวลาที่เหลือต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จนครบ 90 นาที แอฟริกาใต้ ชนะ ฝรั่งเศส 2-1 แต่กอดคอตกรอบไปทั้งคู่

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม
แอฟริกาใต้ : โมนีบ โจเซฟส์, เซโพ มาซิเลลา, อารอน โมโคเอนา, อเนเล เอ็นคองกา (ซิโบนิโซ กาซา น.55), แมคเบธ ซิบายา, ซิฟิเว ชาบาลาลา, คัตเลโก เอ็มเฟลา, สตีเวน พีนาร์, แบร์นาร์ด พาร์กเกอร์ (ซิยาบอนกา นอมเวเต น.68), บอนกานี คูมาโล, ธันดูยิเซ คูโบนี (เทโก โมดิเซ น.78)

ฝรั่งเศส : ฮูโก ยอริส, บาการี ซานญา, วิลเลียม กัลลาส, เซบาสเตียง สคิลลาชี, กาเอล กลิชี, ฟรองก์ ริเบรี, อาบู ดิอาบี, โยอัน กูร์กุฟฟ์, อาลู ดิอาร์รา (ซิดนีย์ โกวู น.82), ฌิบริล ซิสเซ (เธียร์รี อองรี น.55), อังเดร ปิแอร์ กิญัก (ฟลอรองต์ มาลูดา น.46)

ผู้ตัดสิน : ออสการ์ รุยซ์ (โคลัมเบีย)

อุรุกวัย - เม็กซิโก

นัดสุดท้ายของกลุ่มเอระหว่างอุรุกวัยกับ เม็กซิโก ที่สนามรอยัล บาโฟเก็ง สเตเดียม  เป็นศึกชิง "จ่าฝูง" ของกลุ่ม แต่ถ้าเสมอกันทั้งคู่จะกอดคอกันเข้ารอบ โดยเม็กซิโกจะเป็นที่สอง

เจ้าภาพเชือดไก่2-1แต่ร่วงทั้งคู่ จังหวะโขกของซัวเรช

ทั้งคู่ส่งนักเตะที่ดีที่สุดลงสนาม โดยอุรุกวัยมี ดีเอโก ฟอร์ลัน , หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดิสัน คาวานี เป็นสามประสานในแดนหน้า ด้านเม็กซิโกให้กิเยร์โม ฟรังโก  ศูนย์หน้าจากสโมสรเวสต์แฮม เป็นกองหน้าตัวเป้า และมี โจวานนี ดอส ซานโตส เป็นตัวทำเกมเช่นเดิม 

นาทีที่ 5 อุรุกวัยได้ทักทายก่อนทันที โดยเป็นซัวเรซที่หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลเดี่ยวๆ กับเฟร์นานโด มุสเลรา แต่กองหน้าดาวยิงดันยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

เป็นฝ่ายอุรุกวัยที่เน้นรับแล้วโต้ได้น่ากลัว แต่เม็กซิโกก็น่าจะได้ประตูอย่างยิ่งเช่นกัน จากการยิงใกล้ของ  อันเดรส กวาร์ดาโด ที่หวดเต็มข้อจากระยะประมาณ 35 หลาบอลพุ่งแหวกอากาศชนคานอย่างจัง ในนาทีที่ 23

เกมในครึ่งแรกทำท่าว่าจะเสมอกัน อย่างไรก็ตามกลายเป็นอุรุกวัยที่ขึ้นนำ 1-0 จากซัวเรซที่ วิ่งเข้ามาโหม่งลูกเปิดจากทางขวาของคาวานี เข้ามีไม่มีเหลือ ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มเกมครึ่งหลังยังคงเป็นเม็กซิโกที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ดันเกือบเสียประตูที่สองในนาทีที่ 55 ฟอร์ลัน เปิดฟรีคิกให้ ดีเอโก ลูกาโน ได้ขึ้นโขกเต็มๆแต่ ออสการ์ เปเรซ ปัดเอาไว้ได้ ก่อนที่กองหลัง "จังโก" จะเคลียร์ออกไป

นาทีที่ 65 ปาโปล บาร์เรรา ตัวสำรองที่ลงมา หลุดมาทางขวาก่อนเปิดเข้ากลาง ฟรานซิสโก โรดริเกซ ยืนอยู่คนเดียวได้โขกจอๆ ระยะ 6 หลา แต่โหม่งสะบัดมากเกินไปบอลโค้งออกหลุดเสาออกไปอย่างเหลือเชื่อ

ช่วงเวลาที่เหลือแม้เม็กซิโกจะพยายามทำเกมบุกแต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้ มิหนำซ้ำยังเกือบจะเสียประตูที่สอง จากการยิงไกลของคาวานี ในนาทีที่ 88 แต่เปเรซ เจ้าเก่าปัดไว้ได้

หมดเวลา 90 นาทีอุรุกวัย เอาชนะ เม็กซิโก ไปได้ 1-0 แต่กอดคอเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปทั้งคู่ เนื่องจากเม็กซิโกมีลูกได้เสียดีกว่า แอฟริกาใต้ ที่ชนะฝรั่งเศสได้เพียง 2-1

โดยอุรุกวัย  ที่ 1 ของสายเอจะเข้าไปพบกับทีมที่ได้ที่ 2 ของสายบี ส่วนเม็กซิโกที่2 สายเอจะเข้าไปพบกับที่ 1 สายบี ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

รายชื่อของนักเตะทั้งสองทีม

อุรุกวัย:เฟร์นานโด มุสเลรา ; มักซี เปเรรา , ฮอร์เก ฟูซิเล , ดีเอโก ลูกาโน (กัปตัน) , เมาริซิโอ วิคตอริโน ; เอกิดิโอ อเรวาโล , ดีเอโก เปเรซ , อัลวาโร เปเรรา (อันเดรส สกอตติ , 77); ดีเอโก ฟอร์ลัน , หลุยส์ ซัวเรซ (อัลวาโร เฟร์นานเดช , 85) , เอดิสัน คาวานี

เม็กซิโก: ออสการ์ เปเรซ ; คาร์รอส ซัลซิโด , ริคาร์โด โอโซริโอ , เฮคเตอร์ โมเรโน , ฟรานซิสโก โรดริเกซ ; ราฟาเอล มาร์เกซ , เกราร์โด ตอร์ราโด, เคาห์เตม็อค บลังโก (กัปตัน) (ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดช , 59) , อันเดรส กวาร์ดาโด (ปาโปล บาร์เรรา, 46) , โจวานนี ดอส ซานโตส ; กิเยร์โม ฟรังโก   

 

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล