
พงศ์วิวิฒน์ ทีฆคีรีกุล กับ 3 โรลโมเดลในการทำธุรกิจ
เพราะเคยเห็นยุครุ่งเรืองของการทำธุรกิจตั้งแต่ยุคคุณพ่อ จนมาถึงจุดที่ต้องถอย เพราะประเทศไทยเข้าสู่ยุคฟองสบู่แตก แก๊ป-พงศ์วิวิฒน์ ทีฆคีรีกุล
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
เพราะเคยเห็นยุครุ่งเรืองของการทำธุรกิจตั้งแต่ยุคคุณพ่อ จนมาถึงจุดที่ต้องถอย เพราะประเทศไทยเข้าสู่ยุคฟองสบู่แตก แก๊ป-พงศ์วิวิฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คาร์มาร์ท จึงเหมือนได้เข้าคอร์สเรียนจริงเรื่องการทำธุรกิจมาเบื้องต้น จนพอคุณพ่อมีโจทย์ให้ลองหาธุรกิจใหม่ เขาจึงได้ลองทำธุรกิจมาหลายอย่าง ตั้งแต่ขายชุดชั้นในผู้หญิง เสื้อผ้า ไปจนสินค้าอุปโภคบริโภค กว่าจะมาเจอสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง นั่นคือธุรกิจความงามเพื่อผู้หญิง
เพียง 4 ปี หลังจากเริ่มต้นธุรกิจ แก๊ปสามารถพาคาร์มาร์ทไปไกล ทำยอดขายไปได้ถึง 1,000 ล้านบาท ขยายแฟรนไชส์ไปแล้วถึง 80 สาขา ไม่ง่ายเลยที่คนคนหนึ่งจะปลุกปั้นธุรกิจหลักพันล้าน ทั้งที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องธุรกิจโดยตรง เพราะเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม ใครจะรู้ว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ออกแบบบ้านตึก วันนี้จะถูกนำมาออกแบบธุรกิจมูลค่ามหาศาล ที่สำคัญเมื่อถามถึงฮีโร่ในดวงใจที่เป็นต้นแบบการทำธุรกิจให้เขากลับไม่ได้เป็นคนในวงการความงาม หรือตัวพ่อเรื่องการทำธุรกิจ แต่เขายกให้คุณพ่อ และเจ้าพ่อในวงการไอทีอย่าง สตีฟ จ็อบส์ และ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก
1.คุณพ่อ
สำหรับแก๊ป คุณพ่อคือโค้ชคนสำคัญที่สอนเขาเรื่องการทำธุรกิจ มาถึงวันนี้ แก๊ปบอกว่า ถึงคุณพ่อจะอายุมาก แต่ความคิดของท่านยังทันสมัยอยู่เสมอ
“บางคนบอกว่าคุณพ่อชอบคิดอะไรที่ใหญ่เกินไป แต่สำหรับผมมีบ้างที่เคยตั้งคำถามกับคุณพ่อแบบนั้น แต่พอเวลาผ่านไป จะเห็นว่าสิ่งที่คุณพ่อคิดไม่ได้เกินจริง หรือเป็นไปไม่ได้ เพราะการที่เราคิดใหญ่ไว้ก่อน บางครั้งแม้ไม่ได้เอามาทำทั้งหมด เราก็สามารถหยิบบางส่วนจากความคิดก้อนใหญ่นั้นมาต่อยอดได้ ดีกว่าเรามัวแต่คิดอะไรเล็ก แล้วไม่รู้จะทำได้หรือไม่
ยกตัวอย่าง ครั้งหนึ่งคุณพ่อสอนว่าเวลาเรามองคู่แข่ง ให้มองคู่แข่งที่สูงกว่าเรา มองแบรนด์ที่เหนือกว่า อย่างตอนนี้สินค้าคาร์มาร์ท ถ้ามองคู่แข่ง เราไม่ได้ประเมินศักยภาพกับรายเล็กๆ แต่เรามองว่าเรากำลังแข่งกับแบรนด์ระดับโลกอย่างลอรีอัล มองแล้วไม่ได้ปล่อยผ่าน แต่เราต้องสู้ ผจญภัยไปดูให้หมดว่าเขามีแหล่งผลิตที่ไหน แหล่งวัตถุดิบอยู่ไหน เราทำธุรกิจเครื่องสำอาง ไม่ใช่รู้แค่เรื่องความสวยความงาม แต่ต้องรู้ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบในการทำ หรือการมองเทรนด์ ก็ต้องอัพเดทเทรนด์โลกทั้งหมด ไม่ใช่แค่โลกความงาม แต่อย่างปีนี้เทรนด์สีมาร์ซาลามาแรง เราก็ต้องรู้ เพื่อก้าวให้ทัน”
2.สตีฟ จ็อบส์
“ผมประทับใจที่เขาไม่ใช่แค่หาเงินจากการทำธุรกิจ แต่ยังทำอะไรเพื่อสังคม ด้วยการบริจาคเงิน 100-200 ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าวันหนึ่งผมทำธุรกิจมีเงินเป็นแสนล้าน ผมก็อยากจะทำแบบเขาบ้าง”
3.มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก
แก๊ปบอกว่ายกให้เขาเป็นฮีโร่ เพราะเขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเป็นคนที่มีความคิดล้ำหน้า สามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ผมชอบเขา ไม่ใช่เพราะอ่านชีวประวัติของเขานะ แต่จากการติดตามข่าวสารของเขามากกว่า ยกตัวอย่าง ที่ประเทศจีนไม่อนุญาตให้มีการใช้เฟซบุ๊ก แต่มาร์กก็พยายามที่จะแสดงความเป็นมิตรกับรัฐบาลจีน ด้วยการทำคลิปวิดีโอเข้าไปบ้าง ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไป จนในที่สุดรัฐบาลจีนก็เริ่มมีการติดต่อกับมาร์ก ซึ่งถ้ามองในแง่ดี ไม่แน่ในอนาคตเฟซบุ๊กอาจจะได้รับอนุญาตให้ใช้งานในจีนก็ได้”
แก๊ปบอกว่า การทำธุรกิจของมาร์กสอนเขาเรื่องความไม่ย่อท้อ ถึงจะเจอกับอุปสรรค ได้รับการปฏิเสธ แต่ก็ยังต้องอาศัยความพยายาม ไม่ใช่ยอมแพ้ สิ่งที่มาร์กทำทำให้เขามาถึงจุดนี้
“อีกเรื่องคือ การคัดเลือกพนักงานของเขา ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาเอก หรือปริญญาโท ขอแค่มีความตั้งใจ ซึ่งแนวคิดนี้ของมาร์กตรงกับผมนะ ผมเลยยิ่งประทับใจเขา”







