
บริหารสมองลูกด้วยเชาวน์ปัญหา
การเล่นเกมทายปัญหาหรือตอบปัญหาที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “อะไรเอ่ย” หรือปัญหาเชาวน์เบาสมอง ประเทืองปัญญา คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่เคยเล่นมาก่อนแน่ๆ
โดย...ตุ้ย ชลธาร
สำหรับเด็กๆ พวกเขาชอบที่จะเล่นเพราะสนุก ได้คิด ได้เดา ถ้าเล่นหลายคนยิ่งสนุก แข่งกันใครจะตอบได้ก่อน ซึ่งอย่าว่าแต่เด็กที่ชอบ วัยรุ่นก็เล่นดี และกลุ่มนี้ไม่เล่นอย่างเดียว ยังชอบคิดหาตั้งปัญหาแปลกๆ กวนๆ ใหม่ๆ อีกด้วย
บางทีผู้ใหญ่ก็ชอบ เอามาทายเล่นกันสนุกๆ กับเด็กๆ คุณพ่อถ้าจะเอาเกมนี้มาเล่นกับลูกๆ มันคลาสสิกมาก มิใช่แค่คนเล่นมีความสุข สนุกสนาน ได้หัวเราะ หรือได้ผ่อนคลายสมองและอารมณ์เท่านั้น แต่การเล่นทายปัญหาเบาสมองแบบนี้ ยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของลูกๆ และสร้างลักษณะนิสัยการแก้ปัญหาให้เด็กๆ เพราะเขาใช้ความคิด ไหวพริบปฏิภาณ และจินตนาการของเขาได้อย่างอิสระ
เป็นเกมที่ท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง เพียงแต่ในการเล่นควรปรับคำถามให้เหมาะสมกับวัยผู้เล่นเท่านั้น เช่น ไม่ยากเกินไป ไม่ไกลตัวเกินไป ไม่ใช้คำถามและหรือคำตอบที่ไม่สุภาพ เป็นต้น
สมมติ ถ้าเล่นกับลูกวัย 4-5 ขวบ อาจจะเริ่มจากคำถามง่ายๆ ใกล้ตัว ถ้าลูกได้คิด สมองเขาก็ได้ทำงาน ถ้าลูกตอบได้เขาก็จะมีกำลังใจและอยากเล่นต่อ เช่นว่า อะไรเอ่ย ใช้ตักน้ำ อะไรเอ่ย ใช้ตักข้าว อะไรเอ่ย ใช้เขียนหนังสือ อะไรเอ่ย ใช้ตัดกระดาษ อะไรเอ่ย ใช้ใส่น้ำ สัตว์อะไรเอ่ยมีงวง สัตว์อะไรเอ่ยมีกระดอง เป็นต้น ง่ายๆ คำถามแบบนี้ไม่ยากและไม่ไกลตัวเขา
ถ้าลูกตอบไม่ได้หรือตอบไม่ถูกอย่าเพิ่งรีบเฉลยในทันใด ควรใบ้คำให้เขาได้ฝึกใช้ความคิดไปก่อน เชื่อว่าเขาตอบได้แน่ แต่ที่ไม่ควรลืมเมื่อลูกตอบได้ควรรู้จักชมเขาหน่อย หรืออาจให้เป็นคะแนน 1 คำตอบต่อ 1 คะแนน ขณะเดียวกันถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องไปจริงจังมาก พานให้ลูกเครียดเปล่าๆ ปัญหาก็บอกอยู่แล้วว่าเบาสมอง จึงอย่าไปสร้างความหนักสมองให้ลูก
ถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อย 7-8-9 ขวบ คำถามก็ต้องหลากหลายและยากขึ้นมาหน่อย เป็นปัญหาในเชิงให้ลูกได้ใช้ไหวพริบปฏิภาณ ใช้ความคิดเชิงเหตุผล หรืออาจเป็นปัญหาที่คาดไม่ถึง เช่นว่า วังอะไรเอ่ยน่ากลัว คำตอบคือวังเวง (บรรยากาศที่ดูน่ากลัว) ลูกอาจตอบวังโน้นวังนี้ แต่ไม่ใช่คำตอบที่เราต้องการ ซึ่งต้องอธิบายให้เขารู้ หรือถามว่า ดอกไม้อะไรเอ่ยที่คนไม่อยากได้ คำตอบคือดอกไม้จันทน์ ถ้าเขาตอบไม่ถูกก็ใบ้คำ เช่น เป็นดอกไม้ที่ใช้ในงานศพ
หรืออาจเป็นคำถามในลักษณะเล่นคำ เช่น ปลาอะไรไม่มีชีวิตแต่ไปได้ไกล คำตอบคือปาอะไรก็ได้ที่ไม่มีชีวิต เช่น ปาหิน ปาลูกดอก ซึ่งสามารถปาได้ไกล เป็นการเล่นคำที่มีการออกเสียงคล้ายกัน แต่เขียนและความหมายต่างกัน (ปา กับ ปลา) หรือคำถามที่ต้องการให้เขาอธิบายความหมายของคำบางคำ เช่น น้ำอะไรเอ่ยไม่มีความรู้สึก คำตอบคือน้ำชา (อาการชาคือไม่มีความรู้สึก) เป็นต้น
ว่าแต่คุณพ่ออย่าตั้งคำถามฝ่ายเดียว เปลี่ยนให้ลูกถามบ้างสลับกัน เป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของลูกต่อสิ่งต่างๆ ด้วย เพราะลูกต้องเข้าใจก่อนจึงจะนำมาตั้งคำถามได้ ผมเชื่อว่าการเล่นเกมแบบนี้กับลูกๆ จะช่วยต่อยอดความคิดและจินตนาการของเขา ปัจจุบันคำถามเบาๆ กระตุ้นความคิด ท้าทายความสามารถและพัฒนาสมองแบบนี้มีเยอะ เปิดหาในอินเทอร์เน็ตได้เลย แต่เลือกคำถามที่เหมาะกับเขา หรือถ้าซื้อหนังสือได้ก็ดี ลูกๆ จะได้อ่าน ฝึกนิสัยการอ่านให้เขาไปในตัว
ลองเล่นกับลูกๆ ดู ผมว่าเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวที่สนุกๆ ชวนคุณแม่มาเล่นด้วยได้ผ่อนคลาย ได้กระตุ้นไหวพริบและความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการบริหารสมองของลูกด้วย ไม่ไร้สาระแน่นอน







