
เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวดขอพื้นที่ "เด็ก" ได้แสดงออก
กำลังกลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียลสำหรับแฮชแท็ก (#)“เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด”
โดย... เสน่ห์จันทน์
กำลังกลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียลสำหรับแฮชแท็ก (#)“เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด” ที่ผู้คนบนโลกโซเชียลได้วาดภาพประกอบรวมถึงข้อความที่แสดงออกถึงความรู้สึกของความเจ็บปวดในวัยเยาว์ หรือเด็กที่กำลังเจ็บปวดกับเหตุการณ์ เหตุผลนั้นๆ อยู่
เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด เป็นนิทรรศการไฮไลต์ ใน “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 13” (วันนี้-6 เม.ย. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) ภายใต้แนวคิด “เด็กดี” จัดโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
ปรากฏการณ์ # บนโลกโซเชียล
จุดเริ่มต้นของ #เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด มาจากแนวคิดของ “ศิวโรจน์ ด่านศมสถิต” ที่ปรึกษาสมาคมวางแผนไว้ว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ ซึ่งหลายคนฝีมือเจ๋งไม่แพ้รุ่นพี่มืออาชีพ ได้มีโอกาสแสดงฝีมือของตัวเองในคอนเซ็ปต์นี้ ณ พื้นที่สาธารณะ
นอกจากจะให้โพสต์ในแฟนเพจเพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวดและแฮชแท็กคำนี้แล้ว ยังจะนำไปจัดแสดงนิทรรศการในงานสัปดาห์หนังสือฯ ด้วย
ปรากฏว่าเพียง 2 วันที่เหล่านักวาดเริ่มโพสต์ภาพในคอนเซ็ปต์นี้และได้นักเขียนชื่อดังช่วยกันโพสต์ทั้งในเฟซบุ๊กส่วนตัวและแฟนเพจ อาทิ อุทิศ เหมะมูล ซะการีย์ยา อมาตยานิ้วกลม อุรุดา โควินท์ อธิคม คุณวุฒิ เวียง-วชิระ บัวสนธิ์ ปราบดา หยุ่น ฯลฯ ยอดแฮชแท็กของ #เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด ปาเข้าไปเกือบพันแฮชแท็ก ทั้งในแง่ของรูปภาพแบบออฟฟิเชียลและภาพฝีมือตัวเองรวมถึงข้อความแสดงความรู้สึกต่างๆ
ปัจจุบันก็ยังมีแฮชแท็กส่งเข้ามาเรื่อยๆ แม้ว่าจะสามารถนำมาติดนิทรรศการได้แค่ไม่เกิน 200 รูป นอกจากเฟซบุ๊กแล้วในทวิตเตอร์ก็เยอะมาก มีการระบายความรู้สึกของเด็กจริงๆ ถ้าผู้ใหญ่อยากรู้ความรู้สึกเด็ก อยากให้ลองพิมพ์แค่คำว่า#เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด จะขึ้นมาทันที
โลกโซเชียลพื้นที่แสดงออกของเด็ก
“โตมร สุขปรีชา” บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร GM ได้กล่าวถึง เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด ที่ถูกนำมาเป็นคอนเซ็ปต์และนิทรรศการไฮไลต์ในงานสัปดาห์หนังสือฯ
“ผมแทบไม่ได้มองอย่างอื่นเลยครับ นอกจากเห็นว่าเป็นการปะทะกันของคนสองรุ่นที่มีความคิดต่างกัน ที่จริงจะบอกว่าเป็น ‘รุ่น’ ก็หยาบเกินไป ต้องบอกว่าเป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาและ ‘ถูกแวดล้อม’ ผมขออนุญาตใช้คำแบบนี้ ด้วยปัจจัยที่ทำให้คิดไม่เหมือนกัน เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แต่ปัญหาก็คือในสังคมไทยนั้นมีลำดับชั้นที่แข็งแรงมาก ทำให้อำนาจไปอยู่ในมือของคนที่ ‘ถูกแวดล้อม’ โดยสิ่งแวดล้อมแบบหนึ่ง ซึ่งโดยมากก็คือกลุ่มผู้ใหญ่ ซึ่งจะเป็นคนชี้นิ้วถูกผิด เด็กจึงมักไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าในแบบที่ตัวเองอยากไปได้ ทำให้เกิดความเจ็บปวดขึ้นมา”
ส่วนกระแสตอบรับจากผู้คนในโลกโซเชียลที่เข้ามาร่วมกิจกรรม แฮชแท็กทั้งภาพประกอบและข้อความนั้น โตมรให้ความเห็นว่ามันสามารถสะท้อนความรู้สึกของเด็กในสังคมไทย
“ที่คำนี้แรงมากในโลกโซเชียลนั้นไม่น่าประหลาดใจเพราะโลกโซเชียลเป็นพื้นที่ของคนที่เด็กกว่า หรือคิดว่าตัวเองเด็กกว่า ไม่ว่าจะคิดจากฐานของความคิดจริงๆ หรือคิดจากแค่ฐานของอายุก็ตาม ที่สำคัญก็คือ โลกอื่นๆ ที่ไม่ใช่โลกออนไลน์หรือโลกโซเชียลนั้น แทบจะไม่ ‘เหลือ’ พื้นที่ให้กับ ‘เด็ก’ที่จะแสดงออกตามที่ตัวเองต้องการอีกแล้ว เช่น ถ้าอยากแสดงออกทางการเมืองในแบบที่ขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ก็ไม่มีเวทีที่เปิดกว้างให้จริงๆ ส่วนใหญ่ต้องแสดงออกเฉพาะตามแบบที่ ‘วัฒนธรรมไทย’ ควบคุมกำกับเอาไว้เท่านั้นจึงจะเป็นที่ยอมรับการแสดงออกในโลกโซเชียลจึงทั้งน่าสนใจและน่าเห็นใจทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ที่เราต้องอยู่ในสังคมที่เจ็บปวดแต่หลายคนไม่รู้ตัวแบบนี้”
ด้าน “มุนินทร์ สายประสาท” นักวาดภาพประกอบ ให้ความเห็นกับปรากฏการณ์การส่งภาพประกอบ #เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด ว่า “ส่วนตัวคิดว่าเป็นประเด็นที่สัมผัสและเข้าถึงส่วนลึกในใจของทุกๆ วัย เด็กๆ ในวันนี้พอเจอข้อความนี้ เขาจะรู้ดีที่สุดว่าหมายถึงอะไร เพราะเขายังเผชิญมันอยู่ ในบางมุมมองที่เด็กสะท้อนออกมา ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ยังนึกไม่ถึง สะกิดให้ต้องตีความหลากหลาย สำหรับผู้ใหญ่เมื่อได้เห็นปรากฏการณ์นี้ก็ทำให้ได้หยุดคิด กลับไปมองความเจ็บปวดของตัวเองในวันเก่า หรือมองมาที่วันนี้ ว่ากำลังทำให้เด็กๆ ของเราเจ็บอยู่โดยที่ผู้ใหญ่อย่างเราไม่รู้ตัวหรือไม่”
‘เด็กทุกคนมีบ้านของอนาคต’
“สุชาติ สวัสดิ์ศรี” ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี 2554 ร่วมดูแลเนื้อหาของนิทรรศการ กล่าวว่า “เคยเห็นตุ๊กตาเด็กสามคน ปิดหูปิดปาก ปิดตา นั่นละมังครับ ที่เรียกว่าเด็กดี ปิดตา อุดหู ปิดปาก เด็กก็คือเด็ก พอมีคำว่าดี เลยต้องมีเครื่องหมายคำถามตามมา คำคุณศัพท์ที่ขยายคำว่าเด็ก เป็นเรื่องที่คิดว่าควรมีเครื่องหมายคำถาม อาจเป็นเพราะว่าผู้ใหญ่คาดหวัง สร้างว่าเด็กดีต้องเป็นนั้นนี้ คำขวัญวันเด็กมีกี่ปีแล้วไม่ทราบ มันเปลี่ยนทุกปี เด็กถูกคาดหวังจากผู้ใหญ่ คงเพราะพล็อตตรงนี้กระมังที่ทำให้เกิดสิ่งที่ตามมาคือความเจ็บปวด สำหรับผม ผมเติมให้ เพราะเป็นเด็กดีจึงเจ็บปวด คำว่าดีมันมีความหมายที่ขึ้นอยู่กับบุคคล พื้นที่เวลา ว่าดีชั่วบาปบุญ ดีของคนหนึ่งอาจไม่ดีกับอีกคนหนึ่ง”
ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้หา “โควต” (Quote) จากหนังสือ มาเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด นักเขียนใหญ่ได้ยกตัวอย่าง
--บุตรของเธอ ไม่ใช่บุตรของเธอเขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิตเขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอและแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอเธออาจให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้เพราะว่าเขาก็มีความคิดของตนเองเธออาจจะให้ที่อยู่อาศัยแก่ร่างกายของเขาได้แต่มิใช่แก่วิญญาณของเขา เพราะว่าวิญญาณของเขานั้นอยู่ในบ้านของพรุ่งนี้ซึ่งเธอไม่อาจไปเยี่ยมเยียนได้แม้ในความฝัน----
“คือผมพยายามเลือกนักเขียนที่อาจถูกลืม ศรีบูรพา เสฐียรโกเศศ ไล่มาจนถึงปัจจุบัน พจนา จันทรสันติ มีเล่มหนึ่งชื่อพินัยกรรม เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวของ สุวรรณี สุคนธา เขียนถึงลูกสามคน เขียนไว้ดีมากเลย ถ้าเด็กได้อ่านโควต ได้มาในงานนี้ ไม่ว่าจะมากับพ่อแม่หรือใครก็ตามจงไปหาหนังสืออ่านซะ
การอ่านเปิดโลกให้ผม โลกใหม่ตลอดเวลา เพราะว่าเป็นหนทางที่จะสร้างตัวตนของเรา ถ้าหากว่าใครก็ตาม คือผมหวังว่าโควตนี้ให้พ่อแม่ของเด็กอ่าน ผมนึกถึงตัวเองสมัยเด็กๆ ที่เห็นคำขวัญวันเด็กสมัยนั้น เด็กดีมีทุกปีเลยจนปัจจุบันผมมีความรู้สึกว่าขนาดผมอายุขนาดนี้ยังถูกเรียกร้องให้ทำนั่นนี่ตลอดเวลา คนที่เป็นตัวของตัวเองจะได้แรงบันดาลใจจากการอ่าน แล้วไปหาตัวจริงมาอ่าน หรือพบหนังสือสักเล่ม เป็นจุดเริ่มที่มหัศจรรย์มากแล้ว ผมคิดว่าเขาจะเติมคำในช่องว่างของคำว่าดี ที่มีเครื่องหมายคำถามได้”
--หนังสือที่แม่รักมีมากมายจนไม่เชื่อว่าแม่จะอ่านมันได้อย่างไรหมด แม่จะถือว่าเป็นความโง่อย่างยิ่งและเป็นความผิดร้ายแรงอย่างยิ่ง ถ้าลูกของแม่จะไม่อ่านหนังสือ—
บางตอนจากเรื่องสั้น พินัยกรรม ของ “สุวรรณี สุคนธา”







