posttoday
นพ.ธนพล ทองประเสริฐ ‘อยากงามทั้งนอกทั้งในบอกผม’

นพ.ธนพล ทองประเสริฐ ‘อยากงามทั้งนอกทั้งในบอกผม’

26 มีนาคม 2558

ความเก่งในการเสกสรรด้านความสวยความงามและชะลอวัย นพ.ธนพล ทองประเสริฐ หรือ คุณหมอโต้ง เจ้าของคลินิก Dr.Secret by Dr.Thanapol

โดย...ตุ้ย ชลธาร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ความเก่งในการเสกสรรด้านความสวยความงามและชะลอวัย นพ.ธนพล ทองประเสริฐ หรือ คุณหมอโต้ง เจ้าของคลินิก Dr.Secret by Dr.Thanapol ไม่เป็นสองรองใคร เพราะเชี่ยวชาญด้านความงาม (Aesthetic) และชะลอความแก่ (Anti-Aging) ได้รับการยอมรับในระดับแถวหน้าของเมืองไทย ทั้งดารา ไฮโซ คนดัง ผู้ประกาศข่าว นักธุรกิจ รวมถึงลูกค้าทั่วไปต่างเลือกใช้บริการทำสวยทำหล่อที่ดูดีเป็นธรรมชาติ ในด้านความสวยความงามและชะลอวัย น้อยคนจะไม่รู้จัก "หมอโต้ง" และ "Dr.Secret by Dr.Thanapol"

"ผมกล้าพูดได้เลยว่าหมอในประเทศไทย ที่มีความชำนาญหลายอย่างในการสร้างสรรค์ด้านความงามและชะลอวัยมีไม่ถึง 5 คน บางคนฉีดโบทอกซ์เป็นแต่ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้ บางคนฉีดฟิลเลอร์ได้ แต่ร้อยไหมไม่เป็น บางคนฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหมได้แต่ทำเลเซอร์ไม่เป็น ไม่รู้เรื่องเซลล์เทอราปี ฝังเข็มไม่เป็น ไม่รู้เรื่องแอนไทเอจจิ้ง ฯลฯ แต่ผมอินทิเกรตทุกอย่าง กล้าพูดได้เลยผมสามารถทำให้คุณดูดีและดูอ่อนวัยได้ขอเพียงบอกผม" หมอโต้ง กล่าว

นพ.ธนพล ทองประเสริฐ ‘อยากงามทั้งนอกทั้งในบอกผม’

 

หมอความงามและชะลอวัย บอกว่า การทำงานด้านความงามของเขา อาศัยจินตนาการเป็นส่วนใหญ่ หมายความว่า การจะปรับหน้าคนไข้สักคนต้องจินตนาการก่อน ว่าอยากให้รูปหน้าคนนั้นเป็นแบบไหน คือต้องเห็นคนในจินตนาการให้ได้ก่อน หลังจากนั้นกระบวนการใช้เทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้โบทอกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ทำเลเซอร์ RF, Mesotherapy, PRP และสเต็มเซลล์ จะตามมาเป็นขั้นตอนต่อไปได้ อยู่ที่การเลือกใช้เทคนิคอะไรให้เหมาะสม

"คนไข้ที่ผมดูแลทั้งหมดจะพบว่ารูปหน้าจะค่อยๆ เปลี่ยนไปแต่ดูไม่แปลกประหลาด ไม่มีใครจับได้ว่าไปทำสวยมา เพราะปรับทั้งหน้าไม่ให้มีอะไรที่โดดเด่นจนดูสะดุดให้จับได้ นี่คือเทคนิคที่ดูเหมือนง่าย แต่ทำยากมากที่จะผสานศาสตร์ด้านการแพทย์กับศิลปะการแต่งหน้า เหมือนกับการลงเมกอัพเพียงแต่ว่าการแต่งหน้าพอล้างหน้าออกก็กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่สิ่งที่ผมทำเป็นของจริงบนใบหน้าคนไข้ตราบเท่าที่ยังดูแลอย่างดี ก็ทำให้สามารถมีใบหน้าที่ดูดีอ่อนวัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเริ่มจากอายุเท่าไหร่ก็ตาม"

หมอโต้ง กล่าวว่า Dr.Secret by Dr.Thanapol โฟกัสเรื่องของความงามและการชะลอวัยเป็นหลัก ซึ่งต้องบอกว่าในแง่ของความงามผู้ที่อายุ 10 ปีกว่าๆ ขึ้นไปจนถึง 20 ต้นๆ สุขภาพยังดูดี ฮอร์โมนมีเยอะ ผิวมีคอลลาเจนหรืออีลาสติน (Elastin) อยู่เต็ม ถ้าไม่เครียดมากเหมือนคนทำงานยังไงก็ดูดี ความงามของคนไข้อาจแค่รักษาสิว ในบางคนอาจมีการปรับรูปหน้า เช่น คนมีไขมันเยอะต้องลดไขมัน มีกล้ามเนื้อเยอะ อาจฉีดโบทอกซ์ให้หน้าเรียวเล็กขึ้น บางคนจมูกไม่โด่งก็มีการเสริมจมูกให้ดีขึ้น เป็นต้น

นพ.ธนพล ทองประเสริฐ ‘อยากงามทั้งนอกทั้งในบอกผม’

 

"แอนไทเอจจิ้งในคนอายุต่ำกว่า 30 ยังไม่มีความจำเป็น การปรับรูปหน้าจึงเป็นเรื่องเอสเทติกอย่างเดียว แต่พออายุมากขึ้นเอสเทติกไม่พอต้องทำแอนไทเอจจิ้งด้วย ดังนั้นกลุ่มคนอายุ 40 ขึ้นไปจนถึง 60 ถือเป็นทาร์เกตกรุ๊ปด้านชะลอความแก่ ซึ่งการชะลอความแก่นั้นมี 2 แบบ คือพรีเวนชั่น (Prevention) ป้องกันไม่ให้แก่หรือแก่ช้าที่สุด คือ กลุ่มอายุ 40 ที่ต้องกินอาหารเสริม ออกกำลังกาย ทำบิวตี้ทรีตเมนต์ หรือฉีดเซลล์เทอราปีบำบัดเพื่อทำให้ความแก่มาถึงตัวเองช้าที่สุด และรีจูวิเนต (Rejuvenate) แก่แล้วอยากย้อนกลับมาหนุ่มสาว คือ กลุ่ม 60 ขึ้น ต้องทำเข้มข้นกว่าคนอายุ 40 กินอาหารเสริมทุกอย่าง ใช้เซลล์บำบัดมากขึ้น ทำดีทอกซ์ลดของเสียออก เสริมวิตามินขนาดสูง และทำบิวตี้ทรีตเมนต์มากกว่าคนอายุ 40 ปี เป็นต้น"

หมอธนพล กล่าวต่อว่า ในแง่ของการทำแอนไทเอจจิ้ง เพื่อช่วยให้คนไข้มีสุขภาพดีนั้นต้องตรวจเลือดก่อน เพราะการเจาะเลือดเป็นตัวฟ้องว่าระดับโปรตีนในร่างกายเป็นอย่างไร คุณภาพไต ตับ มีปัญหาหรือเปล่า มีปัญหาเรื่องซีด หรือร่างกายขาดโปรตีนไหม ทั้งนี้เพราะคนไข้บางคนเครียดมาก ระดับฮอร์โมนก็จะต่ำลง ยิ่งในผู้หญิง สิ่งที่พบมากคือการซีด คือภาวะที่เม็ดเลือดแดงต่ำลงผิดปกติเนื่องจากสูญเสียเลือดไปทางประจำเดือน และจากความเครียดก็ทำให้ฮอร์โมนต่ำลง ซึ่งต่อให้ทำด้านความงามที่เป็นเอสเทติกภายนอกอย่างเดียวก็ไม่พอ แต่ถ้าได้เจาะเลือดดูแล้วเอาแอนไทเอจจิ้งใส่เข้าไป ใส่วิตามินขนาดสูงๆ หรือในบางคนอาจต้องเติมฮอร์โมนเข้าไปเพื่อทำให้สุขภาพดีผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น

"เอสเทติกจะเป็นตัวเสริม ข้างนอกสวยข้างในก็สวย ประเด็นคือคนที่อายุ 30 ขึ้นทำเอสเทติกอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้เแอนไทเอจจิ้งด้วย แต่น้ำหนักแอนไทเอจจิ้งในคนอายุ 30-40 ไม่มาก เพราะโดยธรรมชาติของคนวัยนี้พวกฮอร์โมนหรือวิตามินในร่างกายยังไม่ต่ำมาก แต่ 40 ขึ้น แอนไทเอจจิ้งก็จะสูงมากขึ้น พอ 50-60 กลายเป็นต้องใส่วิตามิน เติมเซลล์ ฮอร์โมนเยอะกว่าในคนที่อายุ 30 แต่ไม่ว่าอย่างไรพอ 30 ขึ้นไป การทำให้รูปร่างหรือสุขภาพดูดีสวยงามต้องเสริมเอสเทติกและแอนไทเอจจิ้งเสมอ เพราะนี่คือเทรนด์ของทั้งโลก"

นพ.ธนพล ทองประเสริฐ ‘อยากงามทั้งนอกทั้งในบอกผม’

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท