
ฟรีแลนซ์...อีกทางเลือกของวัยรุ่น
เด็กเจนวาย (Gen Y) ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี มีงานวิจัยระบุว่า ส่วนใหญ่ไม่อยากทำงานประจำ แต่อยากทำงานอิสระ มีกิจการของตัวเอง
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
เด็กเจนวาย (Gen Y) ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี มีงานวิจัยระบุว่า ส่วนใหญ่ไม่อยากทำงานประจำ แต่อยากทำงานอิสระ มีกิจการของตัวเอง หรือบางคนก็อยากเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การทำงานประจำหรือการทำงานไม่ประจำ มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่ที่แน่ๆ คือ ฟรีแลนซ์หรือการรับงานอิสระ มักถูกเบี้ยวค่าจ้างอยู่บ่อยๆ (ฮา) อย่างไรก็ตาม นี่เป็นงานที่คนรุ่นใหม่เลือกแล้วว่า ฉันอยากทำ!! ก็ในเมื่อคิดจะเลือกเดินทางนี้แล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเตรียมรับมือให้ดี
ไม่แปลกใจว่าทำไมวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ๆ อยากเป็นฟรีแลนด์หรืออยากทำงานอิสระ ก็เพราะข้อดีข้อแรกคือความเป็นอิสระของงาน ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานที่อิสระมากๆ หรือความเป็นส่วนตัวในการทำงาน รายได้ขึ้นอยู่กับตัวเอง ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย เครือข่ายและผลประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อเสียคือรายได้ไม่แน่นอน รวมทั้งขาดผลประโยชน์ในรูปแบบของบริษัทหลายอย่าง เช่น สวัสดิการ ค่ารถค่าน้ำมัน หรือเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวคือ การมีวินัยในตัวเอง ต้องรอบคอบและมีการวางแผนทางการเงินที่ดี เนื่องจากรายได้ไม่สม่ำเสมอ คนทำงานบริษัทอาจแบ่ง 10-30% ของรายรับเป็นเงินออม แต่ถ้าคุณเลือกจะเป็นฟรีแลนซ์ สัดส่วนการออมอาจต้องสูงถึง 50% แบ่งครึ่งระหว่างการออมและการใช้จ่าย เพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด
อีกสิ่งที่ต้องเรียนรู้ให้ดี คือ การรับงานและการรับ-จ่ายเงินอย่างเป็นระบบ เนื่องจากฟรีแลนซ์มีข้อเสียเปรียบที่คุณต้องเริ่มทำงานไปก่อน ทำงานไปแก้งานไปจนกว่าลูกค้าพอใจจึงจะได้เงิน จากนั้นจึงจะเริ่มเก็บเงินได้ (ซึ่งก็เป็นงวดๆ อีก) คำแนะนำเพื่อเครดิตที่ดีก็คือ คุณควรมีพอร์ทฟอลิโอ รวมทั้งมีเอกสารอัตราค่าจ้างหรือค่าแรงงานที่ชัดเจน รายชื่อลูกค้า ฯลฯ เป็นต้น วิธีนี้ส่งผลดีต่อความน่าเชื่อถือ โอกาสร่วมงานกับลูกค้าใหม่ๆ มีสูง และโอกาสในการถูกเบี้ยวจะน้อยลง
ฟรีแลนซ์บางคนใช้วิธีรับงานโดยให้แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด เช่น จ่าย 30% เมื่อทำงานไปแล้วถึงครึ่งหนึ่งของงานทั้งหมด จ่ายอีก 30% เมื่อทำงานไปได้ 80% ของงานทั้งหมด และจ่ายส่วนที่เหลืออีก 40% ตอนส่งมอบงาน บางคนให้จ่ายล่วงหน้าก่อนทำงานเลย 30% ที่เหลือแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด คือตอนทำงานได้ถึงครึ่งหนึ่ง และอีกงวดตอนส่งมอบงาน หรือบางคนให้จ่ายล่วงหน้า 50% ก่อนเริ่มงานเลยก็มี ขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน
สุดท้ายที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเบี้ยว คือ ต้องมีทักษะในการคัดเลือกลูกค้า ดูขนาดและลักษณะธุรกิจว่า มั่นคงหรือไม่ เครดิตที่ผ่านมาเคยเบี้ยวหรือไม่เบี้ยวขนาดไหนในวงการจะรู้กัน หรือใครที่ดูโหงวเฮ้งได้ก็ไม่ผิดกติกา (ฮา) ถ้ารักจะเลือกงานอิสระก็ต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้ อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด เรื่องแบบนี้เวลาช่วยได้ เพราะยิ่งทำ (ส่วนใหญ่) ยิ่งเก่ง







