
(ยุคนี้) คนไทยอ่าน (หนังสือ) อะไร
ต่อยอดมาจากผลวิจัย “คนไทยอ่านอะไร” หัวข้อที่ย้อนแย้งสังคมก้มหน้านั่นสิคนไทยยุคนี้อ่านหนังสือประเภทไหนกัน
โดย...แจนยูอารี
ต่อยอดมาจากผลวิจัย “คนไทยอ่านอะไร” หัวข้อที่ย้อนแย้งสังคมก้มหน้านั่นสิคนไทยยุคนี้อ่านหนังสือประเภทไหนกัน หรือพวกเขาไม่อ่าน เพราะวันๆเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาก้มๆๆ แล้วก้มและจมปลักอยู่กับสมาร์ทโฟน
แนวคิดนี้เริ่มต้นจากไอเดีย “ดร.ธานี ชัยวัฒน์” เจ้าของงานวิจัยที่เน้นสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยอายุ 15-69 ปี 12 จังหวัดใหญ่ ครอบคลุมไปถึงหนังสือและสื่อหลากหลายประเภท อาทิ ตำราเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เว็บไซต์ ดร.ธานีบอกว่า 88 เปอร์เซ็นต์ยืนยันยังอ่านหนังสือ มีเพียง 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ระบุว่าไม่อ่านหนังสือ ซึ่งเหตุผลที่ให้ไว้ก็เช่นไม่มีเวลา สายตาไม่ดีและไม่ชอบอ่าน
ขณะที่ประเภทหนังสือผลวิจัยชี้ชัดว่า คนไทยยุคนี้อ่านการ์ตูนหรือนิยายภาพมากที่สุด เรียกว่ามาแรงแซงหนังสือทุกประเภท 34.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งที่ ดร.ธานี ตั้งข้อสังเกตก็คือ การ์ตูนที่ติดโผความนิยมล้วนเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น การ์ตูนไทยแทบไม่ปรากฏอยู่ในสารบบ
รองลงมาเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ 28.1 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมหนังสือประเภทนี้พิมพ์ซ้ำหลายครั้ง พิมพ์กี่ครั้งก็ยังขายดี แม้ว่านักเขียนคนนั้นอาจเป็นนักเขียนหน้าใหม่ รวมทั้งนิตยสารอาหารรูปสวยงามพาไปชิมร้านอาหารก็ไม่หลุดโผความนิยมสะท้อนได้ว่าคนไทยสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับอาหารก็ไม่เคยห่างหายไปจากนิสัยคนชอบกิน
ถัดจากนั้นก็เป็นสารคดี-ประวัติศาสตร์ 23.1 เปอร์เซ็นต์ นวนิยายไทยก็ติดอันดับนะเออ ใครว่าคนไทยไม่อ่านนวนิยายผิดถนัด ยิ่งเฉพาะนวนิยายที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครหรือภาพยนตร์ ความนิยมในหมู่นักอ่านที่อินกับผลงานประเภทก็มีสูงถึง 21.8 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งหนังสือท่องเที่ยว เที่ยวไทย หรือเที่ยวต่างประเทศล้วนมีกระแสที่ดี
“ผมก็มีความคิดนะครับว่าถ้าเป็นไปได้อยากเสนอให้เอาสาระมานำเสนอในรูปแบบการ์ตูน มันก็น่าจะดีนะครับ ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้คนหันมาอ่านหนังสือกันเยอะๆ โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะถ้าจะให้อ่านอะไรยาวๆ มีแต่ตัวหนังสือ ผมว่ามันอาจจะไม่ได้ผล แต่ปัญหาคือเด็กไทยหรือคนไทยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นนี่สิ ฉะนั้น คนทำคอนเทนต์ก็ควรจะต้องหันกลับมาทำคอนเทนต์ไทยกันเยอะๆ ผมว่าก็น่าจะช่วยส่งเสริมการอ่านได้เหมือนกันนะ” ดร.ธานี บอก
คำถามย้อนแย้งถามขึ้นเพื่อค้นหาคำตอบ แล้วตกลงนักเขียนสำนักพิพม์หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเขียนอะไร พิมพ์อะไรให้คนอ่าน สำรวจตรวจตราบนแผงบนชั้นหนังสือมากมายหลากหลายประเภทวางซ้อนกันเป็นตับ แยกหมวดหมู่และน่าหยิบซื้อ นวนิยายต่างประเทศเบสต์เซลเลอร์ถูกแปลเป็นภาษาไทย ฮาวทูดูแลสุขภาพทางการเงินเคล็ดลับการแต่งตัวหัวจรดเท้า ภาพวาดลายเส้นประกอบกับคำคม เรื่องหมาๆ แมวๆ ภาพยนตร์ดนตรี แต่งบ้าน ทำสวน สูตรอาหารแม่บ้านสมองอิ่มเรื่องสั้นประดับช่อมะกอก ดูเพลินเจริญตา เลือกไม่ถูกกันทีเดียว ลองถามไถ่กับพนักงานร้านหนังสือแห่งหนึ่ง เธอบอกตอนนี้คนซื้อจะซื้ออะไรที่เป็นกระแส เช่น หากเป็นนวนิยายที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ มีชื่อเข้าชิงรางวัล หรือดัดแปลงเป็นละครหลังข่าวยังเป็นที่นิยม แต่ถามถึงการ์ตูนก็ยังเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของผู้อ่านที่มีความชื่นชอบ สอดคล้องกับผลวิจัย “คนไทยอ่านอะไร” อย่างไม่ผิดเพี้ยน
“สุชาดา สหัสกุล” กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ให้ความเห็นว่า สำนักพิมพ์หรือแม้แต่นักเขียน ต้องเป็นผู้นำทางความคิดดีๆ แก่ผู้อ่าน โดยคัดสรรและนำเสนอสาระประโยชน์ ไม่ใช่มุ่งสร้างกระแสด้วยผลงานที่ซ้ำไปซ้ำมา ที่สำคัญต้องมีความหลากหลายเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ผู้อ่านสามารถเลือกตามความชอบได้
“สำหรับคนอ่านบางทีก็ไม่มีทางเลือกอื่นๆ หรือใหม่ๆ มากเท่าไหร่นะคะ เวลาไปแผงหนังสือก็เจอแต่หนังสือประเภทเดียวกันหมดเลย ถ้าสำนักพิมพ์ หรือนักเขียนนำเสนออะไรที่แปลกใหม่ มันก็ดีกับตัวเองด้วยทางหนึ่ง ผู้อ่านก็ยิ่งดีใหญ่ที่ได้อ่านสิ่งที่เขาไม่คาดคิด แบบว่าคาดไม่ถึงมีเรื่องนี้ด้วยเหรอ ส่วนตัวมองว่าสำนักพิมพ์ หรือนักเขียนต้องเป็นลีดเดอร์นะคะ ลีดเดอร์ที่กล้าทำอะไรใหม่ๆ นำเสนอสิ่งที่ไม่มีบนแผง ก็ยังเชื่อว่าจะได้ใจผู้อ่านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่ามีจำนวนนักอ่านเพิ่มตามมาด้วย”
อีกหนึ่งความคิดเห็นที่มาร่วมแชร์กัน “ปราบดา หยุ่น” ในฐานะนักเขียน เจ้าของสำนักพิมพ์ เขามองว่าทุกสำนักพิมพ์จะมีความถนัด มีเอกลักษณ์ มีลายเซ็นที่แตกต่างกันไป แนวทางการนำเสนอก็มีธงปักไว้ชัดเจน เห็นถึงความตั้งใจ ความหลากหลายและการขยับขยายที่ไม่หยุดนิ่ง
“สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ผมว่าเขาก็น่าจะพิมพ์หนังสือเกือบทุกประเภทอยู่แล้ว ช่วงหลังก็เห็นบางสำนักพิมพ์ที่เลือกทำเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งผมว่าก็ดีนะครับ บางสำนักพิมพ์ก็นำผลงานต่างประเทศมาแปล ทันยุคทันสมัย ต่างประเทศมีประเทศไทยและคนไทยก็ต้องได้อ่าน ก็ถือเป็นเรื่องดีครับส่วนสำนักพิมพ์ใต้ฝุ่นของผมเอง ผมก็มีแนวทางชัดเจน มันเริ่มมาจากพิมพ์งานของผมเองและเพื่อนในวงการ แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมพยายามจะทำอย่างสม่ำเสมอ ก็คือการนำวรรณกรรมสากลคลาสสิกกลับมาพิมพ์ใหม่หรือแปลใหม่ นี่ก็ทำมาได้ประมาณ 3 ปีละครับ เจตจำนงของผมจริงก็เพื่ออยากจะสืบสานวรรณกรรมเหล่านี้ให้มีอยู่บนแผงหนังสือ ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิก”
ในฐานะนักอ่านตัวยง หากวัดจากตัวปราบดา คำถามเดียวกันตอนนี้เขาอ่านอะไร เขาหยุดคิด เขาว่าเขายังอ่านวรรณกรรมเหมือนเดิม ประเภทวิพากษ์วิจารณ์ก็อยู่ในความสนใจของเขาเล่มไหนชอบก็ซื้อ รวมทั้งประเภทประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ปรัชญา ก็เป็นตัวเลือกที่เขาจะไม่พลาด
“ถ้าย้อนไปสมัยเด็กๆ ตอนเด็กเล่มครับ ผมจะอ่านหนังสือที่มีอยู่ที่บ้าน มันเป็นรสนิยมของพ่อแม่ที่ส่งมาถึงตัวผม เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ก็ชอบล่องไพรของน้อย อินทนนท์ ผลงานของหม่อมคึกฤทธิ์ ชาติ กอบจิตติ จำลอง ฝั่งชลจิตร อ่านหมดเลยเพราะมีอยู่ที่บ้าน ถ้าโตขึ้นมาหน่อยผมก็จะเริ่มลองอ่านเองละที่เราคิดว่าอยากอ่าน บางเล่มก็ไม่เข้าใจหรอกว่ามันคือเรื่องอะไร ประมาณว่าแก่แดด (หัวเราะ) ก็อ่านผลงานของ รงค์ วงศ์สวรรค์
คนยุคนี้เหรอครับ อ่านอะไรกัน ถ้าเด็กๆ เลยผมคงบอกไม่ได้ อาจจะเป็นการ์ตูนเหรอเปล่านะ ก็เหมือนกับตอนที่ผมเด็กๆ ก็เริ่มจากการ์ตูน ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงเท่าที่รู้มานะครับ ก็จะอ่านงานเขียนของสำนักพิมพ์แจ่มใส ถ้าเป็นเด็กอีกกลุ่มหนึ่งก็จะอ่านงานเขียนที่เขียนโดยคนรุ่นใหม่ เกี่ยวกับการเดินทาง หนังสือท่องเที่ยว หนังสือมุมมอง ทัศนคติ คำคม หรือแม้แต่การเล่นหุ้น ตอนนี้ก็ได้ข่าวว่ามีคนสนใจเยอะ หนังสือประเภทนี้ก็จะขายดีเป็นพิเศษ ซึ่งไม่เฉพาะคนหนุ่มสาวนะที่อ่าน คนทั่วไปที่สนใจการเล่นหุ้นก็อ่านกันแต่ผมไม่อ่านนะครับ (หัวเราะร่วน) อาจจะเป็นความสนใจคนละแนวกับผมครับผมก็เลยไม่อ่าน”







