
ศรัญย์ อยู่คงดี พรสวรรค์เกิดจากการทำสิ่งใหม่ๆ
การที่นักออกแบบสักคนจะเกิดแรงบันดาลใจ จนครีเอทผลงานออกมาเป็นรูปเป็นร่างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
โดย...ภาดนุ
การที่นักออกแบบสักคนจะเกิดแรงบันดาลใจ จนครีเอทผลงานออกมาเป็นรูปเป็นร่างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ศรัญย์ อยู่คงดี ก็ใช้ทั้งทักษะ ความสามารถ และพรสวรรค์ที่มีสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับจนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอบครองได้
“ตั้งแต่เรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผมเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักออกแบบให้กับบริษัทผลิตสิ่งทอเป็นเวลา 3 ปี จากนั้นจึงขยับมาทำงานเกี่ยวกับสเตชั่นนารีและเครื่องหนังอีก 3 ปี ก่อนจะไปอยู่ญี่ปุ่น 4 เดือน และกลับมาทำแบรนด์ ‘Sarran’ ซึ่งเป็นสินค้าแต่งบ้านและเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุประเภทกระดาษเป็นหลัก อย่างเช่นพาร์ทิชั่นที่สามารถแปลงร่างเป็นผนัง โคมไฟ และวินโดว์ได้ในชิ้นเดียว (ได้รับรางวัลทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เป็นไลฟ์สไตล์ ลักซ์ชัวรี่ อีโค แบรนด์ หรือสินค้ารักษ์โลกที่เน้นดีไซน์และความหรูหรา มีวางขายที่ร้าน The Selected สยามเซ็นเตอร์ และร้าน Another Story ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ครับ”
ศรัญย์พูดถึงผลงานสร้อยคอชื่อ “Hide…Bangkok” ที่เขาได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทอุตสาหกรรมเครื่องประดับ จากโครงการ “Star Fashion Search 2014” ซึ่งจัดโดย “สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์” (CIDI) ให้ฟังว่า ได้แรงบันดาลใจในการร่างแบบมาจากสัตว์พลัดถิ่น ซึ่งเป็นงูชนิดหนึ่งที่เขาได้พบเห็นในสวนสาธารณะกลางเมือง ซึ่งให้ความรู้สึกว่ามันกำลังพยายามแอบซ่อนกายให้พ้นจากสายตาผู้คนเมืองหลวง แต่มันก็ไม่อาจซ่อนกายได้มิดชิดอย่างที่คิด
“ผมได้นำสีสันและลวดลายของงูชนิดนี้มาพิมพ์ลงบนวัสดุประเภทเส้นใยโพลีเอสเตอร์อัด ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับกระดาษ โดยใช้เทคนิคของเลเซอร์อิงค์เจ็ตในการพิมพ์ร่วมด้วย จากนั้นจึงนำมาตัดต่อ เจาะช่อง แล้วร้อยเป็นสร้อยคอด้วยมือเลียนแบบโครงสร้างทางธรรมชาติของงูที่สามารถขยับไปมาได้
“ก่อนจะได้รางวัลชนะเลิศเครื่องประดับในครั้งนี้ เมื่อ 6 ปีก่อนผมเคยส่งผลงานเข้าประกวดเป็นครั้งแรก และถือเป็นก้าวแรกที่ได้เข้ามาในโลกของแฟชั่น และในการประกวดครั้งที่ 2 นี้ ทำให้ผมได้ค้นพบอิสระทางความคิด และเป็นบทสรุปของก้าวแรกที่ทำให้ผมได้รู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น”
กว่าจะมาถึงวันนี้ ศรัญย์บอกว่า เขาต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคในการเอาชนะความคิดของตนเอง ความเสี่ยงในความคิดต่างๆ บางครั้งถ้ามันยังไปไม่ถึงฝั่ง มันก็ไม่มีอะไรการันตีได้สำหรับอนาคต แต่กับเรื่องพรสวรรค์เขาคิดว่าเกิดจากการที่เขาเป็นคนชอบทดลองทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอมากกว่า
“ผมว่าตัวเองเป็นนักทดลองที่ชอบหาอะไรใหม่ๆ หาความท้าทายใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเลือกที่จะเติบโตในแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ศึกษาเพื่อความปลอดภัย หาเหตุผลกับความคิดในแง่ลบ แล้วนำมาแปลมันออกมาเป็นแง่บวก ผมชอบความท้าทาย ชอบแก้ไขปัญหา ทำให้ในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดไปในชีวิต เพราะเราได้แปลงเอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียนในครั้งต่อไปแล้ว ผมว่านี่แหละคือส่วนหนึ่งของพรสวรรค์ที่ผมมี”
ศรัญย์บอกว่า รางวัลที่เขาได้มานั้นไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต สิ่งสำคัญคือควรมีสติกับการทำงาน เราต้องวางอัตตาทุกอย่างลงได้ ไม่อย่างนั้นจะทำงานออกแบบที่ดีไม่ได้ ตัวเขาเองยังคงหลงใหลในรอยยิ้มของผู้หญิงยามเมื่อพวกเธอได้ลองสวมใส่ชิ้นงานของเขา ซึ่งนั่นถือเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ของนักออกแบบ เพราะแค่มีใครสักคนที่ชื่นชอบผลงานของเรา แค่นั้นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
“บุคคลที่ถือเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานสำหรับผมมีสองคนคือ ‘อานนท์ ไพโรจน์’ และ ‘กรกต อารมย์ดี’ ซึ่งนักออกแบบสองคนนี้มีสไตล์ที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาเริ่มต้นอาชีพและธุรกิจจากความหลงใหลสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนสามารถต่อยอดออกมาเป็นผลงานที่มีหลายมิติได้ สิ่งที่ประทับใจก็คือทั้งสองท่านเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ จากตัวตนโดยแท้จริง แต่จากความมุ่งมั่นนี่เอง ทำให้ทั้งสองยังคงโลดแล่นอยู่ในระดับโลกได้อย่างสง่างาม
ผมว่างานด้านออกแบบคือวิถีชีวิตที่จับต้องได้ คือโลกที่อาจจะเพ้อฝันสวยงาม สะท้อนความละมุนหรือความหยาบกร้านของสังคม แต่มันต้องให้อะไรกับตนเอง กับสังคมบ้าง ไม่อย่างนั้นมันก็คือ ‘ขยะ’ ของงานออกแบบนั่นเองครับ น้องๆ คนไหนที่มีใจรักงานด้านออกแบบ อย่ามัวแต่ฝันอย่างเดียว แต่จงวิ่งเข้าหาโอกาสที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงให้ได้ด้วย” ศรัญย์ทิ้งท้าย







