
บันเทิงสีรุ้ง โลกหลากหลายในวันฟ้าเปิด
ขณะที่ภาพยนตร์ “The Imitation Game” กำลังบอกเล่าเรื่องราวชีวประวัติของ อลัน ทูริง
โดย...มะลิจันทร์
ขณะที่ภาพยนตร์ “The Imitation Game” กำลังบอกเล่าเรื่องราวชีวประวัติของ อลัน ทูริง ผู้ถอดรหัสอีนิกม่าและนำพาคนอังกฤษนับแสนรอดชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากภาพยนตร์จะนำพาให้เราได้เห็นคุณค่าและเรื่องราวชีวิตของบุรุษคนหนึ่งที่มีความดีความงามน่ายกย่องแล้ว นี่คือหนังที่บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย ซึ่งเป็นเหตุให้ อลัน ทูริง ทนทุกข์ทรมานและจบชีวิตลงในสังคมยุคที่ไม่เปิดกว้าง
หากเรื่องราวของ อลัน ทูริง เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ตัวเขาคงได้การยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค และได้มีรักในแบบที่ตัวเองต้องการ
ในวันที่ท้องฟ้าในโลกหลากสีกำลังเปิดกว้าง มิได้มีเพียงเรื่องราวของ อลัน ทูริง ที่ได้รับการถ่ายทอดให้เห็นถึงความเป็นจริงในเพศสภาพที่แตกต่าง ยังมีสื่อบันเทิงอีกมากมายสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในเรื่องดังกล่าวและในบ้านเราก็เช่นกัน...
เทยเที่ยวไทย นิยามแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
รายการท่องเที่ยว “เทยเที่ยวไทย” ทุกวันนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยความสนุกในแบบที่ฉีกทุกกฎของรายการทีวี ส่งให้พิธีกรสามคนกลายเป็นดาวเด่นของกลุ่มเพศที่สาม ที่สะท้อนตัวตนของแต่ละคนออกมาอย่างชัดเจน เพื่อนำเสนอเรื่องราวการเดินทางของกลุ่มเพื่อน (สาว) ที่จะนำพาคุณผู้ชมไปตามสถานที่ต่างๆ ให้เห็นความสนุกสนานในแบบกระตุ้งกระติ้งที่ชวนเรียกเสียงหัวเราะ ซึ่ง ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทรพิธีกรและโปรดิวเซอร์ของรายการ เล่าถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นของเทยเที่ยวไทยให้ฟังปนเสียงหัวเราะ...
“มันเริ่มมาจากเมื่อทางช่องให้โจทย์มาว่าต้องการเห็นรายการท่องเที่ยวที่ดูสนุก เราก็เลยคิดรูปแบบของความสนุกแบบที่ให้บรรยากาศของการไปเที่ยวจริงๆ แล้วด้วยความที่เรามีเพื่อนกะเทยเยอะ พอเราไปเที่ยวกันมันจะมีบรรยากาศสนุกมากๆ เพราะความที่เป็นกะเทยมันไม่ค่อยมีความระมัดระวัง ภาพที่ออกมามันเลยให้บรรยากาศเหมือนเราไปเที่ยวกันจริงๆ อย่างพอขึ้นไปนั่งบนรถเราก็จะเมาท์กันแล้ว ไปถึงสถานที่ไหนไม่สวยเราก็พูดตรงๆ คือไม่ใช่เป็นรายการที่แนะนำว่า สถานที่ที่เราไปเที่ยวคืออะไรมีความเป็นมายังไง แต่เราจะมีจุดแข็งอยู่ที่การทำให้เห็นบรรยากาศของการไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆ ออกมาให้ผู้ชมเห็น”
ป๋อมแป๋มในฐานะโปรดิวเซอร์ ชวนเพื่อนๆ ที่สนิทๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย มาทำงานด้วย ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานที่พบว่า ไม่มีอะไรถูกต้องตามตำราเลยแม้แต่นิดเดียว บ่อยครั้งที่คนดูมักจะเห็นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรายการท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ว่าจะคำพูดที่แสนจะตรงไปตรงมา กิริยาท่าทางที่ดูเรียล และด้วยการที่เล่าเรื่องในรูปแบบสดใหม่นี้เอง ทำให้รายการ “เทยเที่ยวไทย” ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งยังเข้าถึงทุกเพศทุกวัยได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ถึงการยอมรับในตัวตนของเพศที่สาม
“ตั้งแต่แรกเราไม่ได้เน้นให้กลุ่มกะเทยดูหรอกนะ ถึงกะเทยจะเป็นคนผลิตรายการ แต่รายการนี้เนื้อหาเหมาะสำหรับคนทุกเพศ โดยความตั้งใจอย่างแรก ด้วยความที่พวกเราเป็นกะเทย พยายามให้ภาพออกไปแล้วไม่ติดลบ ก็เลยทำให้ภาพของกะเทยดูไม่แปลกแยก ซึ่งทำให้คนดูได้หันไปมองเพื่อนในที่ทำงานและคนรอบข้างที่เป็นกะเทย ว่าจริงๆ ก็เป็นแบบนี้ กะเทยอยู่ปะปนในสังคมไม่ได้มีความพิเศษอะไรเลย ซึ่งคนดูเขาก็ได้รับข้อความที่เราต้องการนำเสนอ เราก็รู้สึกแฮปปี้นะ
เอาเข้าจริงๆ สำหรับคนทำงานสื่อ เราก็รู้สึกว่ามันเป็นบุญคุณจากคนดู ที่เขายอมเปิดใจ เพราะสำหรับสังคมไทย บางทีก็มองว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่เหมาะสำหรับพวกเรา ซึ่งรายการเราก็อาศัยการเปิดใจสำหรับคนดูค่อนข้างเยอะ พอทุกคนยอมลองเปิดใจดูก่อนเขาก็ชอบในสิ่งที่เป็นเรา มันก็ทำให้รายการของเราเป็นที่รู้จัก ทำให้คนเห็นภาพของกลุ่มคนแบบเราในอีกมุม ซึ่งก็เป็นนิมิตหมายอันดี ว่าวันนี้ผู้คน
เปิดใจแล้วเข้าใจเรื่องของเพศภาพและเพศวิถีที่มันไม่เหมือนเดิม ซึ่งสำหรับเราความเข้าใจอย่างเดียวคงไม่พอ มันต้องก้าวไปสู่เรื่องความเท่าเทียมในสังคมอีกหลายๆ เรื่อง
ถึงวันนี้แค่คนเข้าใจเรื่องแบบนี้ มันก็เหมือนมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นะ คือสำหรับเทยเที่ยวไทยเราก็ไม่ได้มองว่าเราทำอะไรเยอะขนาดนั้นนะ เราแค่ดีดนิ้วให้เห็นว่าคนแบบเรามีอยู่ข้างๆ ตัวเธอ” เจ้าของคำยิ้มเมื่อพูดถึงสิ่งที่ตั้งใจทำ
แรด เรดิโอ คลับของคนรักเพลงแดนซ์
ต้น-พินิจ ฟักประไพ โปรแกรมไดเรกเตอร์ คลื่นแรด เรดิโอ (RADRADIO.FM) เล่าให้ฟังถึงคลื่นเพลงแดนซ์ออนไลน์ ว่าเป็นคลื่นที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม ที่มีจุดประสงค์รองรับคนที่ชอบฟังเพลงแดนซ์โดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าฐานคนฟังเพลงก็จะมีคนชอบฟังเพลงแดนซ์ในหลากหลายสไตล์ ซึ่งเพลงเหล่านั้นส่วนใหญ่จะโดนใจกลุ่มชาวสีม่วง อีกทั้งยังเป็นคลื่นที่พูดถึงเรื่องราวของเพศสภาพที่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้พูดคุยทำความเข้าใจกับสังคมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมุมมองต่างๆ
“จริงแล้วเพลงแดนซ์มันจำกัดเฉพาะคนที่ชอบฟังแนวนี้มากกว่า คงไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่ในเมืองไทยกลุ่มคนที่ชอบฟังเพลงแดนซ์ ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ซึ่งชอบฟังเพลงที่เปิดตามคลับเกย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดเป็นเพลงป๊อปรีมิกซ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่เปิดในคลื่นนี้แหละ แล้วอีกอย่างที่ทำให้เรามีฐานคนฟังกลุ่มนี้เยอะ เป็นเพราะดีเจของเรามีความสนุกมีความจิกกัดกับคนฟัง แล้วยังพูดถึงในเรื่องประเด็นที่น่าสนใจของกลุ่มเพศทางเลือก ซึ่งถูกจริตกับคนฟังกลุ่มนี้”
โปรแกรมไดเรกเตอร์ของคลื่นเล่าให้ฟังต่อว่า เนื่องจากคอนเทนต์ที่บอกเล่าแบบสุดโต่งและแนวทางดนตรี ทำให้คลื่นแรด เรดิโอ เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนฟังเพลงอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเกิดมาจากการเปิดกว้างในเรื่องของการพูดและเล่าเรื่องของเพศที่สาม
“แน่นอนสมัยนี้เรื่องนี้มันเปิดกว้างไปทั่วโลกแล้ว มันพูดได้แล้วแหละว่าการเป็นเกย์มันไม่ได้มีอะไรที่เสียหาย คือมันเป็นสิ่งที่เลือกเกิดไม่ได้ คือทางเราก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ แต่เราอยากให้มองว่าคลื่นของเราเป็นคลับที่รวบรวมคนทุกเพศไว้ดีกว่า ซึ่งสิ่งเดียวที่พาคนเหล่านั้นมารวมกันคือดนตรี ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของคลื่นของเรา
อีกอย่างเราก็จะมีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ต่างๆ แล้วภาพที่ออกมาก็จะสนุกสนานแบบสุดๆ ในงานก็จะมีทุกเพศอยู่ในงานนั้นมาเต้นด้วยกันอย่างสนุกสนาน แล้วคนฟังในกลุ่มเพศทางเลือกเขาก็จะแสดงออกในตัวตนชัดเจนมาร่วมสนุกกันมากมายมันก็เลยเหมือนเป็นคลับๆ หนึ่งของคนกลุ่มนั้น
“ผมมองว่าในเมืองไทยค่อนข้างจะเปิดเผยในเรื่องนี้นะ เราโชคดีที่อยู่ในสังคมที่ไม่แบ่งแยกการเป็นเกย์ หรือเลสเบี้ยน ซึ่งสำหรับสื่อที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ก็มีค่อนข้างเยอะ ซึ่งผมว่าอีกไม่นานเรื่องพวกนี้มันจะเป็นเรื่องธรรมดาแล้วและกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมของเรา ซึ่งผมเองก็อยากเชิญชวนคนที่ชอบฟังเพลงแดนซ์ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเพศไหนก็อยากให้ลองมาฟังแรด เรดิโอ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของเพลงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำเสนอคอนเทนต์ของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งนี่คือความพิเศษของคลื่นเรา ไม่ว่าคุณจะเพศไหนเราก็มาสนุกด้วยกันได้”
Love Sick Season 2 ความฟินในจินตนาการ
ซีรี่ส์ที่มีกลุ่มวัยรุ่นรอชมรอลุ้นกันมากที่สุด Love Sick Season 2 ว่าจะกลับมาให้ได้ฟินกันอีกครั้งเมื่อไร หลังประสบความสำเร็จมากมายในซีซั่นแรก ซีรี่ส์ดังกล่าวซึ่งนำมาจากนิยายขายดี ก็เป็นเหมือนกับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโลกอีกใบในกระแสสังคม ที่บอกเล่าเรื่องราวของความรักในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องราวของรักร่วมเพศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความจริงในสังคมปัจจุบัน กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ในกลุ่มวัยรุ่นก็ว่าได้
ผู้อำนวยการสร้าง Love Sick Season 2 อย่าง กานต์ระพี ธนาชัยบุญญาพัชร์ ได้พูดถึงกระแสซึ่งภาคต่อ Love Sick Season 2 ให้ฟังว่า หลังจากที่ซีรี่ส์ เลิฟ ซิก รักวุ่น วัยรุ่นแสบ ออกอากาศครั้งแรกไปเมื่อ 2 ปีก่อน ก็เกิดเป็นกระแสติ่งที่ตามติดอย่างบ้าคลั่ง “ต้องยอมรับว่าเป็นความแรงที่คาดไม่ถึงนะ ทำให้ซีรี่ส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง และผมเองมีความรู้สึกชื่นชอบในเสน่ห์ของนักแสดงเรื่องนี้อยู่แล้ว พอเลิฟ ซิก จะมีซีซั่น 2 ผมเลยอยากเข้ามาเป็นผู้จัด ซึ่งในภาคต่อที่ผมทำก็จะมีการออนแอร์ทั้งหมด 55 ตอน ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่มาก มีนักแสดงกว่า 500 คน ถือเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของซีรี่ส์วัยรุ่น เรียกว่าเป็นเทรนด์เลยก็ว่าได้”
หากใครเคยได้ชม คงจะเห็นถึงการนำเสนอเรื่องราวความรักของเพศที่สามในหลายๆ รูปแบบ สำหรับ Love Sick Season 2 การนำเสนอเรื่องความรักเหล่านั้นยังคงมาแบบจัดเต็มเช่นเคย ซึ่งผู้จัดบอกว่าตั้งใจสะท้อนให้เห็นความรักที่อยู่รอบตัว
“เราเองพยายามสะท้อนให้คนดูเห็นว่าจะรักยังไงให้ถูกวิธี รักยังไงให้ไม่มีความเสื่อมเสียให้กับตัวเองและสังคม เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งเหล่านั้นมันดีอย่างไรผิดหรือถูก ซึ่งเราเองก็จะใช้การนำเสนอที่ไม่บ่งชี้หรือชักนำไปในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ แต่ว่าเราจะสะท้อนให้เห็นว่า จริงๆ แล้วสังคมปัจจุบันมันมีการพัฒนาไปเยอะ เราคงไม่สามารถที่จะกีดกันเรื่องของความรักแบบชายรักชาย หญิงรักหญิงได้ แต่เราอยากให้ผู้ปกครองเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่จะทำอย่างไรให้เรามีความเข้าใจในตัวลูก ไม่มีปัญหาในสภาพครอบครัว แล้วไปแสดงออกอย่างผิดๆ ในสังคมภายนอก
“เลิฟ ซิก เหมือนเป็นการเปิดประตูให้สังคมยอมรับ แต่เราไม่ได้แนะนำว่าการรักแบบนี้มันเก๋นะ แค่เรากำลังบอกว่า กลุ่มคนที่เป็นแบบนี้มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเราควรให้ความเข้าใจไม่ใช่รังเกียจหรือปฏิเสธเขา ซึ่งหากเรามีความเข้าใจ มันก็จะทำให้เด็กๆ ไม่ไปทำสิ่งที่ผิดนอกสายตาเรา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ซีรี่ส์เลิฟ ซิก พยายามสะท้อนให้เห็นในเรื่องความรักของเพศที่สาม” กานต์ระพี พูดถึงความตั้งใจของเขาไว้เช่นนั้นในฐานะผู้จัด







