
นฤเบศ สุขตระกูล เข้าใจในวิถีตัวเอง
เขาเป็นคนเปิดเผยพอสมควร เราบอกกับเขาไปตรงๆ ว่า จะถามทุกเรื่องที่อยากรู้ จะคุ้ยทุกสิ่งที่สงสัย เขาตอบกลับ “ได้เลยครับ เพราะผมเปิดอยู่แล้ว”
โดย...โจนาสเตเชีย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เขาเป็นคนเปิดเผยพอสมควร เราบอกกับเขาไปตรงๆ ว่า จะถามทุกเรื่องที่อยากรู้ จะคุ้ยทุกสิ่งที่สงสัย เขาตอบกลับ “ได้เลยครับ เพราะผมเปิดอยู่แล้ว”
ริว-นฤเบศ สุขตระกูล ยอมรับอย่างแมนๆ ว่า “เป็นเกย์” และความเป็นเกย์ก็ไม่มีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ที่ปัจจุบันเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ขณะที่ครอบครัว พ่อแม่ยอมรับในตัวเขา เข้าใจ และเข้าถึงความเป็นเกย์ของลูกชายคนโต ส่วนเรื่องความรัก ริวไม่ปิด เปิดยิ่งกว่าเปิดซะอีก เพราะวันที่เราเจอกับเขา แฟนเขา “พี่แซค” ก็ปรากฏตัวอย่างไม่เหนียมอาย เห็นแล้วอิจฉา น่ารักทั้งคู่...
“จะคบกับใครผมก็จะถามเลยว่า ชอบผมมั้ย แล้วถ้าจะคบเป็นแฟนกันมั้ย โอเคมั้ย ลองใช้ชีวิตร่วมกัน ถ้าใช่มันก็อยู่ยาว ไม่ใช่ก็ทางใครทางมัน เพราะผมคิดว่าแต่ละคนต่างก็มีความต้องการต่างกัน มีรสนิยม มีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน อย่างพี่แซคนี่มันมีอะไรที่คลิกกัน เหมือนกันหลายๆ อย่าง ตอนนี้ก็ 7 ปีแล้วละครับที่คบเป็นแฟน ผมว่าชีวิตคู่ทัศนคติสำคัญนะ ถ้ามันไม่คลิกกันก็ยากนะที่จะอยู่กันยืด”
วัยเด็ก ชีวิตริวก็ไม่ต่างกับเด็กผู้ชายทั่วไป มีวีรกรรมแสบมากมาย ทั้งยังมีความคาดหวังจากครอบครัว พ่ออยากให้เป็นนักบิน อยากให้เป็นทหารเหมือนพ่อ แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้พ่อสมใจ เมื่อค้นพบว่าตัวเองชอบภาษา ชอบงานบริการ นั่นทำให้เขาตัดสินใจมุ่งสู่สายการโรงแรม
“ผมยอมรับเลยครับว่าตอนเด็กๆ ผมแสบมากกกกก วีรกรรมเยอะครับ เกเร ไม่ตั้งใจเรียน ย้ายโรงเรียนบ่อย เปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็นว่าเล่น แต่พอผมตัดสินใจไปเรียนที่สิงคโปร์ ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป ความคิดผมเปลี่ยน ชีวิตที่สิงคโปร์สอนผมหลายๆ เรื่อง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ใช่เลยครับ ทำให้ผมเรียนรู้ชีวิตที่ต้องพึ่งตัวเอง รวมทั้งชีวิตเกย์ก็ด้วยครับ
เรื่องเป็นไม่เป็นนี่ ผมว่าผมรู้ตัวเองนะครับว่าเป็นตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้แอ๊บ ไม่ได้อะไรเลย ก็ปกติ เป็นเด็กผู้ชายเรียบร้อยคนหนึ่ง พอ ม.4 ม.5 ก็เริ่มละ เริ่มเข้าใจในเพศสภาพของตัวเอง แต่ยังไม่บอกพ่อแม่นะ แอบไปเข้ากลุ่มเกย์กลุ่มเล็กๆ ไปเที่ยวเฮฮาตามประสา”
หลังจบ ม.6 เส้นทางเกย์ของริวก็ถูกเปิด ทางสว่างจากความต้องการของเขาเองนำไปสู่ชีวิตอิสระ เขาเลือกเดินทางที่เลือกเอง เรียนต่อการโรงแรม คบหากับผู้ชาย พาแฟนเข้าบ้าน ทุกอย่างคล้ายจะราบรื่นและชื่นมื่นดี ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ในสายตาคนใกล้ชิด แต่ช้าก่อน ชีวิตย่อมมีอุปสรรค ไม่ว่าจะชีวิตเกย์หรือไม่เกย์ หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่เข้าใจในบางกระทำก็ทำให้บางอย่างจบไม่สวย
เรื่องลูกชายเป็นเกย์มาโป๊ะแตกในวันที่แม่เข้ามาทำความสะอาดห้อง ริวทำเสียงตื่นเต้นและเล่าย้อนให้ฟัง วันนั้นแม่มาเจอคอสตูมและแอกเซสซอรี่ครบองค์พร้อมสรรพสำหรับแต่งหญิง แม่ตกใจเล็กน้อยและอึ้งอยู่พักใหญ่
“ภาพนั้นยังติดตาผมเลยครับ แม่ยืนนิ่ง มองไปที่ชุดผู้หญิง น้ำตาแม่ก็ไหล ผมก็ตกใจครับ ทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ ผมก็วิ่งเข้าไปกอดแม่ ตอนแรกก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของผม เป็นของเพื่อนผู้หญิงฝากไว้ แต่เรื่องไม่จบง่ายๆ แม่เรียกพ่อมาคุยว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คืออะไร สุดท้ายผมก็บอกว่าเป็นของผมเอง ทีนี้พ่อก็บอกว่าจะพาไปหาหมอ (หัวเราะ) เพราะเขาคิดว่าเป็นแบบนี้คือคนป่วยทางจิต มันรักษาได้ แล้วเขาก็พาผมไปหาหมอจริงๆ ซึ่งผมก็ไปนะ ไม่ขัดขืนหรือต่อต้านเลย แต่พอไปแล้ว หายมั้ย... ไม่หาย (หัวเราะร่วน)”
โชคดีอย่างหนึ่งของริว ครอบครัวเข้าใจในเพศสภาพของเขา แม้เขาจะยังไม่เปิดปากและประกาศบอกว่าเป็นเกย์ แต่เหมือนทุกคน พ่อแม่และน้องสาว 2 คน ก็ไม่ได้ปิดหูปิดตาในสิ่งที่ริวเป็น ตรงกันข้าม กลับมองเห็นความดีงามที่ริวมี และสามารถนำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัว ยิ่งเฉพาะการทำงาน การสร้างฐานะ ตลอดจนความคิดความอ่านและทัศนคติการมองโลก
“สำหรับผม ผมถือว่าโชคดีมากๆ ที่ครอบครัวเข้าใจ มันก็เลยทำให้ผมเข้าใจตัวเองไปด้วย ว่าการเป็นเกย์ก็สามารถที่จะมีความสุขและใช้ชีวิตแบบปกติได้ พ่อแม่ผมไม่เคยจะนำประเด็นเกย์มาขยี้ซ้ำ เขาก็ปล่อยผ่าน แม้ว่าจะยังไม่ได้ยินจากปากผมก็ตาม ก็มีแค่แซวขำๆ ว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน มีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ อย่างพี่แซคผมก็ใช้ชีวิตกับเขา อยู่บ้านเดียวกัน แชร์รถ แชร์บ้าน พ่อแม่ก็รู้จัก และชอบบอกว่าฝากดูแลผมด้วยนะ ดูแลกันดีๆ นะ ก็รู้สึกดีนะครับที่พ่อแม่เข้าใจในสิ่งที่ผมเป็นและเข้าใจคนที่ผมรัก”
กับประเด็นเป็นแต่ไม่เปิด ริวมองว่าเป็นเรื่องลำบากใจหากจะให้ตัดสิน เพราะบางคนอาจมีเหตุผลต่างกันไป เปิดแล้วไม่ดีต่อชีวิตและคนรอบข้าง ก็ไม่ควรจะเปิด สู้เป็นเกย์แบบแอบๆ ดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาว่าการปิดต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะนั่นจะเป็นการสร้างตราบาป
“ก็มีเพื่อนบางคนนะครับที่เคยใช้ชีวิตแบบเกย์ ที่บ้านเขาก็ไม่รู้หรอกว่าลูกชายเป็นเกย์ แล้วจู่ๆ วันหนึ่งเขาก็บอกว่าจะเลิกเป็นเกย์ จะไปแต่งงานกับผู้หญิง จริงๆ ถามว่าเขาอยากทำแบบนั้นมั้ย คงไม่หรอก แต่เพราะมีเงื่อนไขคือความต้องการของครอบครัว เขาก็เลยต้องยอมทำตาม เป็นการจำยอมที่ต้องทำเพื่อคนที่เขารัก โดยที่ลืมความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ถามว่าผิดมั้ย ตอบยากนะครับ ไม่เจอกับตัวก็จะไม่มีคำตอบเลย ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวผมทางออกคงไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ”
วันนี้ริวยังสนุกกับการทำงาน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นอาชีพที่เขาเลือก แล้วมันก็ใช่สิ่งที่เขาถวิลหา 5 ปี ไม่มากไม่น้อย ส่วนหนึ่งเพราะชอบเดินทาง ริวย้ำว่าจะทำงานที่เขารักจนกว่าจะหมดแรง แต่ระหว่างนั้น หากโอกาสดีๆ ที่ถูกหยิบยื่นให้ เขาก็พร้อมขยับขยายและสยายปีกไปทำอย่างอื่น
“งานที่ทำอยู่ อย่างที่รู้ๆ แหละครับ ก็มีเกย์ทำกันเยอะ แต่จะเปิดหรือไม่เปิด นั่นอีกเรื่องหนึ่งนะ ผมว่าเกย์เป็นได้ และไม่กระทบต่อหน้าที่การงาน แต่ต้องรู้จักกาลเทศะ การวางตัวต้องให้เหมาะสมกับสถานที่และเวลา ไม่ใช่เปิดตัวซะจนน่าเกลียด แบบนั้นก็ไม่น่ารักนะครับ
ข้อดีของการเป็นเกย์ ผมว่าในงานบริการ เกย์จะมีใจบริการสูงนะครับ เหมือนมันรวมไว้ซึ่งผู้หญิงและผู้ชายในคนคนเดียว มีความเป็นผู้นำแบบผู้ชาย แต่ไม่แข็งกร้าวเท่า มีความอ่อนหวานแบบผู้หญิง แต่ไม่นุ่มนิ่มจนเกินไป เข้ากับคนง่าย ผู้โดยสารก็จะชอบ ยิ่งประเภทอารมณ์ดี เฮฮา คนก็จะยิ่งชอบ และผมว่ามันก็เหมาะมากๆ กับงานบริการ”







