
ชนกวนันท์ รักชีพ คุณแม่ที่ใช้หัวใจเลี้ยงลูก
เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เห็นข่าวจากหลายสื่อว่าซิงเกิ้ลมัมอย่าง ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ มีอาชีพใหม่นอกจากการเป็นพิธีกร นางแบบ และนักแสดง คือการเป็นเกษตรกร
โดย...กองทรัพย์ ภาพ รายการ mom club/IG ตุ๊ก ชนกวนันท์
เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เห็นข่าวจากหลายสื่อว่าซิงเกิ้ลมัมอย่าง ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ มีอาชีพใหม่นอกจากการเป็นพิธีกร นางแบบ และนักแสดง คือการเป็นเกษตรกร เห็นจากที่เธอประกาศขายข้าวอินทรีย์ผ่านทางอินสตาแกรม ซึ่งคุณแม่นางแบบคนนี้บอกว่า กิจการข้าวอินทรีย์นั้นเป็นของคุณพ่อ และเธอเข้ามาช่วยจัดการเรื่องการตลาดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะหน้าที่หลักของเธอตอนนี้คืออาชีพแม่ของลูกสาวและลูกชายทั้งสองคน การพาลูกๆ ไปเที่ยวเล่นที่ทุ่งนาอินทรีย์ของที่บ้านก็เป็นหนึ่งวิธีการเลี้ยงดูในแบบเธอ
“โดยส่วนตัวตุ๊กไม่ได้มีรูปแบบว่าลูกๆ จะต้องเล่นอะไร เราทำกิจวัตรประจำวันอะไรแล้วเขาอยู่ข้างๆ เขาก็จะออกแบบกิจกรรมของเขาได้เอง เช่น เราทำกับข้าวเขาก็จะทำอะไรที่เขาพอทำได้ เขามองว่านี่คือการเล่นของเขา หรือถ้าเขาอยากจะปั้นดิน วาดรูป เขาก็จะหยิบของเขาออกมาเอง อย่างการไปทุ่งนาก็เป็นการเล่นอย่างหนึ่งของเขา ซึ่งในทุ่งนาเขาจะสนุกกับการตั้งคำถามโน่นนี่มากมาย อีกอย่างได้ใกล้ชิดธรรมชาติด้วย”
เมื่อเจอคำถามที่ว่า การเป็นคุณแม่ฟูลไทม์กับบทบาทของซิงเกิ้ลมัมที่ต้องรับงานให้มากขึ้น ทำให้ลักษณะการดูแลลูกของเธอเปลี่ยนไปอย่างไร คุณแม่นางแบบ บอกว่า การเป็นคุณแม่เต็มตัวกับคุณแม่ที่ทำงานไปด้วยดูแลลูกไปด้วยแตกต่างกันอยู่แล้ว "จะมีช่วงเวลาบางช่วงที่เราดูแลเขาได้ไม่เต็มที่ เราก็จะให้คนอื่นมาช่วยดูแล เช่น คุณพ่อของน้อง หรือคุณตาคุณยาย แต่ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้เป็นเราฟูลไทม์ อยากเป็นเรา 100 เปอร์เซ็นต์ อยากให้เขาได้อยู่กับเรามากที่สุด อย่างเช่น น้องภูมิยังไม่เข้าโรงเรียน ตุ๊กก็จะพาไปทำงานด้วยแทบจะตลอดเวลา หรือน้องแพรว เข้าเรียนชั้นอนุบาล 3 แล้ว เราก็พยายามไปรับไปส่งให้ได้ทุกครั้งให้เขาอยู่กับเรามากที่สุด”
เพศที่ต่างกันของลูก สำหรับแม่คนอื่นอาจจะมีวิธีดูแลลูกที่ต่างกัน แต่สำหรับ ตุ๊ก ชนกวนันท์ เธอบอกว่า เพศของลูกไม่ได้ทำให้เธอเลี้ยงดูต่างกัน นอกจากเรื่องกายภาพ ซึ่งเป็นเรื่องในอนาคตเมื่อเขาเป็นวัยรุ่น “สำหรับตุ๊กตอนนี้สิ่งที่ต่างไม่ใช่เพศ แต่เป็นนิสัยที่ไม่เหมือนกันเลย น้องแพรวคนพี่โตกว่าอาจจะทำอะไรได้ถนัดกว่าน้อง ร่างกายกล้ามเนื้อแข็งแรงกว่าก็ต้องดูแลน้องในบางเรื่อง แต่ใช่ว่าเขาจะต้องดูแลคนอื่นฝ่ายเดียว เพราะบางเรื่องเขาก็ต้องการการดูแล ได้รับการดูแลให้ถูกต้องตามวัย
“สำหรับน้องแพรวอาจจะมีนิสัยเหมือนตุ๊กคือ ชอบดูแลคนอื่น ช่างจัดการ เขาจะเต็มใจดูแลคนอื่นจนบางครั้งเรามองแล้วรู้สึกว่ามันมากเกินไป เขาเป็นเด็กอ่อนโยน อ่อนไหว ซึ่งตุ๊กก็ต้องดูแลเขาดีๆ มองตาเขาบ่อยๆ ว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่น้องภูมิเป็นอะไรที่บุ่มบ่าม ซึ่งต้องคอยปรามเขา พอเรารู้ว่าอะไรคือจุดเด่นจุดดีของเขา ก็จะเทกแคร์เขาให้ได้ถูกต้อง”
สิ่งที่คุณแม่แบบตุ๊ก ชนกวนันท์ มองว่าสำคัญคือ ตัวแบบที่ดีของพ่อแม่ที่ต้องดูแลตัวเองให้ดี เพื่อที่จะสามารถอยู่ดูแลลูกไปได้นานๆ “เราต้องดูว่าเราเหนื่อยไปไหม พร้อมจะดูแลเขาไหม เราต้องจัดการให้ตัวเองอยู่ในสภาพที่พร้อมและมีพลังตลอดเวลา ซึ่งตุ๊กเป็นคนที่สนใจดูแลเรื่องนี้มาก เราอาจจะเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้ไม่ดีมาก แต่ถึงเวลาน้อยก็ให้ความสำคัญเรื่องอาหารมาก ต้องกินครบมื้อครบห้าหมู่ และออกกำลังกาย และนอนหลับพยายามนอนให้ได้ก่อนเที่ยงคืน เพื่อที่จะได้ตื่นเช้าขึ้นมาดูแลเขาต่อไป”
คำถามที่อาจจะตอบยากสักหน่อยของตุ๊ก ชนกวนันท์ คือคุณคิดว่าตัวเองเป็นแม่แบบไหน ซึ่งเธอบอกแต่เพียงว่าอาจจะต้องให้คนอื่นมอง แต่ถ้าให้เธอมองตัวเอง เธอก็บอกเพียงว่า เธอเป็นแม่ที่แมตช์กับลูกของตัวเองแล้ว เป็นอะไรที่รู้จักกันดีที่สุด
“ตุ๊กอาจเป็นแม่ที่พยายามเลี้ยงลูกในแบบที่เขาเป็น และสิ่งที่เราได้รับถ่ายทอดมาจากคุณแม่อีกต่อหนึ่งก็คือ จะเลี้ยงลูกด้วยใจ ให้ด้วยความรัก จะไม่เลี้ยงเพื่อประกวด ไม่ต้องกลัวว่าจะได้รางวัลหรือไม่ได้รางวัล เพราะฉะนั้นทุกคนจะเห็นว่าเราเลี้ยงลูกเหมือนจะง่ายๆ ทำไมดูไม่ยุ่งยาก ซึ่งจริงๆ ก็เป็นแบบนั้น คือเลี้ยงไปตามธรรมชาติของเขา”
สุดท้าย เราถามถึงภาพฝันของคุณแม่ตุ๊ก เธอตอบทันที... “แม่ทุกคนคงจะมีภาพฝันของลูกอยู่แล้ว แต่ของตุ๊กอาจจะไม่ชัดเจนอะไรมาก เพราะตุ๊กรู้สึกว่าหน้าที่ของเราตอนนี้ก็คือมีหน้าที่ฟูมฟัก และช่วยเหลือให้เขาเติบโตไปอย่างสวยงามในแบบที่เขาอยากจะเป็น ความฝันของตุ๊กคืออยากเป็นแม่ที่ทำให้ลูกมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ได้ฝันจะเห็นอะไรมากไปกว่านี้”







