
'อดออม' เพื่อการออมทรัพย์
เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุดในชีวิตแล้วก็มานึกถึงวันแรกที่ยื่นเงินให้ลูกไปโรงเรียน
โดย...พรเทพ เฮง
เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุดในชีวิตแล้วก็มานึกถึงวันแรกที่ยื่นเงินให้ลูกไปโรงเรียนแววตาเธอเป็นประกายตื่นเต้นที่ได้ใช้เงินเองจนถึงวันนี้เธอนำเงินไปใช้ในชีวิตประจำวันที่โรงเรียนวันละ40บาทมาครบ1ปีเต็มไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสอนให้ลูกรู้จักใช้เงินก็ต้องสอนให้ลูกรู้จักการอดออมคู่ขนานกันไป
เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องสร้างสมดุลให้กับชีวิตลูกและเป็นการวางแผนระยะยาวให้เขาซึมซาบนิสัยนี้เข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
ว่าไปแล้วหากวัดจากตัวเงินเธอประสบความสำเร็จพอตัวมีเงินเก็บสะสมทั้งที่เหลือจากเงินที่ได้ไปโรงเรียนและจากพี่ป้าน้าอาหรือใครต่อใครให้บ้างอยู่ในจำนวนที่ไม่น้อยในระดับเหยียบๆหลักหมื่นบาท
ก็ถือว่าน่าชื่นใจและก็นำไปฝากธนาคารยอดนิยมของบรรดาเด็กๆนักอดออมและสะสมไปเรียบร้อยแล้ว
การสร้างนิสัยอดออมมาได้อย่างไร?คงมาจากพ่อแม่ที่ไม่ฟุ่มเฟือยเก็บเงินกันพอประมาณ(เพื่ออนาคต)แต่ก็ไม่เขียมจนอดอยากปากแห้ง
นี่คงเป็นการคาดเดาเอา...เพราะไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
เท่าที่จำได้ครั้งหนึ่งเธอขึ้นรถกลับบ้านเผอเรอทำรองเท้าหลุดหายไปข้างหนึ่งอย่างไม่รู้ตัวกลับถึงบ้านจึงรู้ว่าเหลือแค่ข้างเดียว
เธอยอมรับผิดและบอกว่าจะเก็บเงินที่ได้ไปโรงเรียนวันละ10บาทเพื่อซื้อคู่ใหม่ป๊ากับแม่ไม่ต้องออกตังค์ซื้อ
ด้วยความสงสารก็ต้องบอกว่าไปโรงเรียนครบ2สัปดาห์10วันวันละ10บาทก็ได้ร้อยหนึ่งป๊ากับแม่ออกเงินเพิ่มให้อีก100บาทก็ไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ได้แล้วเรียกว่าปลุกปลอบและสร้างกำลังใจให้กับลูกไปในตัวด้วย
แน่นอนการไปโรงเรียนย่อมมีการเปรียบเทียบจากเพื่อนๆใกล้ตัวที่อยู่ร่วมห้องหรือต่างห้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตอนเรียนอนุบาลเธอไม่เคยได้เงินไปโรงเรียนเพราะไม่มีความจำเป็นของกินที่โรงเรียนให้ก็มากพอ
หรืออยากกินดื่มอะไรตอนเย็นทั้งคุณยายที่เป็นคนรับกลับบ้านประจำหรือบางครั้งเป็นพ่อแม่ก็ตามใจเต็มที่ถ้าอยากกินอะไรยกเว้นของเล่นที่แถมมากับขนมต้องคุยกันยาวหน่อย
วันหนึ่งเธอบอกว่าเพื่อนคนหนึ่งได้เงินมาตั้งวันละร้อยบาทก็มาตั้งปุจฉาว่าทำไม?หนูไม่ได้บ้าง...
เอาล่ะ!จะตอบอย่างไร?ก็อธิบายเหตุผลไปตามจริงว่าเพื่อนคนนั้นคุณพ่อคุณแม่เขามารับช้ากลับบ้านก็มืดค่ำแล้วต้องเอาเงินเผื่อไว้กินข้าวกินขนมเวลาหิวซื้อน้ำดื่มเวลากระหายเขาคงไม่จ่ายหมดหรอกบางทีอาจต้องไว้เผื่อค่ารถกลับบ้านด้วยนะถ้าเหลือเขาก็คืนพ่อแม่หรือไม่ก็ใส่กระป๋องออมสินเก็บไว้เหมือนลูกไง
ชักยาวแล้วมีเรื่องพูดอีกเยอะเรื่อง“การออม”ของลูกเพื่อไม่ให้เป็น“การอด”
อดออมอย่างไร?ให้ภูมิใจและมีความสุขกับตัวเองรวมถึงไม่ล้ำเส้นบ้าคลั่งเขียมเก็บจนเกินเหตุเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกันกับลูกอย่างมาก
แล้วยังมีทริกเรื่องกระปุกออมสินอีกซึ่งคงต้องมาว่ากันอีกที...







