
ชลรัศมี งาทวีสุข ผู้ประกาศข่าวน่าจับตา
การทำงานภายใต้สโลแกน เมื่อมีโอกาสให้คว้าไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ฉกฉวยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นรายการเล็ก หรือรายการใหญ่
การทำงานภายใต้สโลแกน เมื่อมีโอกาสให้คว้าไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ฉกฉวยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นรายการเล็ก หรือรายการใหญ่
เรื่อง : วราภรณ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ชื่อของ ชลรัศมี งาทวีสุข เคยโด่งดังเป็นที่พูดถึงเกี่ยวกับข่าวคราวไม่สู้ดี เธองดการสัมภาษณ์มานานแรมปี แต่วันนี้เธอมาเปิดเผยแง่มุมในการทำงานด้านการเป็นผู้ประกาศข่าว อีกทั้งการเป็นข้าราชการ ยศ ร.ท. (หญิง) หรือหมวดทิพย์ แต่เราคุ้นตากันดีกับบทบาทผู้ประกาศข่าว “สนามเป้าเล่าข่าว” ในช่วงเช้า และช่วงดึกกับ “ประเด็นข่าวร้อน” หน้าที่หลังต้องใช้ชั่วโมงบินที่สูง เพราะเธอทำหน้าที่ทั้งสรุปข่าวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน และวิเคราะห์ข่าวควบคู่ไปด้วย
นอกจากนี้ เธอยังทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษสอนหลักสูตรต่างๆ โดยได้รับเชิญเป็นพิธีกรในงานเสวนาทางวิชาการด้านสื่อ รวมทั้งเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านงานประชาสัมพันธ์ของกองทัพบก กองทัพอากาศ ซึ่งล้วนเป็นงานคืนกำไรให้กับสังคมทั้งสิ้น
การเป็นผู้ประกาศข่าวเป็นความฝันตั้งแต่วัยเด็ก เธอจึงศึกษาต่อด้านนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน (วิทยุและโทรทัศน์)จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานด้านข่าว 2 ปี พอให้มีประสบการณ์เธอจึงบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้าน International Journalism มหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ แถมยังคว้าเกียรตินิยมมาครองได้อีกด้วย
“ทิพย์อยากทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนมาตั้งแต่เด็กๆ อยากเป็นนักจัดรายการวิทยุ เพราะชอบฟังเพลง อีกทั้งเป็นคนช่างพูดช่างคุย ช่างซักถาม พอเรียนจบก็ไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าวของไอทีวี และช่อง 5 ปรากฏได้รับคัดเลือกทั้งสองที่ แต่ตัดสินใจรับราชการ จึงทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวมานานกว่า 8 ปีแล้ว”
ชลรัศมี สั่งสมประสบการณ์ด้านการทำงานมาพักหนึ่ง เธอจึงก้าวสู่อีกขั้นด้วยการขอเวลาเพื่อเป็นเจ้าของเวลาและจัดรายการเองชื่อว่า “ชลรัศมีกับวีไอพี” ออกอากาศทุกวันนักขัตฤกษ์ ทางช่อง 5 ช่วงเช้า งานนี้เรียกว่าเธอครีเอตรายการ กระทั่งคัดเลือกแขกรับเชิญเองทั้งหมด
“เมื่อทิพย์เติบโตก็อยากทำรายการอะไรที่เป็นของตัวเอง ก็เลยไปขอเวลากับทางช่อง 5 ผู้ใหญ่ก็ใจดีให้เวลามา ทิพย์จึงได้ผลิตรายการวาไรตีโชว์ โดยทิพย์ทำหน้าที่สร้างสรรค์รายการ เขียนสคริปต์และคัดเลือกแขกรับเชิญด้วยตัวเอง ทิพย์อยากจัดรายการให้เป็นตัวเรามากที่สุด พื้นฐานทิพย์จับประเด็นเก่ง เวลาสัมภาษณ์บุคคลจึงออกมาสนุก การได้คุยกับคนจะมีอะไรมากกว่าการอ่านข่าว
ทิพย์กำหนดรูปแบบรายการคล้ายๆ สุริวิภา กึ่งวาไรตี ทิพย์จะไปพูดคุยกับแขกรับเชิญที่เรารู้สึกทึ่งในความสามารถและน่าสนใจ โดยเราจะไปพูดคุยกับเขาที่บ้าน แขกผู้ใหญ่ท่านก็เอ็นดู เมตตาให้เราไปสัมภาษณ์ที่บ้าน เช่น ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ทิพย์ได้สัมภาษณ์ภรรยาของคุณดำรง พุฒตาล ซึ่งไม่มีใครได้สัมภาษณ์เลย แต่เราขอสัมภาษณ์ได้ก็รู้สึกภูมิใจ ที่เราได้มีโอกาสอาจเป็นเพราะทิพย์มักคุยกับแขกรับเชิญด้วยใจ หลักในการทำงานของทิพย์คือ รักในสิ่งที่ทำ หากใจไม่รักก็ไม่ทำ ” ชลรัศมี เล่าถึงบทบาทการเป็นเจ้าของรายการ
การทำงานภายใต้สโลแกน เมื่อมีโอกาสให้คว้าไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ฉกฉวยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นรายการเล็ก หรือรายการใหญ่ หากมีผู้ใหญ่ให้โอกาสเธอคว้าไว้หมด
“ด้วยภาพลักษณ์ของทิพย์ตั้งแต่เป็นผู้ประกาศข่าวจะตัวกลมๆ และไม่คิดว่าตัวเองสวย เพราะหากเราคิดว่าตัวเองสวย เราจะพะวงแต่กับความสวยและจะคิดหาความรู้น้อยลง ทิพย์จึงคิดว่าหากเราฉลาดมีความรู้ มีมันสมองของเรา แล้วความสวยจะตามมาเอง เราต้องรู้ให้รอบกว่าคนอื่น จึงทำให้ทิพย์เป็นคนช่างอ่าน ช่างจดช่างจำ เพื่อเราจะได้มีความรู้และสามารถดึงมาใช้กับการทำงานได้ตลอดเวลา นี่คือวิธีการดึงจุดเด่น ดึงศักยภาพของตัวเองออกมา รายการของทิพย์จึงเป็นตัวทิพย์มากที่สุด”
หลักการทำงานของชลรัศมีอีกข้อที่เธอยึดมาตลอดชีวิตการทำงาน คือ การทำงานแบบมืออาชีพ
“เวลาทิพย์สัมภาษณ์ใคร ทิพย์รู้สึกชื่นชมและให้เกียรติแขกรับเชิญเสมอ จริงๆ ทิพย์ไม่อยากเด่นดังเพราะกระแส อยากให้คนมองค่าจากผลงานที่ทำมากกว่า ทิพย์จึงไม่เลือกสัมภาษณ์คนตามกระแส เพราะคุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่กระแส แต่เขาล้วนมีคุณค่าของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น”
แรงบันดาลใจทำงาน
ต้นแบบ
ทิพย์ไม่มีต้นแบบในการทำงานเป็นคนใดคนหนึ่ง แต่ทิพย์จะดึงจุดเด่นของหลายๆ คนมาผสมผสานกัน เช่น คุณจักรพันธุ์ ยมจินดา ทุกเช้าทิพย์จะเห็นคุณจักรพันธุ์อ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทุกคอลัมน์ นับเป็นคนขวนขวายหาความรู้มาก หรืออย่างคุณสุริวิภา เธอเป็นพิธีกรที่น่าดู ร่าเริง เธอจึงดูมีเสน่ห์ หรือผู้ประกาศข่าวอย่าง สายสวรรค์ ขยันยิ่ง หรือ อลิศรา กำธรเจริญ สู่ขวัญ บูลกุล ก็ดูพูดจาฉะฉาน ฉลาด แต่ก็ไม่แสดงภูมิมากเกินไป ทิพย์ก็ดึงจุดดีของทุกคนมาปรับใช้ให้เป็นตัวเองมากที่สุด เวลาทิพย์วิเคราะห์ข่าวก็ไม่ใช่อ่านแค่ในสคริปต์ แต่จะดึงความรู้ส่วนตัวมาใช้ด้วย หนังสือที่ทิพย์อ่านมานานมาก คือ คู่สร้างคู่สม ซึ่งมีเนื้อหาที่หลากหลาย เวลาเรานำความรู้มาเล่านอกเหนือจากข่าว คนฟังก็จะได้ประโยชน์
ความทุกข์มาโปรด ความสุขโปรยปราย
ท่าน ว.วชิรเมธี ทิพย์เคยฟังเทศน์ของท่านแล้วรู้สึกชอบ จึงเชิญท่านมาสัมภาษณ์ในรายการ ท่านก็เมตตา จากนั้นท่านก็ส่งหนังสือธรรมะที่เข้าใจง่ายมาให้อ่านเสมอๆ อ่านแล้วทำให้คิดเป็น ท่านเป็นพระสมัยใหม่ที่นำเรื่องหลักธรรมะมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแยบยล ทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายและทันสมัย เช่น ท่านเขียนเรื่องบารัก โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคนผิวสีที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศได้ เพราะสังคมสหรัฐอเมริกาเป็นสังคม ดี เด่น ดัน ซึ่งแตกต่างจากสังคมไทย คือ ดี เด่น ดับ ข้อคิดเหล่านี้ทำให้ทิพย์เข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้น
กล่องบุญ
คือธรรมะอินเทรนด์ที่อ่านเล่มแรก จากนั้นทิพย์จึงอ่านหนังสือธรรมะเรื่อยมา เพราะมีช่วงหนึ่งมีทุกข์และอยากหาทางดับทุกข์ จึงได้รู้จักกับคุณแป้ง-ภัทริน ซอโสตถิกุล นับเป็นกัลยาณมิตรที่พบกันตอนไปนั่งวิปัสสนากับคุณแม่ศิริ การอ่านกล่องบุญทำให้ทิพย์ใช้ชีวิตเป็น ทุกข์น้อยลง และอ่านติดต่อกันเป็นเล่มที่ 5 แล้ว ช่วงปีใหม่ก็จะซื้อบุญ บอกซ์ เป็นของขวัญเพื่อนๆ และญาติๆ เพราะอยากช่วยเผยแผ่ธรรมะ
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
ท่านเป็นพระญี่ปุ่น ไปพบหนังสือของท่านตอนไปขึ้นบีทีเอส และมีกล่องบริจาคเงิน ถ้าสนใจหนังสือธรรมะเล่มไหนก็หยิบ แม้เป็นหนังสือเล่มเล็กนิดเดียวแต่ก็สอนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ เช่น เหตุสมควรโกรธไม่มีในโลก เป็นต้น
อ่านและเขียนอย่างไร
การเป็นผู้ประกาศข่าวควรจะพูดหรืออ่านคำให้ถูกต้อง แต่ละครั้งก่อนอ่านจึงต้องตรวจสอบสคริปต์ให้ถูกต้อง เพราะเวลาเราอ่านคนดูย่อมจำเป็นแบบอย่าง คำบางคำในภาษาไทยอ่านได้หลายแบบ เช่น อาชญากรรม หรือสมานฉันท์ คำบางคำทิพย์อ่านถูกแต่ไม่เคลียร์คนดูก็จะเขียนมาแนะนำ ทิพย์ก็จะตอบกลับไป เพราะรู้สึกขอบคุณที่เขาดูเราอย่างใส่ใจ







