
นักมวยความฝัน กับ งานพิเศษ
“ถ้าผมต้องชกมวยแล้วจะต้องทำงานพิเศษไปด้วย...ผมก็จะทำงานพิเศษทั้งชีวิตของผมครับ -จังเกิล มิตานิ
เรื่อง ดำรงค์ พิณคุณ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
จังเกิล มิตานิ หนุ่มมัธยมปลายแถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่โดนเด็กเกเร มารังแกหลายครั้งกระทั่งเขาลุกขึ้นสู้ และชนะเด็กเกเรที่เข้ามารุมเขาพร้อมกัน 5คน โดยที่เขาสู้เพียงลำพัง หลังจากนั้น หนุ่มน้อยมัธยมปลายอายุ 18 ปี เมื่อปี 2520 ก็มีความฝันว่า...เขาจะต้องไปแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ให้ได้ จังเกิล มิตานิไปปรึกษาครูพละของโรงเรียน และคุณครูพละให้คำแนะนำอย่างดีมากทำให้เขารู้ว่า เขาฝันอยากจะชกมวยชิงแชมป์โลกให้ได้ แต่ก็มีผู้ใหญ่มากมายบอกให้เขาเลิกคิดซะเพราะว่าการชกมวยได้เงินไม่มาก
“ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ จะต้องไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบที่เพื่อนๆ เขาทำกัน”
“ถ้าต้องการชกมวยอาชีพ จะต้องทำงานพิเศษหาเงินไปด้วยถึงจะพอกินพออยู่ได้นะ”
จังเกิล มิตานิตอบว่า... “ถ้าผมต้องชกมวยแล้วจะต้องทำงานพิเศษไปด้วย...ผมก็จะทำงานพิเศษทั้งชีวิตของผมครับ”
หลังจากนั้น เมื่อเขาอายุ 22 ปี จังเกิล มิตานิ ได้เข้าไปชกมวยชิงแชมป์ญี่ปุ่นในรุ่น มิดเดิลเวท มันเป็นบันไดก้าวไปสู่ การชกมวยชิงแชมป์โลกในอนาคต จังเกิล มิตานิได้เข้าไปท้าชิงกับ แชมป์ประเทศอายุ 25 ปี และฟอร์มสดสุดๆ ทั้งคู่แลกหมัดกัน...กระทั่งยกสุดท้าย ทั้งสองคนยืนแลกหมัดกัน ราวกับคู่ต่อสู้ของตนเป็นกระสอบทราย...ยืนแลกหมัด กันอยู่อย่างนั้นราว 1 นาที ทั้งคู่ร่วงลงกับพื้น และกรรมการเริ่มนับทั้งคู่ แล้วถ้าใครลุกขึ้นมาก่อน...คนนั้นจะได้ครองเข็มขัดแชมป์ประเทศไป 1...2...3...4...5...6...7...8... คนที่ลุกขึ้นมายืนได้ก่อน คือคู่ต่อสู้ของจังเกิล มิตานิ...9...10... ความพ่ายแพ้ที่เป็นตำนานเริ่มต้นขึ้น
การแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ญี่ปุ่น เมื่อเขาอายุได้ 22 ปี กลายเป็นตำนานเรื่องเล่าของทุกคนที่ได้เข้าไปชมการแข่งขันครั้งนั้น แต่ความฝัน ของจังเกิล มิตานิ แทบจะ...พังทลายลงมา เพราะเขาแพ้น็อกเอาต์ในการแข่งขันชิงแชมป์ญี่ปุ่นครั้งนั้น การพ่ายแพ้...เพียงครั้งเดียวที่หลายคนอาจจะล้มเลิกความฝันไปแล้ว แต่สำหรับผู้ชายคนนี้จังเกิล มิตานิ มันเป็นแค่บันได...ที่เขาก้าวพลาดไปหนึ่งขั้น และเมื่อเขาตั้งหลักได้...เขาก็จะก้าวขึ้นไปใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุด...เขาไม่เคยยอมแพ้ เวลาผ่านไปนับสิบปี ปัจจุบัน จังเกิล มิตานิ ทำงานพิเศษที่ร้านขายของชำเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาทำงานพิเศษอยู่ในตอนกลางวัน และหลังจากนั้น เขาก็ไปชกมวยในเวทีอาชีพ
ถึงทุกวันนี้ จังเกิล มิตานิ อายุ 37 ปี และเขายังไม่ลืมความฝัน ที่อยากจะเป็นนักมวยอยู่เหมือนเดิม ทุกวันนี้เขายังขึ้นชกมวยอาชีพอยู่ถึงแม้กาลเวลาผ่านไปสถิติของจังเกิล มิตานิคือขึ้นชกรุ่นมิดเดิลเวท ทั้งหมด 56 ครั้ง ชนะน็อกเอาต์ 30 ครั้งและแพ้น็อกเอาต์ 26 ครั้ง จังเกิล มิตานิไม่เคยชกเสมอกับใครบนสังเวียนผืนผ้าใบ และเขาก็ไม่เคยแพ้คะแนนเลยสักครั้งเดียว ตลอดชีวิตของการเป็นนักมวยของเขา ทุกครั้งที่เขาอยู่บนเวทีเขาจะกลายเป็นคนละคนกับการเป็นพนักงานชั่วคราวอยู่ที่ร้านขายของชำ เมื่ออยู่ที่ร้านขายของชำเล็กๆ ที่เขาทำงานพิเศษนั้นเขาถูกลูกชายเจ้าของร้านที่อายุน้อยกว่าเขาดุด่า เขาก็ก้มหน้ายอมรับผิด และตอบเพียง “ขอโทษครับ” และ “ผมจะพยายามมากขึ้นครับ” แต่เมื่ออยู่บนเวทีผืนผ้าใบ กลิ่นไอของเหงื่อผสมน้ำมันมวยกับนวมเก่าๆ และผ้าเช็ดเหงื่อที่เขารัก เขาไม่เคยปรานีให้กับใคร เขาไม่ก้มหัวให้กับใคร เขาไม่เคยยอมแพ้ เขาไม่ยอมให้พี่เลี้ยงที่อยู่ข้างเวทีโยนผ้าขาวขึ้นมา ไม่ว่าเขาจะถูกอัดน่วมแค่ไหนก็ตาม สังเกตจากสถิติของเขาคือ ชนะน็อกเอาต์ 30 ครั้ง และแพ้น็อกเอาต์ 26 ครั้ง ทำให้เรารู้ว่า...อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งคนบนโลกใบนี้ยอมสู้ตาย...ถึงแม้จะต้องสลบเหมือดคาเวทีก็ตาม
หลังจากที่เขาประกาศแขวนนวมเขาก็กลายเป็น โค้ช ให้กับนักมวยทุกคนที่มีความฝันอยากจะไปชิงแชมป์โลก และสิ่งหนึ่งที่เขาภูมิใจที่จะเล่าให้เด็กรุ่นใหม่เหล่านั้นฟังคือ “ผมไม่เคยคิดที่จะล้มเลิก...ความฝันของผม...แม้ว่าพวกเขาจะพยายามหยุดความฝันของผมด้วยคำพูดดูหมิ่นเสียดสี หรือหมัดเป็นร้อยหมัด...ก็ตาม” ความสุขของมนุษย์อาจจะไม่ได้เกิดจากการบรรลุความฝันทุกครั้งไป ความสุขของนักปีนเขาอาจจะอยู่ระหว่างทางที่เดินขึ้นเขามากกว่าที่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุด ความสุขของนักฟุตบอลอาจจะอยู่ที่การได้วิ่งอยู่ในสนามมากกว่าการประกาศรางวัลความสุขของคนมีความฝัน อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการได้เดินตามความฝันไปเรื่อยๆ...แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว.....







