
ความรักของชาย ผู้หาค่ำกินเช้า (1)
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
เขาชื่อช้าง...
แต่เขาดันตะโกนสั่งผมด้วยเสียงดังแข่งกับลำโพงในร้านว่า
“เบียร์ขวด” จริงๆ แล้วเขาและผมถือว่าสถานะเท่าเทียมกัน ถ้าเวลาปกติจะมาสั่งผมแบบนี้ ผมคงไม่ยอมแน่ แต่สำหรับวันนี้ผมยอมให้เขาวันหนึ่ง
1.บ่ายสี่โมงเย็นคือเวลาเริ่มงานของพวกเรา สมุดเซ็นชื่อพนักงานหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์จะมีคนคอยยืนขีดเส้นสีแดงตอนเวลา 16.00 น. ใครมาหลังจากนี้ถือว่ามาทำงานสาย นั่นหมายถึงต้องถูกหักค่าแรง ค่าแรงเราก็ไม่เยอะมากถูกกว่าค่าแรงงานขั้นต่ำด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครหืออือแทนพวกเรา จนมันกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วที่ค่าจ้างพวกเราจะถูกขนาดนี้ คนมักบอกกันว่าค่าจ้างน้อยแต่ทิปเยอะ จริงๆ แล้วมันหมายถึงความไม่มั่นคงเลย ที่ต้องคอยฟ้าคอยฝนและคอยแขกใจดีที่จะหยิบยื่นน้ำใจให้พวกเรา ซึ่งไม่ใช่ทุกวันที่เราจะโชคดีได้ทิปมากพอจะเรียกมันว่ารายได้
2.ผมรู้จักกับช้างได้ไม่นานนัก ตอนเขามาสมัครงานครั้งแรกเขาโกนหัวโล้นเพราะบวชหน้าไฟมา น้าสาวของเขาซึ่งเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านนี้พาเขามาสมัครงาน จริงๆ ตำแหน่งเด็กเสิร์ฟอย่างพวกเราไม่เหมาะกับผู้ชายเลย เพราะร้านอาหารที่มีนักร้องแบบนี้ ส่วนใหญ่นักเที่ยวมักมาหาความสำราญกับสิ่งสวยงามนอกบ้าน และลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมากกว่า 99% ดังนั้นลูกค้ามักชอบพนักงานหญิงและการแสดงน้ำใจด้วยทิปมักจะให้กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย มันเป็นความเสน่หาอย่างหนึ่ง ไม่ใช่การพอใจในบริการ
3.วัฏจักรของร้านอาหารกลางคืนจะเริ่มงานเตรียมของตอนเย็น เด็กเสิร์ฟมีหน้าที่เช็ดจานช้อนส้อมที่ล้างแล้วให้แห้ง ทำความสะอาดโต๊ะจัดเรียงเก้าอี้ให้พร้อมสำหรับการต้อนรับแขกในช่วงค่ำ ก่อนการเริ่มงานในทุกค่ำคืน ที่ร้านจะมีการจับล็อก โต๊ะที่มีอยู่ประมาณ 30 โต๊ะ จะหารแบ่งกันตามจำนวนเด็กเสิร์ฟในแต่ละวัน การแบ่งล็อกจะเป็นโต๊ะในโซนเดียวกันเพื่อให้ง่ายในการดูแลและให้บริการ แน่นอนว่าพื้นที่ทำเลทองในร้านอาหารกลางคืนที่มีนักร้องสาวสวยนุ่งสั้นเฉิดฉายมือถือไมค์ไฟส่องหน้า ย่อมคือมุมมืดตามจุดต่างๆ ภายในร้าน ยิ่งมืดยิ่งเป็นทำเลทอง เพราะแขกจะเลือกเดินมานั่งตรงนี้ก่อนเสมอ ส่วนที่สว่างๆ ไฟเยอะๆ จะเรียกว่าป่าช้า และถ้าใครจับได้ล็อกนี้ถือว่าซวยและอาจจะไม่มีแขกให้บริการเลยในวันนั้น ซึ่งหมายความถึงว่าอาจจะไม่มีทิปตกถึงท้องเลย
4.ช้างชอบปลีกตัวอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของร้าน เขาเงียบจนน่าสงสัยว่าเก็บงำความทุกข์อะไรเอาไว้ ผมไม่ค่อยถามเรื่องส่วนตัวเขามากนัก รู้เพียงว่าตอนกลางวันเขาไปเรียนวิทยาลัยสารพัดช่างในตัวเมือง ตอนเย็นถึงจะมาทำงานที่ร้านอาหาร ร้านเลิกตีสอง เขากลับบ้านไปนอนและตื่นไปเรียนตอนเช้าเพื่อตอนเย็นจะกลับมาทำงานที่ร้านอาหารอีกครั้ง วงจรชีวิตเขาเป็นแบบนี้
เวลาช้างจับล็อกได้ทำเลทอง เขามักขอแลกกับเพื่อนที่ได้โซนป่าช้า เพื่อไปนั่งเก็บตัวเงียบๆ เสมือนหนึ่งว่าเขาไม่ต้องการรายได้จากการทำงาน ไม่มีแรงบันดาลใจหรือแรงขับที่จะต้องต่อสู้เลี้ยงปากท้อง ช้างไม่ใช่คนรวยหรอก คนที่มาทำงานร้านนี้เรียกว่าบ้านจนกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่เรียนจบภาคบังคับแล้วมาขายแรงงานแลกเงินซึ่งมาจากภาคอีสานกันซะส่วนใหญ่
ผมเคยคุยกับช้าง คิดว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะมีบุญวาสนาได้มานั่งกินข้าวในร้านแบบนี้ มีคนมาคอยบริการแบบนี้บ้าง บางวันตอนเย็นมีลูกค้าแบบครอบครัวหลงเข้ามา
รับประทานข้าวเย็น ผมเสิร์ฟน้ำให้เด็กเล็กๆ วัยประถมด้วยความนอบน้อม พลันคิดว่าทำไมเขาโชคดีตั้งแต่เด็กๆ ที่ได้กินอาหารดีๆ มีคนมาคอยบริการดูแลแบบนี้ เวลาเรายกอาหารมาเสิร์ฟจำพวกปลาช่อนแป๊ะซะ ปลากะพงนึ่งมะนาว หรือยำต่างๆ สีสันและกลิ่นของมันช่างยั่วน้ำลายเด็กเสิร์ฟอย่างพวกเราเสียจริงๆ หลังวางอาหารบนโต๊ะลูกค้าเสร็จ พวกเราแต่ได้ยืนกลืนน้ำลายอยู่ข้างๆ ถ้าโชคดีลูกค้ากินไม่หมด เป็นอันรู้กันว่าเด็กเสิร์ฟอย่างพวกเราให้รีบถือช้อนมาหลังร้าน พวกเราจะรุมแป๊ะซะปลาช่อนทอดที่ลูกค้ากินไม่หมดนั้นเสียราบคาบ...
ในความเหนื่อยและความหิวในเวลาค่ำคืน มันช่างอร่อยเสียจริงๆ พับผ่าสิ ของเหลือเนี่ย...







