posttoday
จากเร็วสุดบนฟากฟ้าสู่คนช้าที่สุดบนผืนดิน

จากเร็วสุดบนฟากฟ้าสู่คนช้าที่สุดบนผืนดิน

08 มีนาคม 2558

ความฝันในเวลานี้คือทำอย่างไรให้คนพิการรายต่อไป สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เหมือนคนทั่วไป

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ / ภาพ : วิษณุ นุ่นทอง

ชีวิตพลิกผันได้เสมอแม้เพียงเสี้ยววินาที คือเรื่องราวของน.อ.ภราดร คุ้มทรัพย์ ตำแหน่งประจำกองบิน 4 จากเด็กบ้านนอก จ.ชัยนาท เข้ามาศึกษาต่อเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 จากนั้นเข้าสู่โรงเรียนการบิน ชีวิตก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 7 นักบินเครื่องเอฟ 16 ของกองบิน 1 จ.นครราชสีมาเส้นทางชีวิตสดใสตั้งเป้าอยากเป็นผู้บังคับกองบินตามความคาดหวังทว่า วินาทีที่ชีวิต

พลิกผัน เมื่อเช้าวันหนึ่งระหว่างขับรถยนต์มาทำงาน มาฝึกซ้อมบินรบที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นประจำ มีเด็กนักเรียน 3-4 คนวิ่งตัดหน้ารถของเขาเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ อุบัติเหตุครั้งนั้นส่งผลกระทบทำให้กระดูกคอข้อที่ 5-6 เคลื่อน จากชายหนุ่มแข็งแรง จำต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต

ท่ามกลางคราบน้ำตาของความเสียใจทั้งจากตัวเขาและครอบครัวต้องใช้เวลารักษาเยียวยาร่างกายนานถึง 1 ปี 8 เดือน ความคิดเรื่องฆ่าตัวตายไปเสียให้พ้นเริ่มแทรกเข้ามา เพื่อตัดปัญหาความพิการ ปัญหาครอบครัว และบทบาทหน้าที่การงานที่ยุติลง

เมื่อ พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ ผู้บังคับการกองบิน 4 ซึ่งเป็นครูฝึกบินเดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมทั้งให้โอกาส น.อ.ภราดร ได้กลับไปทำงานที่สามารถทำได้ในกองบิน 4 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกครั้งที่ทำให้มีกำลังใจกลับมาใช้ชวี ติ อย่างค้มุ ค่า และได้เข้าใจว่าสิ่งที่ผู้บังคับบัญชามอบให้คือแนวทางพัฒนาศักยภาพข้าราชการทหารที่พิการไม่ให้สูญเสียความเป็นคนจากคนที่ไปได้เร็วที่สุด บนความเร็วเหนือเสียงบนท้องฟ้าฝึกทิ้งระเบิด ฝึกสู้กันบนอากาศ ทุกวันที่ผ่านไปต้องฝึกบิน กลายมาเป็นคนที่ช้าที่สุดในผืนดิน และทำงานด้านคนพิการ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยระยะเวลา เปลี่ยนทัศนคติของคนหมู่มาก เหมือนการพรวนดินใส่ปุ๋ย รดน้ำใช้เวลานาน กว่าต้นไม้จะโต

ทุกวันนี้ น.อ.ภราดร มีบทบาท หน้าที่ช่วยพัฒนาศักยภาพทหารร่วมกับกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อีกทั้งเป็นประธานมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ เดินทางไปหลายแห่งเพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการในทุกมิติ

เขาพยายามใช้แนวคิดพัฒนาศักยภาพทหารที่พิการจากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ตกอยู่ในสภาพจิตใจบอบช้ำอย่างมาก จากที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาแต่ต้องมานั่งรถเข็นตลอดชีวิตแน่นอนว่าความเชื่อมั่นย่อมหายไปด้วย ปัญหาผู้พิการฆ่าตัวตายมีจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงทำหน้าที่เป็นต้นแบบ เสริมสร้างให้คนเหล่านี้ก้าวข้ามผ่านกำแพงชีวิตไปให้ได้

ปัญหาหนึ่งที่พบคือ ทหารพิการจำนวนมากถ้าไม่ได้ครอบครัวช่วยเหลือคอยให้กำลังใจ จะกลายเป็นครอบครัวแตกแยกทันที ทหารหลายคนทำร้ายตัวเอง สิ่งที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือน้ำตาของพ่อ แม่ ภรรยาและลูก ที่ไม่รู้จะช่วยเหลือสามีหรือผู้เป็นพ่อให้กลับมาเหมือนเดิมได้อย่างไร ด้านหนึ่งทัศนคติของคนส่วนใหญ่ในสังคมยังมองคนพิการขาดประสิทธิภาพ ทำอะไรไม่ได้ ขาดการให้โอกาสที่มากพอ ฉะนั้นถ้ายังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในเรื่องของความพิการ นอกจากจะไม่ช่วยพัฒนาคนพิการแล้ว ก็จะเกิดภาวะเสื่อมถอยของสังคม เพราะสังคมไทยตอนนี้แย่มาก

ความฝันในเวลานี้ คือทำอย่างไรให้คนพิการรายต่อไปสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เหมือนคนทั่วไป มีสิทธิและโอกาสอีกครั้ง เพราะคนพิการคือคนจนที่สุดในหมู่คนจน แค่คนพิการที่ต้องนั่งรถเข็นก็ไม่สามารถโดยสารรถเมล์หรือรถสองแถวได้ต้องมีคนช่วยดูแลเปลี่ยนเสื้อผ้าช่วยอาบน้ำ ขับถ่าย ดังนั้นรัฐต้องช่วยคนพิการให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้

รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารต้องจัดลำดับเรื่องของคนพิการไว้อันดับต้นเหนือเศรษฐกิจและการเมืองบ้าง เพราะจำนวนที่แท้จริงของคนพิการทั่วประเทศมีประมาณ 2 ล้านคน เมื่อคูณด้วย 5 ซึ่งคือญาติ พ่อ แม่ ภรรยา และลูก ทำให้ตัวเลขที่แท้จริงของคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีถึง 10 ล้านคนด้วยกันฉะนั้นถ้ารัฐบาลตั้งเป้าพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดเช่น พัฒนาการศึกษา ส่งเสริมอาชีพการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นได้ เมื่อนั้นสังคมจะดีขึ้นทันที

จากนี้ไป น.อ.ภราดร ตั้งเป้าว่าเขาจะพยายามปลูกฝังเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจในการช่วยเหลือคนพิการอย่างถูกต้อง เพื่อกลับไปขับเคลื่อนชุมชนต่อไป แม้จะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน แต่เขาจะขอให้ชีวิตอย่างมีคุณค่ากับบทบาทนี้ตลอดไป

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล