posttoday
คู่หูนักบริหาร เอสเอ็มอีแบงก์

คู่หูนักบริหาร เอสเอ็มอีแบงก์

07 มีนาคม 2558

งานบริหารธนาคารไม่ใช่งานง่าย ยิ่งการบริหารให้ธนาคารที่มีปัญหาแบกหนี้เสียสูงถึง 3.5หมื่นล้าน

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

งานบริหารธนาคารไม่ใช่งานง่าย ยิ่งการบริหารให้ธนาคารที่มีปัญหาแบกหนี้เสียสูงถึง 3.5หมื่นล้าน หรือมีหนี้เสียมากกว่า 50% ของสินเชื่อทั้งหมด จนเรียกว่าจวนเจียนจะแย่ให้กลับมาพลิกฟื้นเป็นธนาคารที่ดีได้นั้น ต้องเรียกว่ายากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

แต่การมีเพื่อนร่วมงานที่ดี แถมรู้ใจ รู้งาน จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะนักบริหารคู่นี้ สาลินี วังตาล ประธานคณะกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และ สุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ ได้ทำให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว

แม้ปัจจุบัน การพลิกฟื้นธนาคารจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์เต็ม 100% แต่ก็คืบหน้าไปในทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขหนี้เสียที่ลดลงไปได้ไม่น้อย 5 เดือน ลดไปได้เกือบ 3,500 ล้านบาท

สาลินี หรือ “พี่ปุก” เล่าว่าแม้จะทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี แต่ก็น่าแปลกที่คู่นี้ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย

“ถึงเราจะทำงานด้วยกันได้ดี แต่เราไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย ไม่นับที่คุณสุพจน์เป็นผู้ชายแล้วพี่เป็นผู้หญิงนะ สไตล์ต่างกันเลยเช่นเรื่องการมาทำงานคุณสุพจน์มาทำงานเช้าตั้งแต่ 6 โมงเช้า และทำงานจนดึกกลับบ้านถึง 5 ทุ่มเที่ยงคืน ยกเว้นที่มีงานข้างนอก ที่ต้องไปพบสาขา ไปกินเลี้ยงเท่านั้นที่ต้องกลับก่อน ส่วนพี่ไม่ชอบมาเช้านัก อยู่ก็พอประมาณ1-2 ทุ่มก็กลับแล้ว” อดีตผู้บริหารแบงก์ชาติ เล่าถึงความต่างในการทำงานของทั้งคู่

คู่หูนักบริหาร เอสเอ็มอีแบงก์

 

แต่ความแตกต่างข้อหนึ่งที่สาลินีอดชื่นชมไม่ได้ก็คือ การทำงานของสุพจน์ที่เก็บรายละเอียดได้ดีมากเพราะมีนิสัยละเอียด ต่างกับตนเองที่ไม่ละเอียดนักและที่ชอบที่สุดก็คือ เวลาคิดแผนอะไรว่าอยากให้งานออกมาแบบไหน เขาจะสามารถนำมาทำให้ปฏิบัติได้จริงและผลักดันได้อย่างดี นับเป็นข้อดีของการทำงานละเอียดเห็นภาพที่จะออกมาจริงๆ และไล่ลำดับการจัดการงานได้ดีมาก จึงประสานกับตนเองได้ดีที่เป็นคนชอบคิดทางออก แต่ไม่ชอบลงรายละเอียด

ข้อดีอีกอย่างของเอ็มดีหนุ่มใหญ่รายนี้ คือ ชอบลงเยี่ยมสาขาต่างจังหวัด  ทำให้เข้าถึงพนักงานทำความเข้าใจกันได้ง่าย เวลาจะปรับโครงสร้างหรือเปลี่ยนแปลงอะไรก็ง่าย เพราะทุกวันประมาณ 8 โมงครึ่ง คุณสุพจน์จะมาพูดเสียงตามสาย เพื่อทำความเข้าใจการทำงานต่างๆ ว่าผู้บริหารกำลังจะทำอะไร จะเดินไปทางไหนให้พนักงานฟัง ทำให้พนักงานไม่รู้สึกห่างกับผู้บริหาร กลายเป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์กับพนักงานได้อีกทาง ขณะที่ตนไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้เลย

นอกจากนี้ สุพจน์ยังมีความอดทนสูง ในที่นี้คือ จะพยายามสื่อสารกับผู้คนโดยไม่กลัวเหน็ดไม่กลัวเหนื่อย พูดจาเพราะ ต่างจากตนเองที่ไม่ใช่แนวนั้นเลย ทำให้การทำงานช่วยประคองกันได้ดียิ่งขึ้น

อย่างสิ่งที่พี่จะทำในการปรับโครงสร้างองค์กร ที่ต้องปรับยุบหรือตั้งฝ่ายใหม่เพื่อสนับสนุนงานของแบงก์ให้ดีขึ้น พี่ก็จะคิดว่างานด้านใดควรลดคน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ งานใดจ้างคนอื่นมาทำได้ประหยัดต้นทุนกว่า ถ้าใครไม่ทำพี่ก็จะแจ้งเลยว่า ถ้าไม่โยกไม่ย้ายก็ต้องทำงานโดยไม่รับเงินเดือน แต่พอมีคุณสุพจนน์มาทำงานด้วย เรื่องเหล่านี้ก็ง่ายเลย เพราะเขาสื่อสารและประสานความเข้าใจได้อย่างดี ปรับสาส์นที่พี่ต้องสื่อสารตรงไปตรงมาให้นุ่มนวล น่าฟัง รื่นหูขึ้น พนักงานเข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งตอนนั้นต้องลดคนในฝ่ายพัฒนาองค์กรลง แต่เพิ่มฝ่ายที่ต้องติดตามดูหนี้เสียดูสินเชื่อให้มากขึ้น ก็สามารถทำได้อย่างดีแบบนุ่มนวล ไม่สร้างปัญหาใหม่

ข้อดีของคนที่มีระเบียบมาทำงานกับเรา คือ ในระหว่างที่เราจะมุ่งเดินหน้าทำตามนโยบาย เราจะมีคนที่มีระเบียบตรึกตรองช่วยระวังหลังให้เรา แม้อาจจะดูรำคาญกันบ้าง แต่มีข้อดีมาก ทำให้เห็นว่าอันไหนที่เราทำเหมาะไม่เหมาะ เพราะเขารู้กฎเกณฑ์ดีมาก เพราะกฎธนาคารรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเหมือนกัน เวลาทำงานพี่อาจจะดูโหด แต่จริงๆ เราแค่พยายามจัดการให้งานเดินหน้า เพราะพี่พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่ามาที่นี่ไม่ได้ต้องการทำงานให้ใครรัก แต่ต้องทำให้ที่นี่อยู่รอดและดีขึ้นให้ได้เท่านั้น ส่วนคุณสุพจน์ต้องอยู่กับคนที่นี่อีกนาน ก็ต้องไป
ปลอบโยนพนักงานกันไป แต่ที่พี่ทำ คือ ที่สุดเราแค่ปูทางให้ ถึงเวลาก็ต้องไป เพราะงั้นถ้าการงานเดินได้ก็พอแล้ว

สำหรับสาลินี แล้ว ทั้งหมดนี้คือส่วนผสมหลายสูตรที่แตกต่าง แต่มาผสานกันได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ที่บ้านหลังใหม่ในเอสเอ็มอีแบงก์

“ข้อดีของการเอาคนนิสัยไม่ตรงกันเข้ามาทำงานร่วมกัน ก็มีข้อดีมากกว่า เพราะเราจะเข้าใจกันและรู้วิธีการทำงานร่วมกันเพื่อให้งานดีขึ้นได้ และในความต่างเราก็มีความเหมือนกัน คือ เราต่างก็อยากให้ที่นี่ดีขึ้น มีดีเทอร์มิเนชั่นที่สูงเหมือนกัน แต่เขาแสดงออกมาในการอยู่ออฟฟิศ แต่อีกคนต้องประสานต้องติดต่อข้างนอก ทำให้งานที่จะทำเดินหน้าได้เร็ว โดยที่งานข้างหลังไม่สะดุด” สาลินี จบการสนทนาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจ

 

คู่หูนักบริหาร เอสเอ็มอีแบงก์

สุพจน์ หัวเราะร่วนอย่างคนอารมณ์ดีที่เข้าใจโลกและชีวิต เมื่อถูกถามว่า ทำงานเข้าขากับประธานสาลินีหรือไม่ ถึงได้มีข่าวลือว่าจะยุบเอสเอ็มอีแบงก์อีกแล้วก่อนที่เจ้าตัวจะชี้แจงว่า แม้จะงุนงงอยู่บ้างที่มีการกลับมาลือกันอีก แต่ก็ไม่แปลกใจ และไม่เป็นไร เพราะพวกเราที่เอสเอ็มอีแบงก์มีขวัญกำลังใจเต็มร้อยและเพิ่งเข้าพบท่านนายกฯ ไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไร

“แม้จะมีปัญหาอุปสรรคอะไร ผมก็จะทำให้ดีที่สุด เพราะสาเหตุที่มาสมัครเป็นกรรมการผู้จัดการที่นี่ก็เพราะผู้หญิงที่ชื่อ สาลินี เพราะเดิมตั้งใจจะทำงานและเกษียณอยู่กับธนาคารออมสิน แต่เมื่อมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณสาลินีในสมัยที่ทำงานอยู่ที่ธนาคารออมสิน เรื่องสินเชื่อ OTOP ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครอาสาทำเรื่องนี้ได้ แต่ผมยกมือขึ้นเพื่ออาสาทำและทำงานนั้นจนสำเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ก็จบและส่งงานจนคุณสาลินีถามหาและอยากรู้จักคนทำงานนี้”สุพจน์ เล่าย้อนถึงแรงบันดาลใจที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวัยเลข 5

กระทั่งสาลินี เกษียณจากแบงก์ชาติมาเป็นประธานที่เอสเอ็มอีแบงก์ และมีการเปิดรับสมัครกรรมการผู้จัดการก็ไม่มีคนมาสุพจน์ผมเลยลองทบทวนคุณสมบัติตัวเองอยู่หลายรอบ จนตัดสินใจมายื่นใบสมัคร กระทั่งได้รับตำแหน่งและได้มาร่วมงานกันจริง เพราะตั้งแต่ครั้งที่ร่วมงาน OTOP ก็คิดว่าอยากทำงานกับผู้หญิงที่ชื่อ สาลินี วังตาล ทันทีเลยเพราะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เก่งทำงานเร็ว รอบคอบ จับงานใดก็สำเร็จลุล่วงด้วยดีเสมอ ทำให้มั่นใจที่จะมาร่วมงานด้วย ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ “ยังไม่ผิดหวังที่ตัดสินใจมาทำงานที่เอสเอ็มอีแบงก์”

“การทำงานร่วมกันไม่มีปัญหาเลย เพราะผมทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะงานด้านการบริหารจัดการคนผมจะมีประสบการณ์ แต่ท่านประธานทำงานเชิงนโยบาย ผมจึงดูงานด้านคนและการปล่อยสินเชื่อ แต่ท่านประธานรับงานด้านดูแลหนี้เอ็นพีแอลให้ งานเลยเดินได้เร็วตามแผนได้ดี ผมรู้สึกชื่นชมเพราะท่านประธานเป็นคนที่มีประสบการณ์สูง และมียุทธศาสตร์ในการทำงาน ทำให้ผมทำงานสนุก และรู้สึกอยากทำงาน
บางทีทำงานตี 2 ตี 3 ยังนั่งทำอยู่เลย เพราะท่านประธานคิดงานเก่ง ผมเลยมีงานใหม่ๆ ให้ทำเสมอ และผมต้องเตรียมพร้อมตลอด เพราะท่านเป็นคนใจร้อนในการตามงาน สั่งอะไรไปหรือไปประชุมออกจากห้องประชุมมาท่านจะต้องโทรมาสอบถามผลการประชุมตามความคืบหน้าของงาน ตอนหลังผมก็รู้สไตล์เลยออกจากห้องประชุมปุ๊บโทรไปรายงานก่อนเลย งานเราเลยเดินเร็ว”

“อีกอย่างผมชอบท่านประธาน เพราะท่านเป็นผู้หญิงใจนักเลง จะเรียกนักเลงแห่งวังบางขุนพรหมก็ไดน้ ะ อีกอย่างถ้าท่านไม่ใช่คนเสียสละไม่รักเอสเอ็มอีแบงก์ คงไม่มารับงานแบงก์สีเทาที่เต็มไปด้วยหนี้เน่าหรอก ที่สำคัญท่านเป็นคนที่จะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้มันทำให้คนที่เดินตามอุ่นใจและมุ่งมั่นที่จะทำงาน ทำให้การทำงานที่ต้องเดินไปข้างหน้าเชื่อมั่นว่าจะล้างแบงก์สีเทาให้ดีขึ้นได้ การทำงานของผมกับท่านจะเรียกว่าเป็นความต่างที่ลงตัวก็ไม่ผิด เพราะมันทำให้ทุกอย่างลงตัวพอดี” สุพจน์ กล่าวทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท