
ในการเปลี่ยนแปลง...
เห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมจากกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
เห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมจากกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่งตั้งเครือญาติเข้าดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ และหรือผู้ช่วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไหมครับ?
หลังจากสื่อมวลชนได้รายงานข่าวว่า มี สนช.จำนวนหนึ่งแต่งตั้งบุตร ภรรยา เข้ารับตำแหน่งดังกล่าวก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันขรมไปหมด ในที่สุดคณะกรรมการประสานงาน (วิป) สนช. จึงมีมติให้ผู้ที่ได้ดำเนินการเช่นนั้นไปแล้วแก้ไขปัญหาด้วยการไปขอให้ญาติพี่น้อง บุตร ภรรยาทั้งหลายลาออกไปเสีย ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานการเมืองที่ดี
คุณูปการอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ คือ ได้เกิดมาตรฐานทางสังคมขึ้นมาเป็นที่ชัดเจนกันแล้วว่า เรื่องอย่างนี้แม้ทำได้แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ ไม่สมควรทำเพราะมันเป็นเรื่องจริยธรรม
จริยธรรม คือ ธรรมที่ควรประพฤติปฏิบัติ
แม้จะเป็นประเด็นเล็กๆ แต่ผมว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างโครมครามแบบนี้เป็นการตั้งค่ามาตรฐานใหม่ที่ชัดเจนในสังคมที่น่าสนใจ เพราะมันจะกระเทือนไปหมด ไม่ใช่แต่ในรัฐสภาเท่านั้น แต่เมื่อมาตรฐานนี้จำหลักลงอย่างหนักแน่น มันก็จะกระจายไปยังองค์กรอื่นๆ อีกด้วย
การตั้งค่ามาตรฐานใหม่ทางสังคมบางอย่างต้องลงไม้ลงมือจนเสียเลือดเสียเนื้อ บางอย่างก็เบียดๆ กันไปอย่างกรณีนี้เป็นต้น บางอย่างก็เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก อาศัยการถาโถมของคนรุ่นเดียวไม่ได้ การจะขยับมาตรฐานบางอย่างต้องใช้พละกำลังของคนรุ่นแล้วรุ่นเล่ามันถึงจะเกิดขึ้น แต่ถ้าเลือกได้การเปลี่ยนแปลงแบบนี้น่าจะดีที่สุด นิ่มนวลที่สุดแล้ว
จะมีอะไรดีไปกว่าการพูดกันด้วยเหตุด้วยผล การด่าทอ ทะเลาะวิวาท หรือลงไม้ลงมือกัน แม้บ่อยครั้งจะนำมาซึ่งสิ่งใหม่ที่น่าชื่นชม แต่ความสูญเสียใดๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าชื่นชม
ไม่ว่าจะเป็นยุคปฏิรูปจริงหรือปฏิรูปเทียม การตั้งค่ามาตรฐานใหม่นี้ก็เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
กรณีคุณทิชา ณ นคร ลาออกจาก สนช. และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็อยู่ในวิถีเช่นเดียวกัน
คุณทิชา เป็นผู้หญิงแถวหน้าที่ต่อสู้เรื่องสิทธิสตรีและคนด้อยโอกาส เธอปรารถนาที่จะให้มีการกำหนดสัดส่วนการเป็นตัวแทนของผู้ที่อยู่ในบัญชีเลือกตั้งไว้ว่า ต้องเป็นผู้หญิงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 กล่าวโดยรวมๆ ได้ว่า ถ้าทำเช่นนั้นแล้วเชื่อว่าปัญหาของผู้หญิงไทยจะลดลง สถานภาพของผู้หญิงในสังคมจะดีขึ้นด้วย มีผู้หญิงซึ่งเข้าใจปมต่างๆ ไปสางปมเหล่านั้นให้คลี่คลายลง
จะด้วยเหตุใดก็ตาม ดูเหมือนฉันทามติของคนในสังคมยังไม่คล้อยตามนั้นนัก
ในช่วงหลายสิบปีมานี้มีการกำหนดมาตรฐานใหม่ทางสังคมขึ้นหลายประการ พรมแดนของค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี หลักคิด ฯลฯ หลายอย่างก็เขยื้อนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
ระหว่างโจษกันขรมเรื่อง สนช.แต่งตั้งบุตร ภรรยา เป็นผู้ช่วย และหรือผู้เชี่ยวชาญประจำตัว และคุณทิชาพยายามต่อสู้ให้ได้มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า ต้องมีชื่อผู้หญิง 1 ใน 3 ตามที่ว่า หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ตีพิมพ์ภาพงานคาร์นิวัลในต่างประเทศ โดยใช้หัวเรื่องพร้อมบรรยายว่า งานวิปริตผิดเพศ
เมื่องานคาร์นิวัลของกลุ่มรักร่วมเพศถูกเรียกและบรรยายว่า งานวิปริตผิดเพศ พร้อมๆ กับการแชร์ไปในโลกออนไลน์พร้อมคำถามของนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ว่า เป็นการใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมหรือไม่ บ้างก็มีคำเสียดสีตามไปด้วยว่า เป็นการแสดงถึงทัศนคติที่บ่งถึงการเป็นรากหญ้าในโลกที่สาม
ขณะที่ไฟลุกน้อยๆ ในจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือนั้น ความแตกต่างทางโลกทัศน์ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของระยะที่บ่งบอกถึงเส้นแบ่งบางประการในสังคมก็ปรากฏชัดโดยไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ให้ลึกซึ้ง
ค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี หลักคิด มาตรฐานทางสังคม ฯลฯ หลายอย่างที่เขยื้อนไปนั้นได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ การใช้ชีวิตใหม่ และสีสันใหม่ๆ ในสรรพชีวิตสุดจะคณานับ
แน่นอนว่าบางด้านงดงามตระการตา บางด้านน่าเศร้า
ทุกช่วงตอนของมนุษยชาติ มีผู้อุทิศตนต่อสู้เพื่อเขยื้อนหลักที่มองไม่เห็น หลายคนจากไปโดยปราศจากความรับรู้หรือความทรงจำของผู้ตามมาใช้ทางนั้นภายหลัง การอุทิศตนนั้นบ่อยครั้งก็ทำไปด้วยไม่เจตนา บ้างก็ด้วยอุดมการณ์หรือความเชื่อ บ้างก็ด้วยความเขลา ความเห็นแก่ได้ และความน่าเกลียดน่าชัง บางคนใช้ท่วงท่าแบบวีรชน บางคนถาโถมเข้าใส่ด้วยไฟแห่งชีวิต แต่ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้ล่ะ
เสรีภาพของกะเทยหัวโปกได้มาโดยน้ำตาของผู้ผ่านมาแล้วจำนวนมาก เสรีภาพของผู้คนในประเทศก็มาจากหยาดเหงื่อ เลือด และชีวิตของวีรชนจำนวนมากเช่นกัน ฯลฯ
ถ้าการเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างสันติและด้วยเหตุด้วยผล ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ใช่ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นทุกครั้งไป
นี่เป็นเรื่องที่ต้องตระหนักไว้จริงๆ







