posttoday
แล้งสะท้านอ่างสะเทือนน้องนางสะอื้น

แล้งสะท้านอ่างสะเทือนน้องนางสะอื้น

20 มิถุนายน 2553

แหล่งพักอารมณ์ของชายวัยคะนองเลยถูกมองว่าเป็นตัวการแย่งน้ำจากชาวไร่ชาวนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเคยมีการเสนอให้จำกัดการจ่ายน้ำให้อาบอบนวด เมื่อภัยแล้งมาเยือนก็เลยทำให้นึกถึงประเด็นนี้อีกครั้ง

แหล่งพักอารมณ์ของชายวัยคะนองเลยถูกมองว่าเป็นตัวการแย่งน้ำจากชาวไร่ชาวนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเคยมีการเสนอให้จำกัดการจ่ายน้ำให้อาบอบนวด เมื่อภัยแล้งมาเยือนก็เลยทำให้นึกถึงประเด็นนี้อีกครั้ง

โดย...ทีมข่าวแซ่ด

“ภัยแล้ง” ปีนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดแม้ขณะนี้จะย่างเข้าต้นฤดูฝนแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าฝนที่ตกลงมาบ้างแล้วไม่ตกลงในพื้นที่เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ร้อนถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเร่งทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำให้เขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้มีปริมาณมากพอ

คนที่อยู่ในเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ หรือกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร อาจไม่สะทกสะท้านจากปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากมีน้ำประปาใช้อย่างสุขสบาย จนบางครั้งใช้กันจนไม่ลืมหูลืมตา เปิดทิ้งไหลเจิ่งนองพื้นเป็นวันเป็นคืน ลืมคิดไปว่ายังมีชาวบ้านในชนบทห่างไกลอีกหลายครอบครัวกำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนัก อย่าว่าแต่น้ำทำการเกษตรเลย แม้แต่น้ำจะดื่มกินก็ยังหายาก

แล้งสะท้านอ่างสะเทือนน้องนางสะอื้น ภาพประกอบข่าว

“อาบอบนวด” ถือเป็นสถานบริการที่ใช้น้ำจำนวนมหาศาลเพื่อชำระร่างกายหนุ่มขี้เมื่อยที่แวะเวียนมาใช้บริการ ว่ากันว่าในแต่ละปีอาบอบนวดในกรุงเทพฯ ใช้น้ำหลายร้อยล้านลิตร แหล่งพักอารมณ์ของชายวัยคะนองเลยถูกมองว่าเป็นตัวการแย่งน้ำจากชาวไร่ชาวนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเคยมีการเสนอให้จำกัดการจ่ายน้ำให้อาบอบนวด เมื่อภัยแล้งมาเยือนก็เลยทำให้นึกถึงประเด็นนี้อีกครั้ง

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตผู้บริหารอาบอบนวดหลายแห่ง บอกว่า ในอดีตทางการไม่เคยจำกัดการจ่ายน้ำให้อาบอบนวด จึงใช้น้ำกันอย่างฟุ่มเฟือย จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเก็บค่าน้ำจากอาบอบนวดเสียใหม่ โดยเก็บคนละอัตรากับประชาชนทั่วไป เนื่องจากใช้น้ำจำนวนมาก สถานบริการบางแห่งใช้น้ำต่อวันมากกว่าการทำนา 100 ไร่เสียอีก

เขามองว่าอาบอบนวดเป็นสถานบริการประเภทใช้น้ำฟุ่มเฟือยและสิ้นเปลือง ไม่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน บางครั้งเปิดน้ำทิ้งจำนวนมหาศาล ขณะที่คนต่างจังหวัดอดน้ำแทบตาย น้ำจะทำนาก็ยังไม่มี

แม้จะประสบปัญหาภัยแล้งหนักหนาเพียงใด แต่ชูวิทย์บอกว่าอาบอบนวดในกรุงเทพฯ ก็ไม่เดือดร้อน เนื่องจาก 80% ใช้น้ำบาดาล บางแห่งก็ขโมยน้ำประปาใช้อย่างไม่เกรงกลัว เจ้าหน้าที่รัฐก็รู้ แต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่ไม่ยักบอกเป็นของใคร

จากการสอบถามผู้ประกอบการอาบอบนวดบางแห่ง ทำให้ทราบว่าเขาไม่ได้มีความกังวลแม้ภัยแล้งจะมาเยือน หรือทางการจะจำกัดการใช้น้ำ เนื่องจากการใช้น้ำในกิจการอาบอบนวดส่วนมากจะนำน้ำที่ใช้แล้วมาบำบัดเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่

“ในธุรกิจอาบอบนวดเกือบทุกแห่งจะนำน้ำที่ใช้แล้วในแต่ละครั้งไปพักไว้ที่บ่อบำบัดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนใหญ่น้ำที่ใช้จะเป็นน้ำบาดาลกับน้ำประปา การบำบัดเพื่อนำกลับมาใช้เป็นในลักษณะเดียวกับธุรกิจโรงแรม” ผู้ประกอบการรายหนึ่งบอก

เขาบอกว่าหนุ่มขี้เมื่อยไม่ต้องตกใจในความสกปรก เพราะน้ำที่ใช้แล้วจะถูกแยกต่างหาก แยกจากน้ำที่ใช้กับชักโครกและอ่างล้างหน้า อย่างไรก็ตาม ที่กังวลว่าอาบอบนวดฟุ่มเฟือยแย่งน้ำจากเกษตรกร ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะมีระบบการจัดการที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้

น้องเมจิ สาวไซด์ไลน์ย่านรัชดาฯ บอกว่า พอจะทราบถึงภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่คิดว่าเจ้าของกิจการคงมีวิธีรับมือกับการใช้น้ำอยู่แล้ว เพราะยังไม่เคยได้ยินเจ้าของบอกให้ใช้น้ำน้อยลงกว่าที่แล้วมา

“หนูว่าภัยแล้งไม่เกี่ยวกับการใช้น้ำในสถานบริการหรอก เพราะอาบอบนวดในกรุงเทพฯ มีเยอะแยะ ต่างจังหวัดก็มีอาบอบนวดมาก ถ้าภัยแล้งทำให้กระทบกับการทำงานก็คงมีข่าวแล้ว”

น้องเมจิ บอกว่า พวกเธออายุการทำงานสั้นไม่ถึง 10 ปี บางคนอายุ 30 ปี ก็เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ หากต้องปรับตัวหางานอื่นในอนาคตเพราะปัญหาภัยแล้งก็ต้องทำใจ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง เด็กที่จะเข้ามาทำงานในอนาคตก็คงลำบาก หรือถ้าเจ้าของกิจการต้องปรับตัวอาจเปิดน้ำให้น้อยลง แล้วใช้ฝักบัวให้มากขึ้นกว่าเปิดน้ำใส่ในอ่าง

เช่นเดียวกับ น้องใบเฟิร์น ทำงานไซด์ไลน์อยู่อาบอบนวดย่านพระราม 9 บอกว่า ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นทุกปีแต่ไม่เคยกระทบ แต่หากปีนี้มีมาตรการต้องจำกัดการใช้น้ำคงเดือดร้อนแน่นอน เพราะอาชีพนี้ต้องอยู่กับน้ำตลอดเวลา

หากไม่มีน้ำแล้วลูกค้าจะลงอ่างได้อย่างไร ลงอ่างโดยไม่มีน้ำคงไม่มีใครมาใช้บริการ หรือจะให้เปิดฝักบัวอาบน้ำลูกค้าอย่างเดียว หากเป็นเช่นนั้นลูกค้าคงจะน้อยลง รายได้คงจะลดลงตามมาด้วย ไม่มีวิธีการแก้อย่างอื่นแล้วหรือ

เธอมองว่าหากรัฐบาลใช้มาตรการคุมเข้มการใช้น้ำกับอาบอบนวด ถือเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด และไม่เป็นธรรมที่คุมการใช้น้ำเฉพาะอาชีพอาบอบนวด หากเป็นเช่นนั้นจริงคงมีม็อบสาวอาบอบนวดไปประท้วงหน้าทำเนียบฯ เหมือนกับคนเสื้อแดง อย่าลืมว่าคนทำงานอาชีพนี้มีไม่ใช่น้อย ถ้าออกมาประท้วงคงเต็มทำเนียบฯ

และหากจะขึ้นค่าน้ำสถานบริการอาบอบนวดเธอก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ขึ้นค่าน้ำแล้วคิดว่าคนจะใช้น้ำน้อยลงหรือ คนมาเที่ยวก็ต้องลงอ่างน้ำ พวกตนก็ยังเปิดน้ำใส่อ่างเท่าเดิม ถ้ายุ่งยากมากนักต่อไปลูกค้าไม่ต้องลงอ่างแล้ว ตักน้ำใส่ขันอาบให้ประหยัดดี และหากคนในรัฐบาลมาเที่ยวก็จะไม่อาบน้ำให้ มาถึงก็นวดกันเลย

“พวกหนูทำงานด้านนี้ต้องใช้น้ำ อยู่กับน้ำ ปัญหาภัยแล้งรัฐบาลก็ต้องแก้ไข แต่ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ ไฟดับยังจุดเทียนได้ แต่ถ้าไม่มีน้ำพวกหนูจะทำงานได้อย่างไร อดข้าวยังไม่ตายเพราะยังดื่มน้ำได้ แต่ถ้าอดน้ำตายสถานเดียว พวกหนูทำงานอาบอบนวดเสียเปรียบ หากคุมการใช้น้ำจริงไปประท้วงที่ทำเนียบฯ แน่นอน ดังนั้นอย่าคิดมากกลัวจะไม่มีน้ำใช้ อีกหน่อยน้ำแข็งขั้วโลกก็ละลาย น้ำก็ไหลมาเอง” เธอกล่าวอย่างเซ็งๆ

ปัญหาที่เหล่าน้องหนูกังวลก็ได้รับการยืนยันจากปาก เจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ทันทีว่า กปน.จะสามารถจ่ายน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงสมาชิกชาวอ่างได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอแน่นอน จึงไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไม่พอใช้

ถึงแม้ดูเหมือนว่าอาบอบนวดจะมีอัตราการใช้น้ำที่ค่อนข้างสิ้นเปลือง แต่หากพิจารณาอย่างเป็นธรรม ก็ไม่ต่างไปจากที่พักอาศัยขนาดใหญ่ที่มีการใช้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้ว่าการ กปน. มีข้อแนะนำเบื้องต้นว่า ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือ ควรงดอาบน้ำในอ่าง แล้วหันมาอาบน้ำด้วยฝักบัวแทน จะช่วยชาติประหยัดได้อย่างเห็นผล และควรรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด

ได้ฟังแบบนี้ น้องหนูนวลนางในตู้กระจกก็คงสบายใจขึ้น นอกจากอ่างไม่ขาดน้ำแล้ว พวกเธอจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่ต้องลุกขึ้นมาประท้วงตามคำขู่จนอ่างแตก (อิอิ) !!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท