posttoday
แพะไม่รับบาป

แพะไม่รับบาป

01 มีนาคม 2558

สัปดาห์ที่แล้ว ผมเล่าเรื่องนัยของแพะตามความเชื่อของจีน โดยเทียบกับภาพเขียนที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะ คือ “ภาพหยางคู่”

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

สัปดาห์ที่แล้ว ผมเล่าเรื่องนัยของแพะตามความเชื่อของจีน โดยเทียบกับภาพเขียนที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะ คือ “ภาพหยางคู่” หรือภาพแพะกับแกะ ของ จ้าวเมิ่งฝู ซึ่งแฝงนัยการเมืองเรื่องรับใช้คนต่างชาติ

ดังที่กล่าวไว้ว่า จ้าวเมิ่งฝู เป็นเชื้อพระวงศ์ซ่ง แต่กลับมาเป็นขุนนางรับใช้พวกมองโกล ที่โค่นล้มราชวงศ์ซ่ง ทำให้เป็นข้อครหามานานกว่า 800 ปี แม้จะเป็นยอดพหูสูตแห่งยุค แต่เพราะลดตัวไปรับใช้พวกต่างด้าว ทำให้ชื่อเสียงของเขามัวหมองไปด้วย ในสายตาพวกรักชาติแบบยอมหักไม่ยอมงอ

แต่ จ้าวเมิ่งฝู วาดรูปแพะกับแกะ เพื่อจะบอกว่า เขาจะไม่ยอมเป็นแพะรับบาปทางประวัติศาสตร์ และยืนยันว่า มองโกลช่วยปราบทุกเข็ญ ทำให้แผ่นดินจีนเป็นเอกภาพอีกครั้ง อีกทั้งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน จะพบว่า ท่านจ้าวรับภารกิจทางประวัติศาสตร์ ใช้วัฒนธรรมฮั่นกล่อมเกลาพวก “คนเถื่อน” ถือเป็นคุณูปการไม่น้อย

ภาพแพะกับแกะนั้นหมายถึงเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์ฮั่น เกี่ยวพันกับขุนนางสำคัญ คือ หลี่หลิง และ ซูอู่ ทั้งสองคนตกอยู่ในสภาพการณ์ไม่ต่างกับจ้าวเมิ่งฝูนัก

หลี่หลิง เป็นขุนพลได้รับบัญชาจากพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ไปรบพวกซยฺงหนูที่เทือกเขาอัลไต แต่ถูกปิดล้อมจนต้องยอมจำนนพวกชนป่าเถื่อนสวามิภักดิ์เป็นข้ารับใช้ จนได้ดิบได้ดี ทำให้พระเจ้าฮั่นอู่ตี้พิโรธมาก กระนั้นแม้จะได้ดีแต่ หลี่หลิงต้องจมอยู่กับความอับอายไปชั่วกัลปาวสาน ทั้งครอบครัวที่บ้านเกิดยังต้องถูกประหารจนสิ้น เพราะหัวหน้าครอบครัวขายชาติเอาตัวรอด

แต่ในเวลาเดียวกัน ฮั่นอู่ตี้ ส่ง ซูอู่ เป็นทูตไปเจรจากับพวกคนเถื่อน ปรากฏว่า เขาถูกพวกซยฺงหนูจับตัวไว้ บีบบังคับให้ยอมจำนน แม้แต่ หลี่หลิง ก็คอยมาหว่านล้อมด้วยแต่ไม่เป็นผล ทำให้ ซุอู่ ถูกเนรเทศไปเลี้ยงปศุสัตว์ในที่กันดารห่างไกล ต้องกินหญ้ากับหนูนาประทังชีวิต แต่ถึงขนาดนี้แล้ว ก็ยังยืนหยัด ไม่ยอมวางคทาราชทูต คอยเลี้ยงสัตว์ไป ถือคทาราชทูตไป กระทั่งผ่านไป 19 ปี จึงถูกปล่อยตัวกลับบ้านเกิดในแผ่นดินพระเจ้าฮั่นเจาตี้ ได้เป็นขุนนางใหญ่ในรัชกาลต่อๆ มา มีเกียรติยศเลื่องลือ ผู้คนยุคหลังมักวาดภาพของ ซูอู่ถือคทาราชทูตเลี้ยงฝูงแพะแกะ เป็นภาพเตือนใจถึงความจงรักภักดี มั่นคงไม่ย่อท้อต่อการกดขี่

ตัวหยางในภาพนี้ ตัวหนึ่งยืนองอาจ ตัวหนึ่งค้อมศีรษะต่ำต้อย หมายถึงผู้ใดย่อมชัดเจน แต่ที่ยังไม่ชัดเจนคือ จ้าวเมิ่งฝู เปรียบเทียบตัวเองเป็นใคร ระหว่าง หลี่หลิง กับ ซูอู่ ซึ่งบางท่านว่า เขาเปรียบตัวเองเป็น หลี่หลิง เพราะไม่อยากจะเป็นคนซื่อสัตย์แต่ต้องทรมานเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะนานนับสิบๆ ปี อีกทั้งในสมัยราชวงศ์ซ่ง ยังมีตัวอย่างเมื่อครั้งที่พระเจ้าซ่งฮุ่ยจง บรรพชนราชสกุลจ้าวถูกพวกกิมก๊กจับตัวไป แล้วเหยียดหยามพระเกียรติยศ บังคับให้พระองค์เลี้ยงแกะกลางทุ่งเวิ้งว้าง

ด้วยเหตุนี้คนรุ่นหลังจึงเห็นใจจ้าวเมิ่งฝูมาก และยกให้ภาพแพะแกะสองตัว เป็นงานชิ้นเอกที่แฝงนัยลึกซึ้ง 2 นัย คือ นัยมงคล ยืนหยัดในกตัญญูต่อแผ่นดิน และนัยแห่งการดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างพลิกแพลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท