posttoday
แคปซูลอวกาศมุ่งสู่ดาวอังคาร

แคปซูลอวกาศมุ่งสู่ดาวอังคาร

01 มีนาคม 2558

เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมายานโอไรออน (Orion) โครงการใหม่ขององค์การนาซาได้บินทดสอบเป็นครั้งแรก

 

เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมายานโอไรออน (Orion) โครงการใหม่ขององค์การนาซาได้บินทดสอบเป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวแรกแห่งการเริ่มใหม่ของการเดินทางด้วยยานอวกาศระยะทางไกลที่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย ยานโอไรออนถูกส่งด้วยจรวดที่ทรงพลังที่สุดที่เคยมีมาและจะไปยังดาวอังคารในอนาคต บนชั้น 16 ของศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา คือ ที่เก็บซาก 8.4 หมื่นชิ้นของกระสวยอวกาศโคลัมเบีย ซึ่งระเบิดกลางอากาศเหนือรัฐเทกซัสเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2003 ไม่นานก่อนลงจอด ลูกเรือทั้ง 7 คนเสียชีวิต ความหายนะครั้งนั้นถูกทำนายไว้ตั้งแต่ 16 วันก่อนหน้า เมื่อวัสดุฉนวนชิ้นหนึ่งหลุดร่วงและสร้างความเสียหายแก่แผงกันความร้อนบนปีกข้างหนึ่ง การจัดการและอุปกรณ์ที่ดีขึ้นอาจช่วยให้หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุครั้งนั้นได้

เมื่อองค์การนาซาทำการบินทดสอบโครงการใหม่ชื่อ โอไรออน เป็นครั้งแรกแบบไร้ลูกเรือ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2014 เป้าหมายหลักคือ ความปลอดภัย โอไรออน คือ แคปซูลอวกาศลำใหม่ล่าสุดขององค์การนาซา และนับเป็นจุดพลิกฟื้นงานสำรวจอวกาศด้วยมนุษย์ขึ้นใหม่ในอนาคตที่กำลังจะมาถึง เริ่มด้วยการใช้แคปซูลในภารกิจระยะสั้น เช่น การเยือนดาวเคราะห์น้อยใกล้ดวงจันทร์ แล้วจึงนำมนุษย์อวกาศไปดาวอังคาร ประสบการณ์จากยานโคลัมเบียก่อให้เกิดมาตรการความปลอดภัยหลายอย่างขณะส่งขึ้น ตัวแคปซูลจะติดอยู่กับโมดูลฉุกเฉินที่ดึงลูกเรือพ้นอันตรายได้ภายในไม่กี่มิลลิวินาที และเมื่อกลับเข้าสู่บรรยากาศ ก็มีแผงกันความร้อนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีการสร้างขึ้นคอยปกป้อง

สู่อวกาศ 5,800 กิโลเมตร

ยานโอไรออน ถูกส่งขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดี ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยจรวดเดลตา 4 ซึ่งทรงพลังที่สุดที่สหรัฐมีอยู่ในปัจจุบัน ภารกิจแรกจะเป็นการวนรอบโลกสองรอบ รอบแรกยานโอไรออนจะแยกจากโมดูลฉุกเฉิน และใช้โมดูลบริการเป็นตัวขับเคลื่อน รอบที่สองยานจะเบนออกไปไกลจากโลก 5,800 กิโลเมตร จากนั้นจะบินกลับผ่านบรรยากาศด้วยความเร็ว 3.2 หมื่นกิโลเมตร/
ชั่วโมง หรือร้อยละ 84 ของความเร็วที่จะใช้ในขากลับจากภารกิจจริง อุณหภูมิที่แคปซูลต้องเผชิญในบรรยากาศจะสูงกว่า 2,200 องศาเซลเซียส

การทดสอบไร้มนุษย์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อดูว่าแคปซูลจะแยกตัวจากจรวดอย่างไร แผงกันความร้อนใช้ได้หรือไม่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะทำงานในสภาวะสุดขั้วได้ไหม ตัวรับรู้และกล้องจะบันทึกอุณหภูมิ รังสี และความสั่นสะเทือนไว้ มีการวางแผนให้เกิดการบินไร้มนุษย์ขึ้นอีกในปี 2018 ซึ่งจะทดสอบจรวดรุ่นใหม่ SLS (Space Launch System) ขององค์การนาซาด้วยภารกิจวนรอบดวงจันทร์ การบินพร้อมมนุษย์จะเกิดขึ้นในปีนี้และหากทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ยานโอไรออนก็จะมุ่งสู่ดาวอังคารในปี 2030

โอไรออนคืออะพอลโลที่โด๊ปแล้ว

ยานโอไรออนได้สมญาว่าเป็น “อะพอลโลอัดสเตียรอยด์” เพราะตัวแคปซูลเหมือนกับยานอะพอลโล ซึ่งนำชาวอเมริกันสู่ดวงจันทร์ในทศวรรษ 1960 และ 1970 ยานโอไรออนใหญ่กว่ายานอะพอลโลหนึ่งในสามเท่า และใช้คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังกว่ามาก อีกสิ่งหนึ่งที่ยานโอไรออนเหมือนอะพอลโลคือ ใช้จรวดเป็นตัวส่งขึ้น กลับสู่โลกในมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยร่มชูชีพ
สามชุด และมีเรือมารับ

แม้จะคล้ายกันหลายอย่าง ยานทั้งสองกลับต่างกันมาก ยานโอไรออนใหญ่กว่า และใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่า โดยเฉพาะความสามารถของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ก้าวหน้าเกินใคร คอมพิวเตอร์ในยานโอไรออนเร็วกว่าของยานอะพอลโล 4,000 เท่า ดำเนินการได้ 480 ล้านคำสั่ง/วินาที ขณะที่อะพอลโลรับมนุษย์อวกาศ 3 คนได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ โอไรออนจะมีลูกเรือสี่คนสำหรับภารกิจนี้ได้ถึง 21 วัน

ผู้ร่วมโครงการ 9,000 คน

จรวด SLS ยังอยู่ในช่วงพัฒนาการ แต่หากจรวดพร้อมเมื่อไร มันก็จะทะยานขึ้นด้วยพลังเครื่องยนต์และจรวดเสริมแบบเดียวกับกระสวยอวกาศ เครื่องยนต์บางชิ้นเอาของเก่ามาใช้แต่ระบบจรวดใหม่ก็ยังนับว่าพิเศษอย่างยิ่ง จรวด สร้างขึ้น 2 แบบ แบบที่หนึ่งพร้อมจะทดสอบในปี 2018 เมื่อเทียบกับจรวดแซตเทิร์น 5 ขององค์การนาซาที่ใช้ส่งยานอะพอลโลไปดวงจันทร์จะมีกำลังยกมากกว่าร้อยละ 10 แบบที่ 2 ซึ่งจะพร้อมภายในปีนี้ ยิ่งมีกำลังยกมากกว่าถึงร้อยละ 20 และเป็นจรวดที่ทรงพลังที่สุดที่เคยมีการสร้างขึ้น  เมื่อยานโอไรออนต้องเดินทางไปในอวกาศไกลกว่าที่มนุษย์คนใดเคยไปมาก่อน ซึ่งไม่เพียงสำรวจดาวเคราะห์น้อยใกล้ดวงจันทร์ แต่ไปไกลถึงดาวอังคาร นับว่าไกลกว่าวงโคจรใกล้โลกที่ 160-2,000 กิโลเมตร

โครงการโอไรออนมีเจ้าหน้าที่ 9,000 คน ผู้สร้างแคปซูลอวกาศคือ บริษัท อเมริกัน ล็อกฮีด มาร์ติน (American Lockheed Martin) โมดูลบริการสร้างโดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ส่วนจรวดเป็นงานพัฒนาของบริษัทโบอิงที่สร้างเครื่องบิน จะตั้งเป้าหมายการสำรวจอวกาศใหม่ให้ไปดาวเคราะห์น้อยก่อน แล้วจึงไปดาวอังคารต่อไป

ปลายทางสุดท้ายที่ดาวอังคาร

ดาวอังคารยังคงเป็นเป้าหมายสูงสุดของยานโอไรออน แม้ปริมาตร 9 ลูกบาศก์เมตรสำหรับมนุษย์อวกาศ 4 คนจะไม่ค่อยสะดวกสบายนักสำหรับภารกิจอวกาศที่ยาวนานกว่าหนึ่งปีแบบนี้ ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของโมดูลพักอาศัย และโมดูลบรรทุกของ ซึ่งสามารถต่อเชื่อมกับยานโอไรออน และมาพร้อมจรวดขับดันเพิ่มเติม รวมถึงอุปกรณ์สำหรับลงจอดบนดาวอังคาร ส่วนในแง่ของความปลอดภัยนั้น ภารกิจดาวอังคารยังต้องการการปกป้องมนุษย์อวกาศจากรังสีคอสมิก ซึ่งรุนแรงกว่ารังสีที่พบในภารกิจใกล้โลก ด้วยเหตุนี้ แผนไปดาวอังคารจึงเป็นอนาคตอันห่างไกล องค์การนาซาบอกว่า อาจไม่เกินปี 2030

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69