
สิงโตเขี้ยวทื่อเจ๊าจืดแอลจีเรีย0-0
“สิงโตคำราม” อังกฤษยังควานหาชัยชนะในศึกฟุตบอลโลก 2010 ไม่เจอ หลังลงสนามนัดที่ 2 กลุ่มซี เสมอแอลจีเรียไปแบบจืดชืดไร้สกอร์
“สิงโตคำราม” อังกฤษยังควานหาชัยชนะในศึกฟุตบอลโลก 2010 ไม่เจอ หลังลงสนามนัดที่ 2 กลุ่มซี เสมอแอลจีเรียไปแบบจืดชืดไร้สกอร์
“สิงโตคำราม” อังกฤษ ลงสนามนัดที่ 2 ของกลุ่มซี พบกับ แอลจีเรีย ที่สนามกรีน พอยต์ สเตเดียม โดยอังกฤษส่ง เดวิด เจมส์ ลงเฝ้าเสาแทน โรเบิร์ต กรีน นอกจากนี้ยังได้ แกเรธ แบร์รี หายเจ็บกลับมาช่วยทีม ขณะที่แอลจีเรียเปลี่ยนแปลงตัวผู้รักษาประตูเช่นกัน โดย ราอิส เอ็มโบลี ได้ลงทำหน้าที่แทน ฟาอูซี ซาอูชี ที่มีอาการบาดเจ็บ
ช่วงต้นเกมแทบไม่มีจังหวะลุ้นประตูอย่างหวาดเสียว อังกฤษครองเกมได้มากกว่า แต่มักทำเสียในจังหวะสุดท้าย ขณะที่แอลจีเรียคอยหาจังหวะสวนกลับ จนนาทีที่ 19 จึงได้โอกาสลุ้นเมื่อ คาริม ซิอานี เปิดบอลจากกราบขวาไปให้ ฮัสซัน เยบดา โหม่งบอลตรงตัว เดวิด เจมส์
นาที 27 อังกฤษได้ลุ้นบ้างจากลูกยิงไกลของ สตีเวน เจอร์ราร์ด แต่บอลก็ไปตรงตัว ราอิส เอ็มโบลี และหลังจากนั้น 5 นาที ทีมสิงโตคำรามน่าจะได้ประตูขึ้นนำ โดย อารอน เลนนอน ทำเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนเปิดเข้าเขตโทษ กองหลังแอลจีเรียโขกสกัดมาเข้าทาง แฟรงก์ แลมพาร์ด ได้ซัดด้วยซ้ายให้ เอ็มโบลี ต้องออกแรงพุ่งเซฟให้พ้นอันตราย
อังกฤษยังเจาะแนวรับอันเหนียวแน่นของแอลจีเรียไม่เข้า จึงต้องอาศัยลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ซึ่งทั้ง แบร์รี และ เวย์น รูนีย์ มีโอกาสส่องไกลในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากให้ เอ็มโบลี มากนัก จบครึ่งแรกเสมอ 0-0
เริ่มครึ่งหลัง เกมยังออกมาคล้ายครึ่งแรก แถมในนาทีที่ 58 เจมี คาร์ราเกอร์ รับใบเหลืองจากการไปทำฟาวล์เย็บดา ทำให้เกมสุดท้ายของรอบแรกที่ทีมผู้ดีจะพบกับสโลวีเนีย กองหลังจากลิเวอร์พูลรายนี้จะชวดลงสนาม เนื่องจากติดโทษแบน 1 นัดจากการสะสมครบ 2 ใบเหลือง
รูปเกมของอังกฤษังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น กุนซือฟาบิโอคาเปลโล จึงเปลี่ยน ชอน ไรท์ ฟิลลิปส์ ลงไปเดินเกมริมเส้นฝั่งขวาแทน อารอน เลนนอน ในนาทีที่ 63 และจากนั้น 6 นาที แบร์รี เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวามาให้ เจอร์ราร์ด ขึ้นโขก แต่บอลยังตรงตัว เอ็มโบลี
ช่วงท้ายเกม คาเปลโล ส่งกองหน้าลงหมดหน้าตักทั้ง เจอร์เมน เดโฟ และ ปีเตอร์ เคราช์ แต่เกมรุกของอังกฤษก็ยังไร้ประสิทธิภาพ ครบ 90 นาทีเสมอกันไปแบบจืดชืด 0-0
รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม
อังกฤษ : เดวิด เจมส์, เกล็น จอห์นสัน, เจมี คาร์ราเกอร์, จอห์น เทอร์รี, แอชลีย์ โคล, อารอน เลนนอน (ชอน ไรท์ ฟิลลิปส์ น.63), แฟรงก์ แลมพาร์ด, แกเรธ แบร์รี (ปีเตอร์ เคราช์ น.84), สตีเวน เจอร์ราร์ด, เวย์น รูนีย์, เอมิล เฮสกี (เจอร์เมน เดโฟ น.74)
แอลจีเรีย : ราอิส เอ็มโบลี, มาดยิด บูเกร์รา, นาดีร์ เบลฮัดจ์, อันธอร์ ยาเฮีย, ฟูเอ็ด คาดีร์, ฮัสซัน เย็บดา (ชาเมล เมสบาห์ น.88), เมห์ดี ลาเซน, ราฟิก ฮาลิเช, ไรอัด บูเดบูซ (ชาเมล อับดูน น.74), คาริม ซิอานี (แอดลีน เกดิอัวรา น.80), คาริม มัตมูร์
ผู้ตัดสิน : ราฟชาน อีร์มาตอฟ (อูซเบกิสถาน)







