
‘The Greatest Love’
พาไปซอยร่วมฤดี 2 เพื่อไปชมภาพพิมพ์ซึ่งโด่งดังมากในเวทีระดับโลกเมื่อปีที่แล้ว นั่นคือภาพ "The Greatest Love"
โดย...พริบพันดาว
พาไปซอยร่วมฤดี 2 เพื่อไปชมภาพพิมพ์ซึ่งโด่งดังมากในเวทีระดับโลกเมื่อปีที่แล้ว นั่นคือภาพ "The Greatest Love" ของ ไกรศักดิ์ จิรชัยสกุล ซึ่งคว้ารางวัล Gold Prize จากการประกวดงานศิลปะประเภทภาพพิมพ์ระดับโลก ในงาน International Biennial Print Exhibit : 2014 ROC ประเทศไต้หวัน จากงานที่ส่งประกวด 908 ชิ้นจาก 56 ประเทศ
ในวงการศิลปะร่วมสมัยใครๆ ก็อยากเห็นภาพพิมพ์ชิ้นนี้ที่เป็นภาพคนจำนวนมากที่ออกมาชุมนุมเพื่อชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไกรศักดิ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า งานชิ้นนี้ของเขานั้นสื่อความหมายของคนเป็นหลายหมื่นหลายแสนคนในภาพที่ต่างกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวเหมือนกันว่า “ทรงพระเจริญ”
ไกรศักดิ์เปิดบ้านต้อนรับ เขาดัดแปลงส่วนหนึ่งให้เป็นสตูดิโอภาพพิมพ์ในตัวให้เข้าไปสัมผัสกลิ่นอายของการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างไม่มีมิดเม้มปิดบัง
สิ่งสะดุดตาแรกก็คือ แท่นพิมพ์ที่เป็นสีชมพูเข้มสาดเข้านัยน์ตามาทันทีจนอดอมยิ้มไม่ได้ พร้อมกับกลิ่นสารเคมีจางๆ อวลอยู่ในบรรยากาศ เครื่องมือเครื่องใช้ดูสะอาดและวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขาชี้ชวนให้ดูรูปต่างๆ ที่ทำเสร็จแล้ว และบางส่วนที่ยังค้างคาในกระบวนการทำงานที่ยังไม่สิ้นสุดของภาพพิมพ์พิมพ์เทคนิคเมซโซทินต์ (Mezzotint) ซึ่งเป็นวิธีการทำภาพพิมพ์โลหะร่องลึก (intaglio) อย่างหนึ่ง โดยผิวหน้าของเพลตจะถูกสลักให้หยาบเหมือนกันทั่วเพลต ด้วยเครื่องมือโยกที่มีปลายเป็นรอยฟันเล็กๆ ที่เรียกว่า rocker วิธีนี้สร้างน้ำหนักบนเพลตที่ขัดมัน และไล่น้ำหนักจากเข้มไปอ่อนด้วยการขูดออกและขัดเงา
สำหรับเทคนิคเมซโซทินต์ ถูกคิดค้นขึ้นโดยนายทหารชาวเยอรมันชื่อ ลุดวิก ฟอน ซิเกน ในปี ค.ศ. 1642 โดยพัฒนาจากเทคนิคดั้งเดิมแต่โบราณที่สืบทอดกันมา ซึ่งมิได้แพร่หลายมากนัก อีกทั้งต้องใช้ทักษะเป็นอย่างมากจากการโยกกดเครื่องมือเฉพาะทาง ลงไปบนผิวหน้าของแผ่นทองแดงเพื่อเก็บซับหมึกพิมพ์ถึง 16 ทิศทาง ก่อนจะทำการฝนถูให้เกิดน้ำหนักของแสงเงา ประหนึ่งการวาดเส้น เพื่อให้เกิดรูปทรงที่มีน้ำหนักอ่อนแก่บนพื้นที่ว่างสีดำสนิท ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ล้วนต้องอาศัยเทคนิคฝีมือความละเอียดอ่อน ความชำนาญ และความเพียรพยายามอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์ ซึ่งนับวันจะหาศิลปินที่มีความสามารถในการพิมพ์ภาพด้วยเทคนิคเมซโซทินต์นี้ได้น้อยลงทุกที แม้ในวงการภาพพิมพ์ระดับโลกก็ตาม
ไกรศักดิ์ รู้เป้าหมายว่า การมาเยี่ยมเยือนสตูดิโอของเขาครั้งนี้ ก็เพื่อพูดคุยและมาขอดูภาพชิ้นเยี่ยม ภาพ "The Greatest Love" ที่ได้รางวัลจากไต้หวัน เขาเล่าถึงเหตุผลที่กรรมการให้รางวัลว่า
“เหตุผลที่ภาพของผมได้รางวัล ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ทำภาพคนเยอะๆ ในอากัปกิริยาที่แตกต่างกันไปโดยที่ไม่ซ้ำกันเลย แม้หน้าคนจะไม่ค่อยแตกต่างกันเลยเหมือนเป็นพี่น้องกันหมด อย่างในศิลปะไทยรูปคนก็หน้าคล้ายๆ กันหมด ส่วนประเด็นทางสังคมที่อยู่ในภาพ เขาก็พูดถึงอยู่ ของผมไม่ได้รุนแรงในมุมทางการเมือง เป็นเรื่องความรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ รางวัลที่ได้ก็ตกประมาณ 4 แสนกว่าบาท แต่เขาคิดภาษีหัก ณ ที่จ่ายก็หนักเหมือนกัน”
ภาพพิมพ์ของไกรศักดิ์เกือบทั้งหมดจะทำเป็นรูปในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเป็นการเกิดใหม่ทางศิลปะของเขา หลังจากวางมือไปหลายสิบปี หันหลังให้วงการศิลปะร่วมสมัยไปทำอาชีพอย่างอื่นหลายอาชีพ
“ผมกลับมาทำงานศิลปะประมาณ 4 ปี เป็นการกลับมาเกิดในวงการศิลปะอีกครั้ง ตอนผมแสดงเดี่ยวที่นำทอง แกลเลอรี่ ก็เป็นภาพพิมพ์รูปในหลวงหมดเลย ก่อนหน้านี้ก็ทำภาพพิมพ์ในหลวงส่งประกวดไปในหลายๆ ที่ ก็ได้รางวัลทั้งในอเมริกา แคนาดา และยุโรป อย่างฝรั่งเศส และที่เวียดนาม ส่วนมากผมส่งประกวดในต่างประเทศ”
การกลับมาทำงานภาพพิมพ์ของไกรศักดิ์ เขาไม่ได้โด่งดังในเมืองไทยมากนัก แต่ในระดับนานาชาติ ชั่วโมงนี้เขาอยู่ในระดับมือรางวัล เพราะภาพพิมพ์ของเขาก็สามารถคว้ารางวัลแกรนด์ไพรซ์จาก The 8th Biennale Internationale D’estampe Contemporaine de Trois-Rivieres (BIECTR) เวทีประกวดงานศิลปะประเภทภาพพิมพ์ ณ เมืองทรัวริวิแยร์ ควิเบก ประเทศแคนาดา มาแล้วด้วย
“งานชิ้นนั้นทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นในการก้าวเดินไปในวงการภาพพิมพ์และวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ผมว่าวงการภาพพิมพ์โลก ต้องมีข้อจำกัดที่ชัดเจนกว่านี้ ในการประกวดเขาก็มีกติกาอยู่แล้ว บางเวทีเขาไม่เอาดิจิทัล บางเวทีไม่เอาพรินต์แรกหรือการพิมพ์ครั้งเดียว ซึ่งทำครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ไม่ได้ ซึ่งถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเพนติ้ง ซึ่งหลายๆ เวทีก็รับเข้าร่วมแสดงแต่ไม่พิจารณาให้รางวัล ซึ่งไม่ค่อยเคลียร์ บางเวทีต้องเป็นภาพพิมพ์ที่รันเอดิชั่นเท่านั้น โมโนพรินต์ไม่รับเลย และห้ามส่งที่ไหน ห้ามได้รางวัลที่ไหนมาก่อน”
การทำงานภาพพิมพ์ในโฮม สตูดิโอ ที่อบอุ่นเช่นนี้ ของไกรศักดิ์ มีศิลปินภาพพิมพ์คนอื่นๆ มาเยี่ยมเยือนอยู่บ้าง ในวันนั้น ทินกร กาษรสุวรรณ ศิลปินชื่อดังและอาจารย์ประจำภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้รางวัลที่ไต้หวันเช่นกันแต่เป็นรางวัลที่รองลงไปคือ Merit Prize ก็มาร่วมดูงานที่อยู่ในกระบวนการทำงานของไกรศักดิ์ด้วย เขายืนยันว่า วงการศิลปะภาพพิมพ์ของไทยอยู่ในระดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
“พูดได้เต็มปากเลย ศิลปินภาพพิมพ์หลายๆ คนได้กวาดรางวัลในหลายเวทีทั่วโลก ทั้งในรัสเซีย โปแลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส อเมริกา และเอเชีย จนทำให้วงการศิลปะภาพพิมพ์โลกสนใจวงการศิลปะภาพพิมพ์ในประเทศไทย เขารู้จักภาพพิมพ์ไทยและศิลปินไทย ขนาดญี่ปุ่นก็อยากมาดูวงการภาพพิมพ์เมืองไทย เพราะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง”
ทินกร บอกว่าอีก 2 ปี ก็จะครบรอบ 50 ปีที่มีการเรียนการสอนวิชาศิลปะภาพพิมพ์ในเมืองไทย โดย ศ.ชลูด นิ่มเสมอ เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งวิชาภาพพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจะมีการจัดงานใหญ่ด้วย
“จากการเรียนการสอนมาเกือบครึ่งศตวรรษ ณ เวลานี้ก็เห็นผล งานศิลปะภาพพิมพ์ของไทยมีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับว่าอยู่ในระดับชั้นนำของวงการภาพพิมพ์โลก”
คุยกันพอหอมปากหอมคอ ก็เดินดูงานในพื้นที่เล็กของไกรศักดิ์ ซึ่งเห็นได้ถึงพลังและความตั้งใจ บวกความเพียรที่สะท้อนออกมาผ่านงานภาพพิมพ์ที่เน้นถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเป็นล้นพ้น...ซึ่งแน่นอนงานเหล่านี้ของเขาก็ได้รับการยอมรับจากวงการศิลปะภาพพิมพ์โลกไปเรียบร้อยแล้ว







