
เหนื่อยแต่ก็สุข
อีกไม่กี่เดือน ลูกผมก็จะเข้าโรงเรียนอนุบาลเริ่มปฐมบทแรกของชีวิต
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
อีกไม่กี่เดือน ลูกผมก็จะเข้าโรงเรียนอนุบาลเริ่มปฐมบทแรกของชีวิต
สิ่งที่ผมและภรรยากังวลก็คือ "เจ้าธันว์จะร้องไห้ไหม"
เราถกเถียงกัน คงไม่หรอก เพราะเขาจะมีเพื่อนเยอะ น่าจะเบี่ยงเบนความสนใจ ถึงตอนนั้นไม่ติดแม่พ่อ หรือตายายที่บ้านแน่
ยายของเด็กน้อย ไม่มั่นใจพลางว่า "ภรรยาผมตอนเด็กๆ เท่านี้ ร้องไห้น่าดู กว่าจะหยุดได้ตั้งหลายเดือน"
ปลายเดือน มี.ค.ลูกผมก็ย่างเข้า 2 ขวบ 3 เดือน ว่าไปแล้ว ก็เข้าเรียนเร็วกว่ายุคผมที่เข้าตอน 3 ขวบ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของเด็กเข้าเรียนอนุบาล 1 ที่ยังใช้ในปัจจุบัน แต่ด้วยการแข่งขันในโลกยุคใหม่ ทำให้พ่อแม่หลายครอบครัวอยากส่งลูกเรียนเร็วขึ้นเพราะกลัวลูกเรียนไม่ทัน
ผมและภรรยาถกเถียงกันพอควร ฝั่งหนึ่งไม่อยากให้เร่ง อีกฝ่ายบอกว่า กลัวไม่ทัน ยกเอาบทเรียนของตัวเองมาประกอบ สุดท้ายเมื่อดูข้อมูลหลายที่พบว่า รุ่น 2 ขวบกว่าก็เริ่มส่งเรียนกันแล้ว โรงเรียนอนุบาลเอกชนหลายแห่งก็เปิดรับ และแจ้งถึงข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ถ้าเร่งเกินไปลูกอาจตามไม่ทัน แต่ถ้าดูแล้วพัฒนาการเขาพร้อมก็จะช่วยลูกเข้าสังคมได้เร็วกับสิ่งแวดล้อมที่แปลกใหม่กับเพื่อนๆ
เด็กวัยนี้อยู่ในช่วงจดจำ และเลียนแบบสิ่งรอบข้างต่างๆ ได้แม่นยำ และน่ามหัศจรรย์ สมองเขาเปิดกว้าง พร้อมเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา มีคนเปรียบว่า สมองเด็กน้อยเหมือนรางรถไฟ ถ้าเราวางไม้หมอนแบบไหน ก็จะได้ลวดลาย เส้นทางแบบนั้น ใครพูดอะไรจำหมด
ถ้าเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมดี ก็จะดีตาม แต่ถ้าพ่อแม่ คนรอบตัว ดุด่าภาษาพ่อขุนลูกก็จำตามไปด้วย ตรงนี้เป็นเรื่องจริง บางครั้งผมเผลอสบถออกมาขณะอุ้มเขา เจ้าตัวน้อย จดจำทันที กว่าจะลบออกจากสมองนี่ยากพอควร เพราะยิ่งห้าม หรือบอกว่า ไม่ดี ก็เหมือนยิ่งยุ
เจ้าตัวเล็กของผมก็ไม่ต่างจากลูกหลานคนอื่นที่ให้ท่อง ก. เอ๋ย ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูกตาโต ABC song นับเลข ที่ชอบเป็นพิเศษน่าจะเป็นภาษาไทย เพลงเด็ก กลอนต่างๆ เช่น นิยายสุดสาคร นิทานบางเล่มเราอ่านซ้ำๆ เขาจะจำได้ดี กระทั่ง อ่านนำบางคำ เขาก็ต่อเองเป็นประโยคจนน่าทึ่งในปฏิบัติการทางสมองของเด็ก
ช่วงกล่อมลูกน้อยนอน ผมอ่านนิยายไทย ให้เขาฟัง แต่สุดท้ายเป็นผมเองที่เผลอม่อยหลับไปก่อนหลายครั้ง เล่นเอาตัวเล็กต้องมาสะกิด “พ่อตื่น” ปลุกให้อ่านต่อ
เพื่อนผมที่ผ่านการมีลูกมาก่อนได้แนะนำเคล็ดลับด้วยการเล่านิทานไทยให้ลูกฟังประจำก่อนนอน เล่าซ้ำๆ และก็เห็นผล โตมากลายเป็นคนชอบฟัง พูด อ่าน เขียน ก้าวขึ้นไปแข่งประกวดเล่านิทานบนเวทีเด็กได้
การที่ลูกได้เริ่มเข้าอนุบาล พร้อมกับค่าใช้จ่ายที่จัดหนักไม่น้อย วันนี้เมื่อยังพอมี “เงิน” มี “แรงจ่าย” ก็ยอมทุ่มให้เต็มที่สำหรับการเริ่มต้นของเจ้าตัวน้อย โชคดีที่ผมไม่ได้จ่ายกระเป๋าเดียว แต่เป็น “สามกระเป๋า” มาจากการลงขันของผม ภรรยา และพ่อตา กับค่าเทอมโรงเรียนอนุบาลแห่งแรก
นึกถึงรายจ่ายในแต่ละเทอมถ้ายังต้องอยู่โรงเรียนเอกชนต่อไปเรื่อยๆ พ่วงกับคอร์สต่างๆ เสริมทักษะที่ผุดมากมายทั้งดนตรี ภาษา กิจกรรมกีฬา เทควันโด ว่ายน้ำ ปีหนึ่งเฉลี่ยกลมๆ คำนวณแล้วก็ตกเกือบแสน ถ้าช่วยกันหารกันหลายกระเป๋าก็พอไหว แต่ถึงแม้จะเหลือเพียงพ่อกับแม่ ถ้ารู้ว่า ลูกมีแววด้านไหน ก็พร้อมเหนื่อยที่จะหาเงินมาใส่ให้เขาได้เรียนรู้ มีศักยภาพ ความสามารถเต็มที่ นั่นก็คือ สุขของพ่อแม่แล้วล่ะ







