posttoday
ผู้หญิง กับอาการปวดประจำเดือน

ผู้หญิง กับอาการปวดประจำเดือน

28 กุมภาพันธ์ 2558

โดย... แพทย์จีน ธนภร ตันสกุล คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน

โดย... แพทย์จีน ธนภร ตันสกุล คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน

สวัสดีค่ะ ใกล้จะเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลอีกแล้ว ทำให้ช่วงนี้อากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว บางทีฝนตก เดากันไม่ถูกเลยทีเดียว จึงทำให้นึกถึง สภาวะหนึ่งของคุณผู้หญิง ที่ทุกๆ เดือนเหมือนจะต้องนัดเจอกันเดือนละครั้ง ซึ่งก็คือ “ประจำเดือน” และก็ตามมาด้วย “อาการปวดประจำเดือน”

อาการปวดประจำเดือนนั้น เป็นแค่อาการหลักของคุณผู้หญิงบางท่านเท่านั้น ซึ่งจะมีอาการปวดหัว คัดหน้าอก หงุดหงิด นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ตัวบวม ท้องเสีย เป็นสิวเป็นต้น หรือที่คุณผู้ชายมักจะเรียกว่า ช่วง “วันแดงเดือด” ที่ลุ้นยิ่งกว่า แมนฯ ยูฯ กับ ลิเวอร์พูล แข่งกันเสียอีก ลุ้นว่าวันนี้คุณผู้หญิงจะแสดงอาการอะไรบ้าง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดาไม่ถูกกันเลยทีเดียว ทั้งนี้อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณผู้หญิงทุกท่านค่ะ แต่บางท่านบางเดือนอาจมีอาการ บางเดือนอาจไม่มีอาการ ซึ่งตรงนี้แพทย์แผนจีนสามารถอธิบายได้ดังนี้

ทฤษฎีแพทย์แผนจีนได้อธิบายไว้ว่า อาการที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับการมีรอบเดือนอย่างขาดเสียมิได้ ก่อนมีรอบเดือนหรือช่วงที่มีประจำเดือน อาการจะแสดงมากขึ้น แต่พอประจำเดือนหมดอาการเหล่านี้ก็จะหายไป และก่อนที่จะมีประจำเดือนในครั้งต่อไป อาการเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นมาอีก เป็นวงจรเรื่อยไป

สตรีเพศก่อนที่จะมีประจำเดือน เลือดทั่วทั้งร่างกายจะไปรวมกันที่เส้นลมปราณชง และเส้นลมปราณเหริน เมื่อเลือดมาหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณทั้งสองเต็มที่ มดลูกจึงเปิดให้เลือดไหลออกมาเป็นประจำเดือน ทำให้ระบบเลือดในร่างกายเสียสมดุล ถ้าพลังลมปราณของมดลูกของสตรีเพศท่านใดก่อนกำเนิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดามีไม่เพียงพอ หรือมีภาวะอินหยาง และเลือดลมที่ไม่สมดุล ที่บางครั้งมีมากเกิน
บางครั้งมีน้อยไป หรือภาวะอารมณ์แปรปรวน หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานไม่ปกติ เลือดลมแปรปรวน จึงเกิดอาการดังกล่าวข้างต้นที่กล่าวไว้

ประจำเดือนมีเลือดเป็นพื้นฐานหลัก และมีอวัยวะ ตับ ไตและม้าม ช่วยส่งเสริมผลิตเลือดให้เป็นประจำเดือน ดังนั้นถ้าอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งทำงานผิดปกติ หรือเสื่อมกำลังลงก็จะส่งผลกระทบต่ออาการก่อนมีประจำเดือนได้ ดังนี้

1.ภาวะลมตับอุดกั้น มักเกิดขึ้นกับสตรีที่มีร่างกายอ่อนแอ มีอารมณ์ขุ่นมัว ขี้หงุดหงิด คิดมาก ภาวะทางอารมณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อลมปราณของตับโดยตรง เกิดภาวะลมปราณตับอุดกั้นไหลเวียนไม่สะดวก เมื่อถึงช่วงก่อนมีประจำเดือนการลำเลียงเลือดโดยลมปราณตับสะดวกไปหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณชงและเหรินไม่ได้ ลมปราณทั้งร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเพื่อลำเลียงเลือดไปหล่อเลี้ยง จึงกระทบต่อลมปราณตับที่อุดกั้นอยู่แล้วยิ่งอุดกั้นแทนที่จะลงไปหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณทั้งสอง จึงไหลย้อนขึ้นไปข้างบน ตามเส้นลมปราณของตับ ทำให้เกิดอาการคัดหน้าอก อารมณ์แปรปรวนบวมตามร่างกายในขณะที่ประจำเดือนมา เป็นต้น โภชนบำบัดในทางแพทย์แผนจีน เช่น ดื่มชาเก๊กฮวย เก๋ากี้ และเปลือกส้มจีน เก๊กฮวยช่วยระบายลมปราณตับอุดกั้น เก๋ากี้ช่วยบำรุงตับและไต มีฤทธิ์อุ่น ช่วยให้ประจำเดือนไหลได้สะดวกขึ้น เปลือกส้มจีนช่วยระบาย บำรุงตับ บำรุงม้าม ขับความชื้นในร่างกายได้เป็นอย่างดีค่ะ

2.ภาวะอินในร่างกายไม่เพียงพอ จากที่กล่าวข้างต้น ประจำเดือนประกอบด้วย เลือด และสารน้ำอิน เป็นหลัก ถ้าภาวะอินของตับและไตในร่างกายไม่เพียงพอ ลมปราณของตับจะไหลเวียนไม่สะดวก เกิดอาการคัดหน้าอกได้ ภาวะอินไม่เพียงพอไม่สามารถควบคุมหยางได้ ทำให้หยางในร่างกายมากเกินไป เมื่อมีประจำเดือนทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เป็นต้น โภชนบำบัดในทางแพทย์แผนจีน
เช่น เลือกรับประทาน เต้าหู้ขาว เห็ดหูหนูดำ ผักกาดขาว รากบัว ข้าวเหนียวดำ เป็นต้น

3.ภาวะเลือดน้อย เมื่อเลือดออกมาเป็นประจำเดือนแล้ว ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ทำให้มีภาวะปวดศีรษะเวียนศีรษะ ปวดตามเนื้อตามตัว ในทฤษฎีแพทย์แผนจีนได้กล่าวไว้ว่า ภาวะเลือดน้อยทำให้เกิดลมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ไปคั่งค้างตามกล้ามเนื้อและผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โภชนบำบัดในทางแพทย์แผนจีน เช่น ตังกุย ตับ พุทราจีนลำไยแห้ง ไข่ไก่ ผักกวางตุ้ง ถั่วแดง เป็นต้น

4.ภาวะม้ามและไตพร่องหรืออ่อนแอ เมื่อร่างกายมีภาวะม้ามและไตพร่อง ส่งผลกระทบต่อลมปราณหยางในร่างกายไม่เพียงพอ เมื่อประจำเดือนมา ลมปราณ หยางจะต้องใช้ไปกับการขับประจำเดือน ดังนั้นจะยิ่งทำให้พลังลมปราณของม้ามและไตอ่อนแอลงไปด้วย เมื่อพลังม้ามอ่อนแอลง ทำให้การขับสารน้ำในร่างกายเสื่อมถอย พลังไตหยางไม่เพียงพอที่จะช่วยในการขับเคลื่อนสารน้ำ ทำให้เกิดภาวะตัวบวมขณะมีประจำเดือน หรือสารน้ำไปคั่งค้างที่ลำไส้ ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียในช่วงมีประจำเดือนได้เป็นต้น โภชนบำบัดในทางแพทย์แผนจีน เช่น ฮวยซวย ลูกเดือย งาดำ วอลนัท ถั่วดำ อบเชย เกาลัด เป็นต้น

อาการเหล่านี้พบมากในผู้หญิงอายุ 25-45 ปี เกิดขึ้นตามรอบเดือน มักมีก่อนมีรอบเดือน 2-5 วัน จนถึง 1-2 สัปดาห์ พอประจำเดือนหมดหรือประจำเดือนมา อาการเหล่านี้ก็จะหายไป ผู้หญิงเราสามารถป้องกันหรือลดอาการเหล่านี้ได้เมื่ออยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือช่วงที่ประจำเดือนมา โดยการหลีกเลี่ยงของเย็น น้ำเย็น น้ำแข็ง รักษาสภาวะอารมณ์ให้เป็นปกติ ไม่เครียดจนเกินไป รับประทานทานน้ำอุ่นหรือที่อุณหภูมิปกติให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักขณะมีรอบเดือน หรือก่อนมีรอบเดือน

ถ้าท่านใดทำตามแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องประจำเดือน สามารถขอรับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนรีเวชได้ที่คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน แพทย์แผนไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท