
ฟิลิปส์ ชวนเปลี่ยนหลอดไฟเพื่อแสงเมืองที่ยั่งยืน
เรื่อง โยธิน อยู่จงดี
“คนเมืองกำลังต่อสู้กับภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการต่อสู้ครั้งนี้จะต้องได้รับชัยชนะ และโชคดีที่ว่าเรามีอาวุธอันทรงพลังที่อยู่เพียงปลายนิ้ว นั่นคือ หลอดไฟประหยัดพลังงาน” ปกรณ์ เมฆจำเริญ ซีอีโอและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงการประหยัดพลังงานที่ง่ายที่สุดเพียงแค่การเปลี่ยน
ในเวลาที่ประเทศไทยพยายามสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับสวัสดิภาพสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม การก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาอาจนำมาซึ่งความมั่งคั่ง แต่ก็ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความเป็นอยู่ของผู้คนและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจาก Thailand Power Report ฉบับล่าสุด คาดการณ์ว่าประชากรในประเทศไทยจะเพิ่มจาก 64.3 ล้านคน เป็น 66.2 ล้านคน ภายในปี 2013 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหัวเพิ่มขึ้น 11% ระบบไฟฟ้าส่องสว่างใช้ไฟฟ้าถึง 1 ใน 3 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ทั้งหมดในประเทศไทย
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วกำลังดึงให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นในอัตรา 15% ต่อปี จึงถือเป็นความต้องการเร่งด่วนสำหรับหลอดไฟประหยัดพลังงาน ที่จะต้องให้แสงสว่างอย่างทั่วถึงแก่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไปพร้อมกันด้วย
ปกรณ์ เล่าถึงความตั้งใจของฟิลิปส์ที่เห็นปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่เช่นเดียวกับผู้คนทั่วโลกว่า เราไม่อาจเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อีกต่อไป ความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ ประกอบกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น นำมาซึ่งความเสี่ยงอย่างสูงต่อที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจของเรา
ส่วนหนึ่งของความพยายามของทั่วโลก ที่จะต่อกรกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และจัดการกับสถานการณ์พลังงานที่ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ นั้น เราจะต้องหาแหล่งพลังงานหมุนเวียน แต่คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะพัฒนาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้
แต่ในวันนี้ หัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงาน คือการใช้เครื่องมือที่มีศักยภาพสูงสุด สำหรับปฏิบัติการประหยัดพลังงานแบบเร่งด่วนและต่อเนื่อง ก็คือ หลอดไฟ ปฏิบัติการเล็กๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
เช่น การเลือกใช้เทคโนโลยี LED เพื่อให้แสงสว่างกับถนนและย่านสำคัญต่างๆ ในเมือง ช่วยประหยัดได้สูงสุดถึง 80% ของปริมาณพลังงานที่ใช้ในปัจจุบัน ตัวอย่างของการประหยัดพลังงานที่เห็นภาพมากที่สุดคือ สะพานถนนวงแหวนรอบใน (Inner Ring Road หรือ IRR) ในกรุงเทพฯ
สะพานแห่งนี้มีไฟแสดงสีของแต่ละวันในสัปดาห์และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไฟให้แตกต่างกันได้ 11 รูปแบบ โดยใช้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างด้วยหลอด LED ที่ทันสมัยของฟิลิปส์ และจัดเรียงให้มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซึ่งรัฐบาลไทยเลือกใช้หลอด LED เนื่องจากให้ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนไฟสะพานให้เป็นแบบต่างๆ เพื่อสื่อความหมายในแต่ละโอกาส ในปัจจุบันสะพานแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งที่ใช้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างประหยัดพลังงาน ได้แก่ โลหะปราสาทและวัดราชนัดดา (สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3) ในกรุงเทพฯ รวมถึงหอนาฬิกาใน จ.เชียงราย อนุสาวรีย์ถลางชนะศึกใน จ.ภูเก็ต
นี่จึงเป็นก้าวที่สำคัญของการปฏิวัติระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ที่ใช้ในสำนักงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานจากที่เราใช้เทคโนโลยีเดิมมานานกว่า 50 ปี หากเริ่มมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ณ ขณะนี้ อาจคงต้องใช้เวลาอีก 30 ปีกว่าเราจะได้เก็บเกี่ยวประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าส่องสว่างที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่หากไม่เริ่มวันนี้ก็คงไม่รู้ว่าวันไหนเราจะได้ลดการใช้พลังงานด้วยเรื่องง่ายๆ ที่เราทำได้เช่นการเปลี่ยนหลอดไฟ







