
ชานนท์ เรืองกฤตยา 'ลีพ เวิร์ก แอนด์ เพลย์ ' แบบมืออาชีพ
...ปอย
ทั้งชีวิตซีอีโอหนุ่มเลือดใหม่ไฟแรงวงการอสังหาริมทรัพย์ ชานนท์ เรืองกฤตยา บอกว่าเติบโตมาก็อยู่ในไซต์ก่อสร้างตั้งแต่เด็ก 56 ขวบ พ่อพาไป ซึ่งก็คงไม่ได้พาไปเที่ยว หากการพาลูกชายไปไซต์งานคือการสอนโดยอ้อม เพื่อให้เห็นวิธีการทำงาน ตรวจงาน ถ้าจะว่าเห็นงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาตลอดชีวิตก็ว่าได้
“โก้” ชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เริ่มต้นการสนทนาในฐานะทายาทคนโตของ ชนัฎ เรืองกฤตยา เจ้าพ่อที่ดินแถบพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเจ้าของสนามกอล์ฟซัมมิทวินด์มิลล์ 1,700 ไร่ ชานนท์กำลังต่อยอดธุรกิจใหม่กับการเปิดตัว บลูเด็ก (Bludeck) เอกซ์คลูซีฟ สปอร์ตคลับ ศูนย์ออกกำลังกายครบวงจรพร้อมเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ เปิดสังคมและไลฟ์สไตล์แนวใหม่ ซึ่งประกาศตัวเป็นแห่งแรกแห่งเดียวในเมืองไทยขณะนี้
“
ผมคลุกคลีไซต์งานก่อสร้างตั้งแต่เด็ก ผมจึงถนัดกับการคิดงานว่าจะต้องมีคอนเซปต์อย่างไร? แปลงแบบพิมพ์เขียวบนกระดาษมาสู่ของจริงวิธีไหน? พ่อกับผมคนละสไตล์ครับ งานของใครของมัน (หัวเราะเบาๆ) ผมแยกธุรกิจจากที่บ้านเป็นสิบปีแล้ว งานหลักของอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ คือเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ ด้านที่อยู่อาศัย ตอนนี้ผมมีคอนโดมิเนียม 12 แห่ง และบ้านจัดสรรอีก 8 แห่ง และต้นปีก็เพิ่งเปิดตัวบลูเด็กสปอร์ตคลับ นอกจากนั้นมีบริษัทออกแบบ และสนามแข่งรถพีระเซอร์กิต... การทำธุรกิจหลากหลายต้องเข้าใจคอนเซปต์ที่เรา
“ปั้น” ขึ้นมาอันดับแรก บลูเด็ก เราวางตัวไม่ใช่สปอร์ตคลับทั่วๆ ไปที่เน้นขายเฉพาะฟิตเนส แต่เรานำเสนอไลฟ์สไตล์ของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่นี่กลางคืนมีดีเจมาเปิดแผ่น เพราะมีคลับ Pool Side & Pool Bar สังสรรค์ผ่อนคลายเป็นจุดนัดพบเพื่อนฝูงมาแฮงเอาท์กัน และมีภัตตาคารอาหารอิตาเลียนอย่าง Bacco Restaurant @ Bludeck ที่เชฟมีฝีมือที่สุดในย่านบางนาตราด ที่นี่ไม่ไกลไปหรอกครับ เป็นที่พักผ่อนหลังจากทำงานหนัก เวิร์คฮาร์ด สถานที่มีบริการครบ ในแบบ เพลย์ฮาร์ด ครับ... เป็นเจ้าของธุรกิจนอนหลับก็ยังฝันถึงเลยครับ หยุดคิดคงไม่ได้ จะนั่งจะนอนก็ต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ผมทำงานหนัก แต่เวลาสังสรรค์...กับเพื่อนๆ ก็หนักไม่แพ้กันด้วย (หัวเราะ) รูปแบบธุรกิจทุกแห่งสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผมด้วยแน่นอนครับ
” ชานนท์ ซีอีโอแห่งอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ อธิบายผู้บริโภคชั้นกลางกำลังขยันกับการทำงาน สนุกกับการใช้ชีวิต และมีแววกับอนาคตดีๆ ในหน้าที่การงาน คือกลุ่มเป้าหมายหลักในรุ่นเขาที่แตกต่างจากรุ่นบุกเบิก ชานนท์ บอก เป็นที่รู้จักกันดีในวงการธุรกิจอสังหาฯ ว่าตระกูลเรืองกฤตยาเน้นตลาดไฮเอนด์มาโดยตลอด แต่เมื่อมาถึงเจเนอเรชัน 3 รุ่นของเขา ขอบุกตลาดกำลังซื้อขนาดกลางที่มีคุณภาพจะถนัดกว่า
“
ถ้าเปรียบเทียบเป็นรถยนต์ กับการเปิดตัว ‘ไอดีโอ’ ลาดพร้าว 17 โครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกของบริษัท ผมอยากวางตัวระดับเดียวกับฮอนด้า โตโยต้า นะครับ ไม่ทำธุรกิจโลว์เอนด์ หรือไฮเอนด์จนเกินไป ซึ่งภายใน 5 ปีนี้ ผมหวังว่ารัฐบาลจะมีความสามารถในการขยายรถไฟฟ้าได้อีก 150 สถานี และแน่นอนครับคอนเซปต์ของซิตีคอนโด ของผมที่เน้น ‘ลีฟ เวิร์ก แอนด์ เพลย์’ ก็จะเกาะติดไปตามสถานีรถไฟฟ้าไปด้วย...พิษวิกฤตการเมืองรอบล่าสุดไม่กระทบธุรกิจบ้านจัดสรร แต่กระทบ...บ้างนะครับ กับยอดขายคอนโดติดรถไฟฟ้า โดยเฉพาะย่านพญาไท ราชปรารภ ยอดไม่ชะงักถึงกับช็อกตลาดวายอะไรหรอกนะครับ แต่ยอดก็ตกเพราะคนเริ่มไม่กล้าตัดสินใจ แต่ตอนนี้ก็พิกอัพขึ้น คนกลับมาซื้อแล้วครับ ศูนย์กลางธุรกิจไม่มีทางหนีไปได้จากราชประสงค์หรอกครับ คอนเฟิร์ม! ฟันธง!! นี่คือธรรมชาติของเมืองหลวงที่เป็นจุดหมายประชากร ธุรกิจทุกชนิด
...มอตโตหรือปรัชญาในการทำธุรกิจผมไม่มีประโยคเดียวแน่นอน แต่อันดับแรกผมให้ความสำคัญกับคำว่า เวิร์กฮาร์ด ซีอีโอไม่ทำงานแค่ 8 ชั่วโมงแน่นอน ผมตื่นเช้า เข้าออฟฟิศตรงเวลาเป็นตัวอย่างกับลูกน้อง โฟกัสงาน เน้นทีมเวิร์ก และมีทัศนคติคิดเผื่อคนอื่นตลอดเวลา ซึ่งการที่เราอยู่ในธุรกิจอสังหาฯ ที่มีความเสี่ยงสูง ตัวเลขขึ้นและลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเจ้าของธุรกิจจึงต้องมองทะลุเกมให้ออกด้วยครับ เป็นมืออาชีพให้ดีที่สุดในตำแหน่งที่เราเป็น
” ชานนท์ กล่าว






