
ตปนีย์ ติลา การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญ
สาวหน้าใสวัยต้น 30 ท่าทางทะมัดทะแมงแบบสาวแก่นเซี้ยว จากสาวนักการตลาด ณ จุดนี้
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
สาวหน้าใสวัยต้น 30 ท่าทางทะมัดทะแมงแบบสาวแก่นเซี้ยว จากสาวนักการตลาด ณ จุดนี้ เธอเปลี่ยนสายงานมาทำงานด้านประชาสัมพันธ์ที่ บริษัท บัตรกรุงไทย เธอมีชื่อเก๋ๆ ว่า หยง-ตปนีย์ ติลา ด้านการศึกษานั้นเธอจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ เธอเล่าว่า หลังจากจบการศึกษาเธอมาทำงานในฐานะนักข่าวสายบันเทิงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนไปทำงานด้านออร์แกไนเซอร์อยู่ 2-3 ปี ก็ย้ายมาทำงานด้านการตลาดและทำอีเวนต์อยู่ 5 ปี จนสุดท้ายมาเป็นแบรนด์แมเนเจอร์เสื้อผ้ายี่ห้อหนึ่งก่อนที่จะมาลงตัวกับงานประชาสัมพันธ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับรวมแล้วก็ยังไม่เต็ม 2 เดือนด้วยซ้ำ
ตปนีย์ บอกว่า อยากเปลี่ยนแนวดูบ้าง ไม่เคยทำประชาสัมพันธ์จริงจังเลย อยากต่อยอดงานด้านนี้ให้ครบวงจรก็เลยมาลงตัวที่เคทีซี ดูงานสื่อด้านสุขภาพ สปา โรงแรม จึงต้องมีการปรับตัวพอสมควร หันมาสนใจเรื่องข่าวและงานด้านสุขภาพอย่างจริงจัง รวมทั้งหาเวลาไปออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีความเข้าใจเข้าถึงกับแต่ละเรื่องที่เราทำอย่างแท้จริง ตั้งแต่อาหาร การออกกำลังกาย ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตด้านอื่นๆ อะไรที่ไม่รู้ต้องหาเพิ่ม ที่รู้แล้วต้องรู้ให้ลึกขึ้น จากเดิมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจริงจัง ก็เริ่มหันมาเข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน อย่างจริงจังเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง
“เมื่อก่อนเรื่องตัวเลขอะไรไม่ค่อยสนใจเท่าไร บัดนี้ต้องฟังข่าวคราวด้านเศรษฐกิจเรื่องอัตราการใช้บัตรเครดิตอะไรบ้าง เพราะมันอาจจะสืบเนื่องจากงานของเรา ก็ดีเป็นอีกเรื่องที่เราจะได้มากขึ้น ยิ่งใฝ่รู้เราก็ได้รู้มากขึ้น เพื่อนำเสนอข้อมูลให้คนข้างนอกอย่างถูกต้อง อะไรไม่แน่ใจอย่าเพิ่งให้ข้อมูลที่ผิดๆ ออกไป” เธอ กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ตปนีย์ เล่าว่า นอกจากความรู้ที่ต้องขวนขวายหาเพิ่มแล้ว ยังมีการปรับตัวด้านอื่นๆ อีกด้วย เพราะเดิมมาจากสายออร์แกไนเซอร์ ทำการตลาดซึ่งมักจะเป็นงานเบื้องหลัง แต่พอเปลี่ยนมาทำประชาสัมพันธ์ นอกเหนือจากเนื้องานที่เปลี่ยนไป อีกสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนก็คือเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก
“จากที่ดูเป็นสาวห้าวๆ ลุยๆ ใส่แต่กางเกงยีนส์ ก็ต้องปรับลุคให้ดูเป็นสาวหวาน เป็นทางการเรียบร้อยขึ้น เพราะงานของเรา หน้าตาของเราถือเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ขององค์กรที่สำคัญ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการปรับทัศนคติให้มีความเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์ มีหัวใจให้บริการมากขึ้น พร้อมเปิดกว้างสำหรับผู้ที่จะมาติดต่อการงานกับเราอย่างไม่มีเงื่อนไข” เธอ กล่าวอย่างตั้งใจ
สำหรับเธอมองอนาคตในระยะ 2-3 ปี ของตัวเองในขณะนี้ว่า จะมุ่งมั่นตั้งใจในงานที่ทำอยู่ตรงนี้ให้เต็มที่ที่สุด มิใช่ว่าเป็นประชาสัมพันธ์ที่ดูสวย พูดจาคล่องแคล่วว่องไวแต่เพียงอย่างเดียว แต่เนื้องานด้านอื่นๆ ก็ต้องดี บริหารจัดการสิ่งที่รับผิดชอบอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ใช้ความรู้ความสามารถให้เต็มที่ที่สุด
เมื่อทำงานประจำไม่ให้ขาดตกบกพร่องแล้ว ตปนีย์ คิดว่า คนเราควรมีงานอดิเรกที่เป็นของหวานในชีวิต กล่าวคือ เป็นงานที่รัก งานที่ชอบ เป็นงานที่มีความสุขใจเมื่อได้ทำมัน และยิ่งดีที่สุดก็คือเป็นงานที่จะก่อรายได้ให้ในอนาคต หรือสามารถต่อยอดทำเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ในภายหลัง
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เธอจึงเริ่มธุรกิจที่มีใจรักอย่างหนึ่งก็คือ ทำอุปกรณ์ของน้องหมาน้องแมวที่น่ารัก ทั้งเสื้อผ้า ปลอกคอสุนัข ทั้งน้องหมาตัวเล็กและน้องหมาตัวใหญ่ “คือชอบทั้งน้องหมาและน้องแมว เวลาอยู่บ้านก็จะซื้อผ้ามาตัดโน่นทำนี่ให้เขา เพราะเคยเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าขั้นพื้นฐานมา แต่ไม่ได้มาเย็บให้คนใส่เลย มาเย็บให้น้องหมาน้องแมวแทน เริ่มจากทำให้น้องหมาน้องแมวในบ้านเราก่อน พอเพื่อนๆ มาเห็นก็ฝากทำให้กับน้องหมาแมวที่บ้านเพื่อน ก็เลยทำขายผ่านอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก เริ่มจากเล่นๆ ไม่ถึงกับสร้างรายได้อะไรมากมาย แต่ทำแล้วมีความสุข
“วันหยุดได้ไปเดินเลือกซื้อผ้า คิดแบบคิดลาย คืนวันเสาร์จะไปขายที่เจเจมาร์เก็ต ตรงทางขึ้นรถไฟใต้ดินสถานีจตุจักร เราก็จะมีกลุ่มเพื่อนที่รักน้องหมาน้องแมว ทำของประดิษฐ์ด้วยตัวเองไปวางจำหน่าย เป็นชุมชนที่น่ารัก Handy Made by Tila ทำมา 2 ปี ก็ใช้ได้ พอมีค่าขนมกรุบกริบ แต่สิ่งที่ได้มากคือความสุขใจที่ได้ทำมัน ประเมินค่าไม่ได้”
หลังจากสนุกสนานกับการทำปลอกคอน้องหมามาได้พักใหญ่ ตปนีย์ก็ไม่หยุดคิดต่อยอดทำงานอดิเรกที่สุขใจและสร้างรายได้ให้แก่เธอด้วยการขยายมาทำกระเป๋าถือแบบคลัตช์ สำหรับผู้หญิงที่ทำจากผ้าม่อฮ่อมผสมกับหนัง เธอเล่าว่าถ้าคิดจะทำธุรกิจหรืองานอดิเรกอะไร จะเริ่มจากงานที่เรารัก เราชอบ และมีความคุ้นเคย ซึ่งเธอเพิ่งเริ่มทำมาได้ประมาณ 3 เดือน
“เป็นคน จ.แพร่ ที่แพร่มีม่อฮ่อมสวยๆ คุณภาพดี เราอยากส่งเสริมงานพื้นบ้านของเรา ให้ป้าๆ ยายๆ ของเราที่เขามีของดี แต่งานของป้าๆ อาจจะดูบ้านๆ ไม่ได้มีรูปแบบที่สวยทันสมัย เราก็ไปคิดแบบคิดลายให้ดูทันสมัย ออกแบบให้มีสไตล์เก๋ๆ เอาหนัง เอาผ้ายีนส์ และผ้าแคนวาสมาผสม ตัวผ้าม่อฮ่อมก็นำผ้ายีนส์มาลองย้อมดูบ้าง สำหรับผู้หญิงเท่ที่อยากได้กระเป๋ากลางคืนสไตล์เก๋ๆ ที่ไม่หวานเจี๊ยบ ไม่ชอบเลื่อมระบาย เราตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ ซึ่ง 3 เดือนที่ทำมามีกระเป๋าออกมา 4-5 แบบ ขายผ่านอินสตาแกรม ผ่านเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อเดียวกันคือ Handy Made by Tila ราวๆ กลางปีนี้จะออกขยายไลน์เพิ่มขึ้นเป็นถุงผ้า กระเป๋าผ้าเก๋ๆ จากม่อฮ่อมอีกด้วย” เธอ กล่าวอย่างตั้งใจ
เรื่องสำคัญในขณะนี้ก็คือการบริหารจัดการเวลาให้ทุกอย่างลงตัวไปด้วยดี ทั้งงานประจำคืองานประชาสัมพันธ์ งานอดิเรกคือแฮนดี้ เมด วันธรรมดาก็ต้องทุ่มเทใส่ใจกับงานประจำ ช่วงวันหยุดจึงค่อยเป็นเวลาของงานอดิเรกที่เรามีความสุขที่จะทำ







