posttoday
คลาสสิก อินคา เทรล เดินเท้าสู่ มาชู ปิชู

คลาสสิก อินคา เทรล เดินเท้าสู่ มาชู ปิชู

15 กุมภาพันธ์ 2558

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะภาพถ่าย แก้ว-เกศรินทร์ สีหเนตร เกิดแรงบันดาลใจอยากเดินทางไป มาชู ปิกชู ประเทศเปรู

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ เกศรินทร์ สีหเนตร

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะภาพถ่าย แก้ว-เกศรินทร์ สีหเนตร เกิดแรงบันดาลใจอยากเดินทางไป มาชู ปิกชู ประเทศเปรู เพียงเพราะเห็นภาพเดสก์ท็อปในคอมพิวเตอร์ของพี่ชายเพื่อน เธอเหมือนเจอรักแรกพบ ที่แค่เห็นภาพก็รู้สึกประทับใจและมีความตั้งใจตั้งแต่นั้นมาว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตจะไปเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้

การเดินทางไปมาชู ปิกชู ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ตอนนั้นที่เธอยังเป็นมนุษย์เงินเดือนจึงยากที่จะจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินราคาเป็นแสนเพื่อไปเที่ยว จนกระทั่งเธอได้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐ หลังจากเรียนจบก็มีเงินเก็บก้อนหนึ่งและตั๋วเครื่องบินจากสหรัฐก็ไม่แพงเกินเอื้อม เธอจึงออกเดินทางทำตามความตั้งใจที่คิดไว้มานาน

มาชู ปิกชู คือนครโบราณบนยอดเขาเปรียบเหมือนเมืองเก่าอยุธยาที่เหลือแต่สถาปัตยกรรมไร้ผู้คน โดยการไปเยือนทำได้ 2 วิธี คือ นั่งรถไฟต่อรถบัสและเดินต่ออีกไม่ไกล หรือเดินเท้าขึ้นไปใช้เวลาน้อยสุด 3 คืน 4 วัน บนเส้นทางคลาสสิก อินคา เทรล และทางอื่นให้เลือกเดินอีก เช่น แบบ 5 วัน ขี่ม้า แล้วแต่จะเลือก ส่วนเธอเลือกเส้นทางป๊อปปูลาร์ คือ คลาสสิก อินคา เทรล

คลาสสิก อินคา เทรล เดินเท้าสู่ มาชู ปิชู

 

เธอบอกว่า คนส่วนใหญ่จะนั่งรถไฟขึ้นไป เพราะการเดินเขามันค่อนข้างท้าทาย และต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง “ขึ้นอยู่กับว่าอยากเจอมันในรูปแบบไหน” เธอกล่าว “เทียบไม่ได้ว่าไปแบบไหนจะสวยกว่ากัน” แต่เมื่อเธอมีเป้าหมายที่จะเดินแล้ว เธอก็มุ่งหน้าเต็มตัวโดยเริ่มจากเข้าฟิตเนสเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม และเข้าสู่ขั้นตอนขอใบอนุญาตเทรกกิ้ง เพอร์มิต (Trekking Permit) โดยต้องทำล่วงหน้าก่อนไป 3 เดือน

การเดินขึ้นมาชู ปิกชู ไม่ใช่ว่าอยากไปก็ไปได้เลย นักท่องเที่ยวทุกคนต้องขอใบอนุญาตผ่านบริษัทตัวแทนหรือเอเยนต์ การขึ้นทุกครั้งต้องมีไกด์ท้องถิ่นเป็นผู้นำทาง แต่ละวันจำกัดคนขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ว่าจะไปเป็นกลุ่มใหญ่แบบ 20-30 คน หรือกลุ่มเล็ก 6 คน หรือแบบส่วนตัว สำหรับเธอเลือกไปแบบกลุ่มเล็ก 6 คน หรือ 3 คู่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอพาบัดดี้ไปด้วย

เส้นทางเดินนั้นจะผ่านสภาพภูมิประเทศที่ต่างกัน โดยจะมีจุดที่เรียกว่าอินคา ไซต์ เป็นเป้าหมายของแต่ละวัน ซึ่งวันหนึ่งๆ จะเดินได้ใกล้หรือไกลขนาดไหน หรือจะตั้งแคมป์ที่จุดใดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของไกด์คนเดียว เธอได้เล่าประสบการณ์ครั้งนั้นแบบสรุปว่า “แม้ว่าจะเตรียมตัวมาดีแล้ว พอไปถึงที่นู่นก็ยังร้องไห้”

คลาสสิก อินคา เทรล เดินเท้าสู่ มาชู ปิชู

 

“น้ำตาไหลด้วยความเหนื่อย” เธออธิบายความรู้สึกในตอนนั้น โดยเฉพาะจังหวะที่คนเดินตามมาข้างหลังแซงหน้าไป หรือตอนที่มองเขาลูกถัดไปแล้วต้องเดินให้ถึง “ทางไกลมันไม่เป็นอุปสรรคเท่าจิตใจที่มันบั่นทอนตัวเองว่าจะทำไม่ได้ ตอนนั้นมันเลยร้องไห้ คิดไปแล้วว่าเราต้องไม่ไหวแน่” เธอคิดไปถึงว่า นี่หรือคือเส้นทางที่อุตส่าห์เก็บเงินมา ทำไมต้องลำบากขนาดนี้

เธอกลับมามีกำลังใจอีกครั้งจากคำพูดของบัดดี้ เพื่อนร่วมทางคือกำลังใจสำคัญและเป็นคนที่จะเดินไปพร้อมๆ กันตลอดเส้นทาง คำพูดบางคำทำให้เธอฮึดสู้อีกครั้ง เขาให้เธอตั้งสติกับทุกๆ ก้าวที่เดิน ไม่ต้องไปมองจุดหมายปลายทาง แต่ให้มองไปทีละก้าวๆ อย่าไปตั้งเป้าว่าเราจะไปถึงเร็ว เพราะไม่มีใครไปได้เร็ว ไม่ใช่แค่กะพริบตาก็ถึง ทุกคนต้องเดินไป ค่อยๆ ไปแล้วก็จะถึงที่เดียวกัน หลังจากที่เธอร้องไห้ในวันนั้น (วันที่ 2 ของการเดิน) ก็ไม่เห็นน้ำตาอีกเลย

กระทั่งวันที่ 4 ไกด์ปลุกให้ออกเดินทางตั้งแต่ตี 5 ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนจะถึงนครโบราณ เส้นทางต้องเดินเรียงเดี่ยว ทุกคนติดไฟฉายไว้บนศีรษะเดินต่อกันเป็นทาง นั่นเป็นภาพที่เธอบอกว่า ทั้งสวยทั้งกลัว เพราะไม่รู้สองข้างทางนั้นเป็นอะไร แต่พอฟ้าเริ่มสางถึงได้รู้ว่า ทางที่กำลังเดินอยู่นั้นเป็นบันไดหินขึ้นเขาอย่างเดียว ซึ่งดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายไกด์ก็พาไปหยุดเดินที่ประตูสุริยเทพ ไกด์ให้นั่งรอดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงนั้น 30 นาที ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเห็นหมอกหรือเห็นพระอาทิตย์ และวินาทีสำคัญก็มาถึง...

คลาสสิก อินคา เทรล เดินเท้าสู่ มาชู ปิชู

 

“พอพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้นแหละ มันขนลุก มันสวยมาก ภาพที่เห็นคือนครโบราณอยู่ข้างล่าง เรากำลังอยู่บนภูเขาอีกลูกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ตลอดเวลาที่ยืนอยู่ตรงนั้น เราถ่ายรูปไม่หยุด กดชัตเตอร์อย่างเดียว บรรยากาศของผู้คนตอนนั้นมันตื่นเต้นมาก ความเหนื่อยที่เราเดินผ่านบันไดมาไม่รู้กี่ขั้น เราลืมไปหมดแล้ว อะดรีนาลินมันสูบฉีดแรงมาก”

หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นเต็มอิ่ม ก็ต้องเดินต่อไปยังจุดหมายที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 3 ชั่วโมง เมื่อเดินไปถึงแสงแดดที่ส่องลงมามันเปลี่ยนอารมณ์ไปแล้ว กลายเป็นภาพคนละอารมณ์กับตอนที่มองจากด้านบน ดังนั้น ภาพที่เธอเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและอารมณ์ของภาพ ตอนนั้นมันต้องเดินอย่างเดียวถึงจะเห็น มันเป็นไปไม่ได้แม้ว่าจะนั่งรถไฟเที่ยวแรกและเดินขึ้นมาเร็วแค่ไหนก็ไม่สามารถเห็นภาพเดียวกันนั้น

เธอรู้สึกว่า “นี่แหละคือรางวัล” หลังจากเหน็ดเหนื่อยและร้องไห้มา เมื่อมองย้อนกลับไปเธอยังรู้สึกว่า หากเส้นทางมันเดินง่ายๆ ไม่ต้องเสียน้ำตาให้มัน เส้นทางนี้ก็คงไม่ซึ้งและกินใจมาจนถึงตอนนี้

นครโบราณ มาชู ปิกชู มีเวลาเปิด-ปิดเป็นเวลา ไม่มีการค้างแรม ดังนั้นเมื่อเดินไปถึงตัวเมืองแล้วก็ต้องนั่งรถไฟกลับในช่วงเย็นของวันนั้นเลย สำหรับคนที่เลือกวิธีเดินเขา ปลายทางอย่างมาชู ปิกชู อาจไม่สำคัญเท่าเส้นทางตลอด 4 วัน เพราะระหว่างทางกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง มิใช่จุดหมายปลายทางอีกต่อไป และรางวัลที่ได้นอกจากจะได้เห็นภาพพระอาทิตย์ขึ้น ที่สงวนไว้สำหรับคนเดินขึ้นมาแล้ว เธอยังได้รางวัลชิ้นสำคัญ นั่นคือการ ชนะ ใจ ตัวเอง ชนะในสิ่งที่เธอคิดว่าจะทำไม่ได้ แต่หากใจไหว ทุกอย่างก็ไหว

คลาสสิก อินคา เทรล เดินเท้าสู่ มาชู ปิชู

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ