posttoday
ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

15 กุมภาพันธ์ 2558

เผลอแป๊บเดียว ชีวิตก็ล่วงเลยมา เผลอแป๊บเดียว ชีวิตก็มาอยู่จุดนี้ตรงนี้ แต่หากมองในอีกมุม เผลอแป๊บเดียวนั้น ชีวิตอาจไม่ได้อยู่ตรงนี้จุดนี้!!!!

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

เผลอแป๊บเดียว ชีวิตก็ล่วงเลยมา เผลอแป๊บเดียว ชีวิตก็มาอยู่จุดนี้ตรงนี้ แต่หากมองในอีกมุม เผลอแป๊บเดียวนั้น ชีวิตอาจไม่ได้อยู่ตรงนี้จุดนี้!!!!

ชีวิตเกือบต้องไปอยู่จุดอื่นตรงอื่นมาแล้วหลายครั้ง นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล ซีอีโอ บริษัท พี.เจ.คอนโดเทล (ระยอง) วัย 29 ปี ผู้ดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือเพลินใจกรุ๊ป มูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท อย่างไรก็ตามแฟนกีฬารู้จักเขาในฐานะนักเจ็ตสกีฝืมือดีมากกว่า

นัทธพงศ์เป็นหนึ่งในทีมเจ็ตสกีของเปิ้ล นาคร Freedom commando ดาราและนักเจ็ตสกีที่มีชื่อเสียง สำหรับผู้ใกล้ชิด นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของถ้วยรางวัลระดับประเทศมากมายของนัทธพงศ์แล้ว ชายหนุ่มยังเป็นเจ้าของประสบการณ์เฉียดตายมากมายไม่แพ้กัน สิ่งที่เจ้าตัวบอกว่า มีค่ายิ่งกว่าถ้วยรางวัลร้อยเท่า!!!

นัทธพงศ์เป็นนักแข่งเจ็ตสกีภายใต้สังกัดทีมเจ็ตสกี Est Cola โดย เปิ้ล นาคร หนึ่งในการแข่งขันครั้งสำคัญ คือการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยที่ จ.เชียงราย ปี 2556 เหตุการณ์ชนกันอย่างรุนแรง เพราะเจ็ตสกีของทีมคู่แข่งหลงทุ่น ทำให้นัทธพงศ์เกือบเอาชีวิตไม่รอด สภาพเรือหนักทั้งคู่ ถ้าโชคร้ายกว่านี้ เรือยกลำขึ้นมาชนคน ก็หมายถึงชีวิตของทั้งคู่

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

 

“คงต้องบอกว่าโชคดีครับ บวกกับสัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในไขสันหลัง คือสองสิ่งที่ทำให้ผมรอดมาได้”

สภาพเรือหลังชนแทบไม่มีชิ้นดี หลายคนประเมินว่า ไม่น่ารอด หากในวินาทีแห่งความเป็นความตาย คือสิ่งที่นัทธพงศ์เรียกว่า สัญชาตญาณหลบ (ฮา) อุบัติเหตุที่ทำให้เกือบตายอยู่หลายครั้ง กลายเป็นกระบวนการสั่งการของร่างกายแบบออโต้ หรืออัตโนมัติในการหลบหลีกความตายที่ชาญฉลาด

เรื่องความเสี่ยงเป็นตายของชีวิต นัทธพงศ์เล่าว่า คงต้องเล่าย้อนกลับไปถึงตั้งแต่ตอนอยู่ในท้องแม่เลย (ฮา) คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้วแต่คุณแม่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองตั้งครรภ์ ตอนนั้นเป็นช่วงก่อร่างสร้างตัว คุณพ่อคุณแม่ทำงานหนักมาก ทั้งคู่อยากทำบุญแต่ไม่รู้ว่ามีลูกที่มีอายุถึง 3 เดือนแล้วอยู่ในท้อง คุณพ่อได้พาคุณแม่ไปทำบุญที่เขาสุกิม จ.จันทบุรี

“รถรางขึ้นเขามีลักษณะคล้ายกระเช้าลอยฟ้า ในวันนั้นคนไปทำบุญเยอะมาก เที่ยวขาลงแม่ขึ้นไปนั่งบนกระเช้าแล้ว แต่ผู้คนเบียดเสียดเยียดยัด รู้สึกไม่ดี จึงพูดกับสามีหรือพ่อผมว่า เดินลงดีกว่า ก็เดินออกจากกระเช้า ชั่วกะพริบตา สลิงขาด รถกระเช้าตกเขาต่อหน้าต่อตาเดี๋ยวนั้น เสี่ยงตายครั้งแรกของชีวิตตอนอยู่ในท้องแม่ (ฮา)”

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

 

ที่บ้านไม่ได้มีฐานะมาก่อน เรียกว่ายากจนมาแต่เดิม ขออนุญาตพ่อเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่พ่อจะมีลูก พ่อยังหนุ่มและลุ่มหลงในการพนัน จนเมื่อนัทธพงศ์จะคลอด ครบ 9 เดือนแล้วไปโรงพยาบาลแล้ว แต่เด็กม้วนตัวผิด น้ำคร่ำหมดแต่เด็กไม่มีทีท่าจะคลอด พ่อจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องคลอด เดินลงไปไหว้พระที่ชั้นล่างของโรงพยาบาล ตั้งจิตบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าแม่ลูกปลอดภัย จะเลิกเล่นการพนันตลอดชีวิต

ท่ามกลางเสียงกล่าวบนบานของพ่อ และความเจ็บปวดรวดร้าวจากการคลอดอย่างยาวนานของแม่ ในที่สุดนัทธพงศ์ก็คลอดออกมาอย่างปลอดภัย แถมครบ 32 ประการ (อย่างไม่น่าเชื่อ) พ่อตัดสินใจเลิกการพนันและอบายมุขทั้งหมด กลับเนื้อกลับตัวหาเงินใช้หนี้ พ่อเริ่มทำมาหากิน ตั้งอกตั้งใจ เพราะลูกชายคนแรกและคนเดียวที่รอดตายปาฏิหาริย์

เมื่อลูกชายคลอดไม่นาน พ่อโชคดีได้เงินก้อนใหญ่จากการเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน จึงหันมาสนใจศึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่ขายประกันชีวิต มีเครือข่ายลูกค้าที่มีความรู้ มีฐานะ เมื่อแตกมาจับธุรกิจ
ที่ดิน ก็ได้ลูกค้ากลุ่มนี้ช่วยสนับสนุน จับที่ดินแล้วเป็นเงินเป็นทอง ประสบความสำเร็จและรุ่งเรืองขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าจะราบรื่น สิ่งที่ไม่ราบรื่นไม่ใช่ธุรกิจ แต่เป็นวิกฤตเสี่ยงตายหลายครั้งของลูกชายคนเดียว หรือนัทธพงศ์เอง พ่อเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ฐานะการเงินเริ่มดีบ้างแล้ว ซื้ออาคารพาณิชย์ได้ห้องหนึ่งในตัวเมืองระยอง สมัยนั้นตึกแถวทุกห้องต้องมีห้องใต้ดินไว้เป็นที่เก็บน้ำดีหรือน้ำใช้ในบ้าน ห้องใต้ดินที่เก็บน้ำนี้ลึกมาก ด้านบนเป็นรูกว้างยาวขนาด 2 ฟุตคูณ 2 ฟุต ไม่มีฝาปิด ด.ช.นัทธพงศ์ตกป๋อมลงไป

“ผมวิ่งเล่นประสาเด็ก กระโดดข้ามไปข้ามมา แม่เห็นเข้าพอดี ทันกระโจนลงไปคว้า ผม 4 ขวบแล้วกินน้ำเข้าไปหลายอึก คว้าข้อเท้าของแม่ไว้ได้ ตัวจมอยู่ในน้ำ ส่วนตัวแม่คว้าขอบบ่อไว้ แต่ไม่กล้าขึ้นเพราะกลัวลูกจะหลุดลงไปก้นบ่อ”

แม่ทำอะไรไม่ได้ เพราะจะก้มลงไปช่วยหรือฉุดลูกขึ้นมาก็ไม่ได้ เนื่องจากความคับแคบของบ่อ แม่ได้แต่เกาะขอบบ่อและตะโกนสุดเสียงเพื่อให้คนมาช่วย ท่ามกลางความหวังที่มืดมิด เนื่องจากขณะนั้นเป็นเวลาเย็นมาก กรรมกรก่อสร้างที่เราจ้างไว้กลับบ้านไปหมดแล้ว แต่ในโชคร้ายมีโชคดี ในสถานการณ์ของความเป็นตาย มีกรรมกรก่อสร้าง 2 คนที่ยังไม่กลับบ้าน และบังเอิญได้ยินเสียงแม่ (แว่วๆ)

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

 

ในระหว่างทางของชีวิต ยังมีประสบการณ์มอเตอร์ไซค์คว่ำอีกรวม 9 ครั้ง ชายหนุ่มผู้มีชีวิตราวกับแมว 9 ชีวิตเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเด็กต่างจังหวัด ขอให้มีถนนกับมอเตอร์ไซค์ แค่นี้ก็เป็นความสุข แต่ในความสุขก็คือประสบการณ์ที่ทำให้เกือบตายหลายครั้ง กว่าจะโตขึ้นมาได้ รถคว่ำรวม 9 ครั้ง หนักเบาคละกัน แต่ครั้งที่จำไม่ลืมคือ ครั้งแหกโค้งตรงสวนสาธารณะเก่าเมืองระยอง

เหตุการณ์เป็นอย่างไรน่ะหรือ คนฟังเหมือนกำลังดูภาพยนตร์สโลว์โมชั่น เป็นภาพของวัยรุ่นหนุ่มอายุ 15-16 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วและความแรง แหกโค้งแล้วหลุดลอยไปอย่างช้าๆ ณ โค้งมรณะ ที่ด้านหลังคือสวนร้างไร้ผู้คน มีแต่รูปปั้นสัตว์ขนาดใหญ่ของ 12 นักษัตรที่ยืนทะมึนพลางยิ้มเยาะอยู่ในที หนูยักษ์ วัวยักษ์ เสือยักษ์ ฯลฯ แต่ละตัวสูงใหญ่ไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ช่องไฟแต่ละตัวตั้งอยู่ห่างกันแค่ 1-2 เมตร ร่างชายหนุ่มลอยลิ่วทะลุช่องไฟระหว่างรูปปั้นสัตว์ยักษ์เหล่านี้ไปอย่างยิ่งกว่าเฉียดฉิว

“ไม่อยากนึกว่า ถ้าผมแหกโค้งแล้วไปฟาดกับรูปปั้นสัตว์เหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ก็คงไม่เป็นไรนอกจากตายสถานเดียว (ฮา) ผมมีสตินะ ระหว่างที่ร่างลอยอยู่ก็ยังมีสติ ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนเวลาไม่สิ้นสุด รถหลุดโค้งแรงมาก เพราะบิ๊กไบค์รถแรงครับ หวือเดียวผมกระเด็นออกจากถนน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ผมรู้สึกเหมือนช้ามาก ผมเห็นทุกอย่าง รู้สึกตัวตลอด รถหลุดออกจากถนนไป 10 เมตร”

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

 

นัทธพงศ์เล่าให้ฟังต่อไป เหตุการณ์เฉียดตายของชายหนุ่มดูเหมือนจัดวางอยู่รายรอบตัวเขา จะหยิบจะจับอันใดก็ล้วนเป็นเรื่องราวเฉียดความเป็นตายทั้งสิ้น ตอนนั้นอายุ 20 ปีแล้ว ชอบออกไปตกปลากลางทะเลกับเพื่อน บ้านอยู่ระยองจึงใกล้ชิดกับทะเล ปกติก็ออกไปหาปลาตกปลากลางทะเลเป็นอาจิณ ไม่คิดไม่ฝันถึงอันตราย

“ผมกับเพื่อน 6 คน เช่าเรือประมงไปส่งที่ประภาคารที่ไกลที่สุด 4 กิโลเมตรจากชายฝั่ง คิดว่าจะไม่เจอมรสุม ไม่เจอฝน แต่ก็เจอและเป็นมรสุมหนักด้วย แต่นั่นก็เป็นตอนที่เรือตีคันกลับฝั่งไปแล้ว”

นัทธพงศ์เล่าว่า สายล่อฟ้าหัวทองแดงอันใหญ่มาก ขนาด 1 ฟุต 3 แฉก สายดินเกือบ 1 เมตรที่ปักลงกราวด์ ถือว่ามีคุณภาพสูงมาก หากแต่ว่ามักมีพวกลักลอบมาตัดเอาสายไปขาย ประภาคารนี้ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นสายล่อฟ้าคุณภาพสูงตรงหน้า จึงไม่ผิดอะไรจากเสาไร้ประโยชน์ มีแต่เสาโด่เด่ที่ตั้งอยู่ บนประภาคารลอยน้ำ 3x3 เมตร สายกราวด์หรือสายดินด้วน!“น้ำลึก 10 กว่าเมตร ถ้าฟ้าผ่าลงมา ก็ตายหมดทั้ง 6 คน”

คิดว่าจ้างเรือมาส่งได้ ก็จ้างเรือมารับได้ ตรงกันข้าม เพราะเมื่อมรสุมใหญ่พัดฝั่ง ฝนตกทางฝั่งเยอะ นั่นทำให้ทรายดินในคลองถูกพัดออกสู่ทะเล ทรายและดินถูกพัดไหลมาออกันเป็นคันดินอยู่ที่ปากฝั่ง เรือจึงออกทะเลไม่ได้เพราะท้องเรือติดเขิน

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

 

“ไม่มีเรือสามารถออกจากฝั่งมารับพวกเราได้แม้แต่ลำเดียว ท้องทะเลน่ากลัวมาก เราเห็นฝนตกอย่างบ้าคลั่งที่ฝั่ง แต่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากมองตากันและสวดภาวนา เริ่มจากตอน 2 ทุ่มที่ฟ้านิ่ง เป็นช่วงที่เราเห็นลมขึ้นฝั่ง พอถึง 4 ทุ่ม พายุก็เริ่มตีออกมาในทะเล มันตีใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนพวกเรานั่งอยู่ตรงกลางพายุพอดี”

ฝนตกหนักมาก ฟ้าก็ผ่าแรงมาก จุดที่พวกเด็กๆอยู่กลายเป็นสุญญากาศ อากาศอบอ้าว หากเด็กๆ รู้สึกหนาวยะเยือก พวกเขาสั่นและกลัวตาย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่คิดถึงความตาย พายุเมื่อพัดหวนออกจากฝั่งมา ก็หอบเอาฝนและฟ้าผ่าจากฝั่งมาด้วย ค่อยๆ ตีวนขนาบจากด้านซ้ายมาด้านขวา โดยมีประภาคารเดนตายอยู่ตรงกลาง

นัทธพงศ์บอกว่า เมื่อเห็นฟ้าผ่าแล้ว 1 วินาที ได้ยินเสียงฟ้าผ่าตามมา หมายถึงฟ้าผ่าห่างจากเรา 1.2 กิโลเมตร เมื่อเห็นฟ้าผ่าจึงช่วยกันนับในใจว่าฟ้ายังอยู่ห่างจากประภาคารเท่าไหร่ จากไกลมากๆ ก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฟ้าผ่ากับเสียงฟ้าผ่าถี่เข้าใกล้กันเรื่อยๆ กระทั่งเหลืออีกไม่กี่น้อยแล้ว พ่อของเพื่อนคนหนึ่งก็ประสานเรือมารับกลับไปได้ เรือที่มารับเป็นเรือหางยาวกล้าตาย บุกมรสุมออกมา

“คลื่น 4 เมตรแล้วครับตอนนั้น ทุกคนมีมือถือทุกคนตายแน่ ฟ้าผ่าต่องแต่งๆ อยู่ตรงหน้าเราแล้ว ผมแค่โชคดีมากที่ไม่โดนฟ้าผ่า” ชีวิตนี้เสี่ยงหนักๆ นับไม่ถ้วน อีกประสบการณ์ที่อยากเล่าคือ ประสบการณ์จากอุบัติเหตุการแข่งรถดริฟต์ จากฝนและอุปกรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ ขาดการตรวจสอบ ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับคนขับรถ จะดริฟต์หรือไม่ดริฟต์ถ้าประมาทก็ไม่แคล้ว เรื่องแบบนี้ไม่เข้าใครออกใคร วิ่งบนถนนอยู่ดีๆ ก็หมุนเข้ากำแพงไปเลย โชคดีที่ไม่ตายอีกเช่นกัน (ฮา)

ความเร็ว...ความซ่าส์...ความบ้า!!! กระทั่งชีวิตเฉียดตาย ‘นัทธพงศ์ คุณาจิระกุล’

“แต่ก็เจ็บทั้งตัว เอกซเรย์ไม่หักไม่ร้าว แต่เจ็บมากครั้งนั้น เข้าโรงพยาบาลยาว”

นัทธพงศ์บอกว่า ข้อศอกของเขามีแผลเยอะ (ฮา) แต่จะขา เข่า แขน เวลาเกิดอุบัติเหตุคือมุมหักงอของร่างกายที่ถูกส่งคำสั่งให้อยู่ในท่าที่จะลดแรงกระแทกหรือการบาดเจ็บให้น้อยที่สุด เป็นสัญชาตญาณของนักเสี่ยง กลายเป็นสัญชาตญาณหรือกระบวนการสั่งการของร่างกายแบบอัตโนมัติที่ฝังอยู่ในไขสันหลังไปแล้ว

ชายหนุ่มผู้มีชีวิตราวกับแมวมากกว่า 9 ชีวิตเสียอีก บอกต่อไปว่า บางคนหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูก ประสบการณ์น้อย แต่เรื่องแบบนี้ฝึกกันได้ ฝึกบนพื้นฐานความรู้ ความมีสติ เช่น การทรงตัว (บาลานซ์) การทรงตัวบนเจ็ตสกี หรือการควบคุมเครื่องยนต์หนัก แม้เสียศูนย์ไปแล้ว อย่างรถดริฟต์ที่หมุนติ้วเข้ากำแพง ก็มีสติค่อยๆ หมุน หมุนซ้ายหมุนขวาแล้วค่อยๆ เข้ากำแพงไป

“มอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน คว่ำบ่อยครั้งเข้าก็คว่ำเป็นไปเอง (ฮา) คว่ำหนหลังๆ นี่ไม่เป็นไรแล้ว พลิกส่วนไหนกระแทกตรงไหน เหมือนทุกอย่างมันรู้ว่าเราต้องทำอะไรในเสี้ยววินาทีนั้นๆ”

ชีวิตที่รอดมา ถือเป็นกำไร นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเปิดบึงสอน (ฟรี) ขับเจ็ตสกีส่วนตัว รวมทั้งตั้งโรงเรียนสอนวิธีขับบิ๊กไบค์ ซึ่งร่วมกับบีเอ็มดับเบิลยูที่ จ.ระยอง รณรงค์เรื่องการขับขี่ปลอดภัยสำหรับบิ๊กไบค์และมอเตอร์สปอร์ต แนะนำการควบคุมเครื่องยนต์ที่มีความแรงสูงๆ ควบคุมด้วยสติ ควบคุมด้วยทักษะ ถือเป็นวิทยาทานแก่รุ่นน้องที่รักในความแรง ความซ่าส์ ความบ้า และความเร็วเหมือนๆ กัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท