posttoday
กินข้าวป่า

กินข้าวป่า

15 กุมภาพันธ์ 2558

อินทรชัย พาณิชกุล

อินทรชัย พาณิชกุล

เสียงฟืนปะทุไฟดังเปรี๊ยะๆ ในความมืด

ผมนั่งยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุขเหมือนคนเมากัญชา ไม่รู้ว่าเพราะอากาศเหน็บหนาว เพลงเหงาของวงคาราวาน หรือพี่ชายในวงสนทนาเปรยขึ้นมาว่า “พรุ่งนี้จะพาไปกินข้าวป่า” กันแน่

กินข้าวป่า --- ครั้งแรกที่ได้ยินก็หูผึ่ง คิดไปถึงนิยายของพนมเทียน ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ วัธนา บุญยัง ที่มีพรานแบกปืนไรเฟิลบุกป่าฝ่าดงไปส่องเก้ง กวาง กระทิง หมูป่า แล้วชำแหละชิ้นส่วนย่างไฟกินกันริมห้วย แหม นี่ก็เว่อร์ไป หรือจะเหมือนอาหารท้องถิ่นอย่างข้าวยำปักษ์ใต้ ตรงขั้นตอนกรรมวิธีสุดพิถีพิถัน ข้าวใส่เนื้อสัตว์ใส่ผักและน้ำพริกคลุกเคล้าให้เข้ากันจนกลายเป็นเมนูเลิศรส โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย

ช่างเหอะ ยังไงมันก็น่าจะสนุกแน่ๆ

ผมตัดสินใจไม่ผิดที่ดั้นด้นมาไกลเกือบพันกิโลเมตรเพื่อทำข่าวที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

การละจากจอคอมพิวเตอร์ หนีความหนาวปลอมๆ ของแอร์คอนดิชั่นเนอร์ และเสียงเอะอะน่ารำคาญในออฟฟิศกลางกรุง มานั่งเหม่อมองแม่น้ำโขง สูดอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ถือเป็นชั่วโมงแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

นอกจากได้อัพเดทความเคลื่อนไหวสถานการณ์น่าเป็นห่วงของเขื่อนในแม่น้ำโขง ผลกระทบอันน่าตกใจของชาวบ้านริมสองฝั่งจากการลงพื้นที่พูดคุยกับคนเบี้ยบ้ายรายทางแล้ว ความประทับใจถึงขั้นตบเข่าฉาดก็คือ การได้พบหน้าครูตี๋-นิวัฒน์ ร้อยแก้ว และพลพรรคโฮงเฮียนแม่น้ำของ เจ้าถิ่นผู้ให้การต้อนรับขับสู้ด้วยมิตรไมตรี

สำหรับผู้คนในแวดวงเอ็นจีโอ เขาคือวีรบุรุษนักต่อสู้เพื่อลุ่มน้ำโขง คัดค้านการสร้างเขื่อน ระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงมานานนับสิบปี สำหรับผม ครูตี๋เหมือนคุณลุงใจดี เจ้าของรอยยิ้มสวยที่ซ่อนอยู่ใต้พงหนวด และอ้อมแขนอันอบอุ่นที่พร้อมจะสวมกอดคนแปลกหน้าอย่างไม่เลือกชนชั้นวรรณะ

สองแขนเล็กแต่กระฉับกระเฉงฉับไวนี้เองเป็นคู่เดียวกับที่ทำกับข้าวกับปลาเลี้ยงมวลมิตรที่มาเยือนจากแดนไกลจนประทับอกประทับใจมิรู้ลืม

มื้อแรก ห่อนึ่งไก่ ไก่บ้านสับโปกๆ แล้วโยนลงหม้อ ใส่เครื่องเทศใส่ผัก แกงให้เผ็ดจัด ก่อนนำขึ้นห่อใบตองย่างไฟอ่อนๆ ให้หอมติดจมูก ไส้อั่วที่แกสั่งเตรียมเครื่องเคราตั้งแต่เช้ามืดและบรรจงยัดใส่ลูกเองกับมือ ขนมจีนน้ำเงี้ยวที่ร้านอาหารเหนือห่วยๆ บางร้านน่าจะส่งพ่อครัวมาฝึกงานสักเดือน หรือขาหมูตุ๋นที่อร่อยเสียจนต้องเติมแล้วเติมอีก ถึงขนาดบางคนแทบจะโดดลงไปงมในหม้อให้รู้แล้วรู้รอด

ความเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ของครูตี๋ ทำให้ผมซาบซึ้งก็วันนี้ว่า ผู้ชายอย่างเราลองได้เข้าครัวแล้ว ก็ทำสาวๆ กระเจิดกระเจิงได้เหมือนกัน

เรือหางยาวพาชาวคณะกว่ายี่สิบชีวิตล่องแม่น้ำโขง ผ่านเกาะแก่งหินผา เนินดอนลูกแล้วลูกเล่า ไม่นานก็มาจอดเทียบยังหาดทรายขาวสะอาด ใต้ต้นงิ้วสีแดงสดบานสะพรั่ง สงบและร่มรื่น

ต่างช่วยกันสร้างสรรค์วิมานให้เป็นรูปเป็นร่าง ผู้ชายหาฟืนมาก่อไฟ นำซี่โครงหมูที่เตรียมไว้เสียบไม้ย่าง ผู้หญิงเร่งปูผ้าใบ จัดวางถ้วยโถโอชามให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

วงข้าวป่าเริ่มบรรเลง ณ บัดนั้น

หมูย่างหนังเกรียมกรอบเนื้อขาวนุ่มถูกเฉือนแบ่งใส่จานแจกจ่ายรอบวง ข้าวเหนียวร้อนๆ ตำหอยดองตำปลาร้ารสจัดจ้าน แกล้มเครื่องดื่มเย็นเฉียบ เคล้าเสียงหัวเราะ อิ่มหนำสำราญท่ามกลางธรรมชาติริมโขงอันสดสวย ใครบางคนเดินปลีกวิเวกไปเอนหลังใต้ต้นไม้ใหญ่ บางคนงัดกีตาร์โปร่งขึ้นมาประชัน เด็กน้อยก่อกองทราย อีกหลายคนกระโดดน้ำเล่นเสียงซู่ซ่า

ครูตี๋ มัคคุเทศก์ของเรา ยืนหลับตาพริ้ม สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ อ้าแขนกว้าง เขาบอกให้เสพทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา สายลมเย็นๆ แสงแดดอุ่นๆ ผืนทรายนุ่มๆ ใต้ฝ่าเท้า เกาะแก่งหินผาอันงดงามวิจิตรราวประติมากรรมที่แกะสลักโดยธรรมชาติ เสียงนกและแมลงร้องกังวานไม่ต่างจากมหรสพแห่งพงไพร

นี่คือหัวใจของการกินข้าวป่า มิใช่รสชาติอาหาร แต่เป็นบรรยากาศต่างหากที่ทำให้โลกน่าอภิรมย์

นาทีนั้น ผมหวนนึกถึงข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวในกล่องโฟมที่ตัวเองยัดเข้าปากอยู่ทุกวี่วันหน้าคอมพิวเตอร์ เสียงคีย์บอร์ด ก๊อกๆ แก๊กๆ และเอกสารกองพะเนินเบื้องหน้า

บรรยากาศการ “กินข้าวเมือง” เช่นนี้ ช่างน่าขยอกขย้อนยิ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์