
จักรยาน กีฬามหาชน
ปีนี้นับเป็นปีพิเศษของ วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จะมีอายุครบ 6 รอบ หรือ 72 ปี
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ปีนี้นับเป็นปีพิเศษของ วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จะมีอายุครบ 6 รอบ หรือ 72 ปี แต่นายแบงก์รุ่นใหญ่คนนี้ยังกระฉับกระเฉง และเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการทำงานไม่แพ้คนรุ่นใหม่เลยทีเดียว
วิชิต เป็นนายแบงก์ตั้งแต่เรียนจบ หากไม่ยอมใจอ่อนตามคำชวนของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ อดีต สส.หญิงดาวเด่น หนึ่งในขุนพลของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร รับคำเชิญมาเป็น รมว.คมนาคม ในช่วงที่พรรคพลังธรรมเป็นรัฐบาล เขาจะเป็นผู้ที่ยึดอาชีพนายแบงก์ยาวนานมากกว่า 40 ปี
อายุที่มากขึ้นทำให้วิชิตหาวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพของตัวเอง และก็ค้นพบว่าการขี่จักรยานเหมาะกับผู้สูงวัยมากที่สุด เพราะไร้แรงกระแทกไม่ทำให้ไขข้อเสีย
“ตอนที่ทำงานแบงก์ เขานิยมออกกำลังกายด้วยการตีกอล์ฟ ซึ่งเป็นการตีไปคุยไป ได้สังคมแบบหนึ่ง ที่ไปเล่นกอล์ฟส่วนหนึ่งก็คือการทำงาน แต่ใจไม่ได้ชอบกีฬาประเภทนี้ เพราะเสียเวลาใช้เวลาในการเล่นมาก เล่นคนเดียวก็ไม่สนุก
แต่การเล่นกอล์ฟมีต้นทุนสูง ต้องใช้เวลากับมันมาก ต้องฝึกหัดวงสวิง อุปกรณ์มีราคาแพง ลงทุนสูง สนามกอล์ฟมีน้อย ค่าบริการก็แพง และไม่สามารถแพร่หลายได้ในทุกระดับของสังคม” วิชิต กล่าว
เมื่อค้นพบกีฬาที่เหมาะกับตัวเองแล้ว วิชิตก็เริ่มปั่นจักรยานเป็นเรื่องเป็นราว โดยไปขี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามปั่นจักรยานยอดฮิตของคน กทม.
“แค่ขับรถยนต์ไปจอด แล้วก็เอาจักรยานลงมาปั่น จนรู้สึกว่าได้ออกกำลังกายเต็มที่แล้วก็นำรถจักรยานใส่ท้ายรถขับกลับบ้านไปพักผ่อน”
หลังจากใช้เวลาเป็นนักปั่นจักรยานสักพัก ตามประสานักคิด นายแบงก์ท่านนี้ก็ค้นพบว่า จักรยานเป็นกีฬาที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นกีฬาที่คนทุกระดับ ทุกเพศทุกวัย เล่นได้ ไม่มีการแบ่งชนชั้น รวยจนก็ขับจักรยานได้ในสนามเดียวกัน ต่างคนต่างขี่ดูลู่จักรยานของตัวเองก็ไม่มีปัญหาการเฉี่ยวชนและล้ม
ดังนั้นวิชิตจึงคิดว่า หากธนาคารสามารถสนับสนุนให้กีฬาขี่จักรยานแพร่หลายอย่างจริงจังด้วยการสร้างสนามขี่จักรยานที่ได้มาตรฐาน เพราะสนามขี่จักรยานที่คนไปใช้กันที่สนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้ไม่มีอะไรเลย ห้องน้ำไม่มี ไม่มีร่มเงาให้พักเหนื่อย คนที่ไปออกกำลังกายก็จอดรถสะเปะสะปะ จึงน่าจะทำให้ดีกว่านี้ และอยากให้นักปั่นทั้งหลายมาใช้บริการ ซึ่งสนามนี้มีลู่ปั่นที่ยาวพอทำให้หัวใจเต้นกำลังดี
และถ้าอยากให้ประชาชนมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น ก็ควรจัดระบบให้ดี ทำลู่ปั่นให้มากพอก็จะไม่แออัด รับนักปั่นได้วันละเป็นหมื่นคน จากปัจจุบันมีคนไปปั่นจักรยานประมาณวันละ 6,000-7,000 คน
เมื่อคิดว่าการทำส่วนนี้จะมีประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ธนาคารไทยณิชย์จึงได้ทำหนังสือไปถึงการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อทำสนามปั่นจักรยานที่ได้มาตรฐาน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา
“ผมคิดว่าถ้าจะทำทั้งทีควรจะทำให้ดีไปเลย ให้เป็นสากลระดับโลก เป็นสนามปั่นจักรยานที่ได้มาตรฐานใช้แข่งก็ได้ ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้เป็นสนามจักรยานที่ดีที่สุดในอาเซียน” วิชิต กล่าว
แนวคิดของวิชิตคือจะทำเป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่อำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้มาปั่นจักรยาน จัดระบบที่จอดรถให้ดี ไม่ให้การจราจรติดขัดให้ลื่นไหล ไม่ให้การจราจรเป็นคอขวด ซึ่งอาจจะต้องปูผิวการจราจรใหม่ทำให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหาร น้ำดื่ม ไว้บริการ มีห้องน้ำมากพอ มีคนเก็บขยะ จัดการให้เป็นระบบ อยากให้นักปั่นมาถึงสามารถนำจักรยานลงลู่ไปปั่นให้เร็วที่สุด
หากจะทำให้ดีเลิศอย่างที่ต้องการ วิชิตคิดว่าอาจจะต้องใช้เงินถึง 300 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการทยอยจ่าย ทำเป็นระยะ การใช้งบประมาณเท่านี้คืนกำไรให้สังคม สร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย ถือเป็นการให้ที่คุ้มค่ามาก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของธนาคารอยู่แล้ว
ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า สุขภาพที่ดีไม่สามารถซื้อหาได้ ต้องทำเอง ตัวเองก็เป็นคนที่ทำงานมาก เมื่อช่วงที่อายุน้อยกว่านี้ก็ทำงานมาก ไม่ค่อยให้เวลากับการออกกำลังกาย จนวันหนึ่งสุขภาพทรุดโทรมลง จึงเห็นว่าการใช้ชีวิตที่สมดุลเป็นสิ่งจำเป็น จึงลุกจากโต๊ะทำงานไปปั่นจักรยาน เมื่อเห็นว่าดีก็อยากให้คนอื่นทำบ้าง
“หลังจากไปปั่นจักรยานก็ได้เพื่อนมากขึ้น พนักงานธนาคารก็รวมตัวกันตั้งชมรมปั่นจักรยานแล้วไปทำการกุศล ไปออกกำลังกายด้วยกันทำให้เกิด คอมมูนิตี้เล็กๆ ขึ้น” วิชิต กล่าว
จากจักรยานคันเล็กๆ คันหนึ่ง ได้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจสร้างสนามปั่นจักรยานที่ดีที่สุดในอาเซียน นับว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ







